อุทาหรณ์สอนคนไทย อย่าริเมาแล้วขับที่ญี่ปุ่น

อุทาหรณ์ สาวไทยเมาแล้วขับชนคนที่ญี่ปุ่น โดนคุก2ปี-เนรเทศ

แฟนเพจ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์เรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์ถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแล้วก่อเหตุเมาแล้วขับ เป็นเหตุให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บ โดยเพจเผยว่า สถานทูตฯ มีโอกาสได้เข้าเยี่ยมนางบัว (นามสมมติ) ที่เรือนจำแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

011

นางบัวเล่าว่าสาเหตุที่เธอติดคุกนั้น เป็นเพราะว่าเธอโดนจับในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และบาดเจ็บ และเธอถูกตัดสินจำคุก 2 ปีตั้งแต่นั้นมา อีกทั้งหลังจากที่เธอพ้นโทษแล้ว มีความเป็นไปได้ที่เธอจะถูกเนรเทศออกจากญี่ปุ่น โดยที่ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น

นางบัวประสงค์ที่จะให้สถานทูตฯ ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องกฎหมาย และบทลงโทษสำหรับกรณีเมาแล้วขับในญี่ปุ่น โดยนางบัวได้ฝากว่า ญี่ปุ่นมีบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับคนเมาแล้วขับ

ทั้งนี้ทางสถานทูตเผยว่า กฎหมายญี่ปุ่นมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับรถ โดยมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน สำหรับผู้ที่ถูกตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายระหว่างขับรถ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และ/หรือ ปรับไม่เกิน 5 แสนเยน

นอกจากนี้กฎหมายญี่ปุ่น ยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่นั่งรถมากับผู้ขับขี่รถที่มึนเมา โดยที่มีบทลงโทษเช่นเดียวกับผู้ที่เมาแล้วขับอีกด้วย

ขอบคุณที่มา แฟนเพจ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เผย นาทีระทึก บันไดเลื่อนห้างดังย่านวงค์สว่างถล่ม!!

หลังจากเกิดเหตุบันไดเลื่อนข้างร้านสเวนเซ่นส์ ภายในพื้นที่ ห้างบิ๊กซี วงศ์สว่าง เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.58) ทำให้เกิดความชุลมุนและสร้างความตกใจให้ประชาชนอย่างมาก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

บันไดเลื่อนห้างดังถล่ม

บันไดเลื่อนห้างดังถล่ม

ทางฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด มหาชน ได้ออกมาชี้แจงว่า จุดเกิดเหตุดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ของบิ๊กซี วงศ์สว่าง แต่เป็นพื้นที่บริหาร โดยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ภายใต้ชื่อ “อาคารวงศ์สว่างทาวน์เซ็นเตอร์” ขณะที่บิ๊กซีเป็นเพียงผู้เช่า ส่วนบันไดเลื่อนที่ชำรุดดังกล่าวอยู่คนละส่วนและไม่ได้อยู่ในพื้นที่บิ๊กซีแต่อย่างใด

นายธนูศิลป์ ปานเดช หัวหน้ากลุ่มงานฝ่ายอาคารโยธา

นายธนูศิลป์ ปานเดช หัวหน้ากลุ่มงานฝ่ายอาคารโยธา

ล่าสุดวันนี้ (4 ส.ค.58) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางซื่อ กทม.นำ โดยนายธนูศิลป์ ปานเดช หัวหน้ากลุ่มงานฝ่ายอาคารโยธา ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวแล้ว พร้อมกล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดเหตุได้ ต้องรอผลตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาฯ ก่อน

เบื้องต้นได้สั่งระงับการใช้บันไดเลื่อนดังกล่าวชั่วคราว พร้อมจะออกหนังสือชี้แจงทางผู้รับผิดชอบ “อาคารวงศ์สว่างทาวน์เซ็นเตอร์” อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ จะทำหนังสือส่งห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ให้เข้มงวดและหมั่นตรวจสอบบันไดเลื่อนให้มีความพร้อมในการใช้งานและปลอดภัยต่อประชาชน

นางสาวรัชนี ชูศรี เจ้าของบริษัท RST

นางสาวรัชนี ชูศรี เจ้าของบริษัท RST

ขณะที่ นางสาวรัชนี ชูศรี เจ้าของ บริษัท RST Sale&Service จำกัด ในฐานะผู้ดูแลบำรุงรักษาบันไดเลื่อน ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าว เกิดจากเหตุสุดวิสัย ไม่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องในระบบการทำงานและความเสื่อมของอุปกรณ์ เพราะทางบริษัทมีการตรวจสอบความปลอดภัยอยู่เสมอ แม้อายุการใช้งานของบันไดเลื่อนนี้เกือบ 10 ปีแล้วก็ตาม คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้า จะทำการแก้ไขซ่อมบำรุงเสร็จ วอนประชาชนมั่นใจความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุซ้ำแน่นอน

บันไดเลื่อนห้างดังถล่ม

บันไดเลื่อนห้างดังถล่ม

ด้าน น.ส.กาญจนา ผลจันทร์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด 1 ครั้ง ซึ่งตกใจมาก เพราะอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ โชคดีที่คนขึ้นบันไดเลื่อนคนสุดท้าย รอดพ้นเหตุการณ์นี้อย่างหวุดหวิด ซึ่งตนเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากอายุการใช้งานของบันไดเลื่อนที่เก่ามาก ชำรุดบ่อย วอน ผู้รับผิดชอบแก้ไขหรือสร้างใหม่ให้ดีขึ้น เพราะพนักงานในพื้นที่และประชาชน กังวลถึงความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นอีกได้

03-2

ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน/ภาพ

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เพจดังยื่น 5 ประการร้องสิทธิ์ป้องรับน้อง

แอนตี้โซตัส ยื่นหลักรับน้อง 5 ประการ เน้นไม่ละเมิด-ไม่บีบบังคับ

แฟนเพจ ANTI SOTUS ได้เผยแพร่ แถลงการณ์เครือข่ายปฏิรูปรับน้องประชุมเชียร์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งได้ยื่นถึงกระทรวงศึกษาธิการ ในกรณีที่นำเสนอหลักการรับน้อง 5 ประการ ในโอกาสเปิดภาคการศึกษาปี 2558 โดยระบุว่า

ระบบรับน้องใหม่ชนิดนี้ เป็นการปลูกฝังวิธีคิดแบบ “อำนาจนิยม” คือการใช้อำนาจจากการเป็นรุ่นพี่ออกคำสั่ง มีการลงโทษ และทำตามคำสั่งที่ไร้เหตุผล อันเป็นคุณค่าที่ขัดแย้งอย่างยิ่งต่อการศึกษาในโลกสมัยใหม่ ที่เน้นให้ผู้เรียนมีความคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ตั้งคำถาม ใช้สติปัญญา และเหตุผล

11754711_860357447351312_7843995062921041360_o

ทางกลุ่มจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ, มหาวิทยาลัย, โรงเรียน, สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณายกเลิกกิจกรรมรับน้องแบบอำนาจนิยม SOTUS และพิจารณานำหลักการรับน้องในลักษณะสร้างสรรค์ 5 ประการไปปรับใช้

โดยหลักรับน้อง 5 ประการ ประกอบด้วย

1. Non-Violence ไม่ละเมิด : ไม่ละเมิดกฏหมาย ปราศจากความรุนแรงทั้งกายวาจาและใจ ไม่มีการว้าก ลงโทษ หรือออกคำสั่งที่ขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
2. Freedom ไม่บังคับ : เป็นกิจกรรมทางเลือก เข้าหรือไม่เข้าก็ได้ ไม่มีกลไกกดดันบังคับไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
3. Responsibility รับผิดชอบ : มีกลไกรับผิดชอบที่ชัดเจน เช่น มีหน่วยงานทางการ หรืออาจารย์ควบคุมดูเล จัดในมหาวิทยาลัย ไม่กระทบการเรียนการสอน
4. Equality เท่าเทียม : ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม ไม่ใช้ความเป็นอาวุโสเป็นข้ออ้างใช้อำนาจในการข่มขู่ออกคำสั่ง
5. Transparency เปิดเผย โปร่งใส : กิจกรรมเปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่เป็นความลับ ผู้ปกครองหรือหน่วยงานต่างๆเข้าตรวจสอบได้

หลักการทั้ง 5 ข้อนี้ จะเป็นหลักอันสำคัญในการกำกับ และพิจารณากิจกรรมการรับน้องที่สร้างสรรค์ และที่สำคัญหลักการเหล่านี้ก็มีอยู่ในข้อบังคับในประกาศกระทรวงอยู่แต่เดิมแล้ว แต่ไม่มีการนำไปบังคับใช้ปฏิบัติอย่างจริงจังเท่าที่ควร

เครือข่ายปฏิรูปรับน้องประชุมเชียร์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหวังว่า การนำเสนอครั้งนี้ จะนำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมการศึกษาไทยในทิศทางที่สร้างสรรค์ต่อไป

เราจึงขอเรียกร้องให้สถาบันการศึกษา และอาจารย์, รุ่นพี่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมรับน้องทั่วประเทศ ร่วมกันหว่านพืชทางความคิดที่สร้างสรรค์ เพื่ออนาคตของชาติที่ดีต่อไป

ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ ANTI SOTUS

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News