คิดก่อนเชื่อ! อาหารเสริมเปลี่ยนสีเบตาดีน!!

อ.เจษฎา แฉกลเคมี พวกขายอาหารเสริม ทำเบตาดีนเปลี่ยนสี 

จากเหตุการณ์ที่ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปกลโกงหลอกขายอาหารเสริม ทานแล้วขาว มีสรรพคุณบำรุงตับ โดยการนำไปสาธิตกับน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งปรากฏว่า เมื่อผสมออกมาแล้ว ทำให้น้ำเป็นสีขาวนั้น

อ.เจษฎา แฉกลเคมี พวกขายอาหารเสริม ทำเบตาดีนเปลี่ยนสี

ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความอธิบาย แฉกลโกงนี้โดยเผยว่า

มีกลโกงอีกประเภทหนึ่งที่ใช้เบตาดีน ผสมกับวิตามินซี ลักษณะคล้ายกับเทคนิคโกงด้วยน้ำอัดลม ซึ่งเทคนิคนี้มีมานานแล้ว เวลาคนจะหลอกขายอาหารเสริม กลูต้า โปรตีน วิตามิน หรือยาอะไรก็ตาม ก็จะเอาทิงเจอร์ไอโอดีน หรือเบตาดีน มาอ้างว่าจะทดสอบให้ดูว่าอาหารเสริมดีจริง

โดยวิธีการก็แค่หยดเบตาดีนลงน้ำ คนให้ละลาย จะเห็นน้ำเป็นสีน้ำตาล จากนั้นก็จะใส่อาหารเสริมลงไปคนผสมกันจากนั้นน้ำเบตาดีนสีน้ำตาล ก็เปลี่ยนเป็นใสไม่มีสี  พร้อมกับอวดอ้างสรรพคุณของอาหารเสริมหรือยาทันที ว่ามีฤทธิ์ขนาดเปลี่ยนสีเบตาดีนได้

ซึ่งแท้จริงแล้วสิ่งที่เห็นเป็นเพียง “กลเคมี” ชัดๆ เพราะจริงๆ แล้วใส่สารอะไรที่มีทำปฏิกิริยากับไอโอดีนในเบตาดีน ให้เปลี่ยนประจุของมัน มันก็จะเปลี่ยนสีได้ กลับไปกลับมาได้ด้วยซ้ำ ลองเอาวิตามินซี วิตามินอี หรือแม้แต่ผงชูรส ก็ยังสามารถทำได้ ดังนั้น ถ้าเจอใครสาธิตอะไรทำนองนี้ให้ดู ไม่ว่าจะขายอะไรก็ตาม ต้องฉุกใจก่อนว่าโดนหลอกหรือเปล่า

ขอบคุณภาพและเรื่องราวจากแฟนเพจ Jessada Denduangboripant
https://www.facebook.com/jessada.denduangboripant?fref=ts

ของจริง!แมวดำคลิปโหดไม่ตาย แม้ถูกฟาดกำแพง

9 ชีวิตจริง ‘เจ้าหมูดำ’ แมวดำถูกฟาดกับกำแพง ยังไม่ตาย

จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปชายวัยรุ่นใจโหดทุบหัวลูกแมว “หมูดำ” แล้วขว้างใส่ข้างฝาจนกระอักเลือด ก่อนที่แม่แมวจะเข้ามาคาบลูก และร้องเรียกอย่างน่าเวทนา  จนทำให้คนในสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ประณามการกระทำของชายในคลิป และส่งต่อไปยังแฟนเพจของกลุ่มคนรักสัตว์เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อเหตุ

9ชีวิต ‘เจ้าหมูดำ’ แมวดำถูกฟาดกับกำแพง ยังไม่ตาย

จนเจ้าของแมว และแฟนเพจ WATCHDOG THAILAND ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาประกอบข้อหามาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ โดยรับเป็นคดีอาญาที่ 876/2558 ลงวันที่ 3 ส.ค.2558 เรียบร้อยแล้วนั้น

ล่าสุดแฟนเพจ  WATCHDOG THAILAND ได้แจ้งความคืบหน้าอาการของเจ้าหมูดำว่าปลอดภัยแล้ว ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหมูดำยังมีลมหายใจ และประสานให้ส่งหมูดำเข้ารักษาอาการเบื้องต้น และรอเข้ารับการรักษาอย่างละเอียดต่อไปนั้น โดยทางกองทุนร่วมด้วยช่วยแมวหมา ได้ขอเข้ารับหมูดำมารักษาต่อที่ โรงพยาบาลสัตว์สุขสวัสดิ์

ซึ่งอาการที่ตรวจพบในเบื้องต้นคือ ประสาทตาด้านขวา ตอบสนองต่อการมองเห็นได้ช้าลง จนเส้นเลือดข้างตาแตก ขาด้านหน้าหนึ่งข้างหักจนหมุนได้ แต่ยังมีการตอบสนองต่อความเจ็บปวดอยู่ ขาหลังสองข้างปกติ

ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ WATCHDOG THAILAND

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เมินเสียงต้าน! 2 ม.ดังภาคเหนือ จัดหนักโพสต์ภาพรับน้องโหด

2 ม.ดังภาคเหนือ เย้ย 5 หลักรับน้อง โพสต์ภาพจัดหนักทั้งสั่งนอน-คว่ำหน้า 

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจ Anti-Sotus ได้เผยแพร่กิจกรรมการรับน้องของนักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ซึ่งเข้าข่ายการจัดกิจกรรมที่รุนแรง และดูไม่สร้างสรรค์

11825012_860504880669902_5625208008453592740_n

โดยภาพดังกล่าว เป็นภาพกลุ่มนักศึกษาผู้ชายนอนคว่ำหน้ากับพื้นที่เต็มไปด้วยน้ำโคลน มือไขว้หลังไว้ ในขณะที่นักศึกษาผู้หญิงยืนกอดคอกันอยู่ตรงกลางวง

โดยทางแฟนเพจได้ชี้ว่าภาพนี้เป็นภาพที่เพิ่งถ่ายสด ๆร้อน ๆ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาทางกลุ่มเพิ่งจะมีการยื่นข้อเสนอหลักรับน้อง 5 ประการแก่กระทรวงศึกษาธิการและทางมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงสาขาที่ปรากฎอยู่ในภาพด้วยเหมือนเป็นการสะท้อนกลายๆ ว่า หลักการรับน้องไม่ได้บังคับใช้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ทางแฟนเพจ ANTI SOTUS  ยังเผยว่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีการรับน้องในระบบโซตัสที่เข้มงวด ยังคงใช้การรับน้องแบบเดิมอยู่ แต่บางมหาวิทยาลัย หลังจากที่มีการประกาศหลักการรับน้อง 5 ประการ ได้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาการรับน้องรุนแรง ถือว่าทำงานได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามทางกลุ่ม Anti Sotus ขอเรียกร้องให้สถาบันการศึกษาและอาจารย์ รุ่นพี่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมรับน้องทั่วประเทศ ร่วมกันหว่านพืชทางความคิดที่สร้างสรรค์ เพื่ออนาคตของชาติที่ดีต่อไป

ขอบคุณภาพและที่มา ANTI SOTUS
 https://www.facebook.com/AntiSOTUSPage?fref=photo

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News