หยุดมโน! แว๊กซ์เคลือบแอปเปิ้ลกินได้-ไม่อันตราย

หยุดมโน! แว๊กซ์เคลือบแอปเปิ้ล กินได้ ไม่อันตราย 

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ต่อข้อความเกี่ยวกับแว็กซ์เคลือบอาหาร ผลไม้และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยระบุว่าเป็นสารอันตราย รวมถึงแว๊กซ์ที่เคลือบบนผิวแอปเปิ้ลด้วยนั้น

ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อความที่มีการแชร์ โดยอธิบายว่า “แว็กซ์ที่เคลือบแอปเปิ้ล เป็นของกินได้ ไม่อันตราย” โดยช่วงนี้หลายคนดูคลิปที่มีการเอามีดขูดผิวของแอปเปิ้ล แล้วเอาไฟแช็คเผาดูน่ากลัวว่าเป็นสารอันตรายหรือเปล่า ?

11807419_668368226627148_4058240410064523845_o

ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เห็นนั้นคือ แว็กซ์ (wax) ที่เคลือบแอปเปิ้ลอยู่ ซึ่งมีทั้งแว็กซ์ตามธรรมชาติ และแว็กซ์สังเคราะห์ แต่มันอันตรายหรือไม่ “คำตอบคือ ไม่” เนื่องจาก แอปเปิ้ลเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีแว็กซ์เคลือบตามธรรมชาติอยู่แล้ว โดยหลัก ๆ จะเป็นสารอินทรีย์กลุ่มเอสเทอร์หลายตัว

แต่ที่สำคัญคือมันมีสาร ursolic acid อยู่ด้วย ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด ส่วนแว็กซ์สังเคราะห์ที่ใช้ช่วยเคลือบเพิ่มนั้น ก็เป็นแว็กซ์สารอินทรีย์ ระดับ food grade ที่กินได้ โดยที่มันจะไม่ถูกย่อย

พูดง่าย ๆ ว่า กินเข้าไป ก็แค่อุจจาระออกมา แต่หากใครกังวัลอยู่ก็สามารถกินแอปเปิ้ลแบบปอกเปลือกก็ได้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

พม่าน้ำท่วมหนัก! ปชช. สังเวยชีวิตแล้ว 27 ศพ

รัฐบาลเมียนมาประกาศเขตภัยพิบัติทางธรรมชาติในรัฐยะไข่ และ พื้นที่อื่น ๆ อีก 3 แห่ง หลังเกิดเหตุอุทกภัย คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 27 ราย

น้ำท่วม,เมียนมา,พม่า,อุทกภัย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เปิดเผย ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในประเทศเมียนมา ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ในระยะเวลา 2-3 วันหลังจากนี้ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก

ทว่า ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้แล้ว อย่างน้อย 27 ราย รวมถึงมีการประกาศเขตภัยพิบัติใน 4 เขตหลังเกิดน้ำท่วมหนัก จากอิทธิพลของลมมรสุม

โดย นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีแห่งเมียนมา ได้ออกประกาศเขตภัยพิบัติทางธรรมชาติในรัฐยะไข่ และ พื้นที่อื่น ๆ อีก 3 แห่ง เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเกิดเหตุ ‘พายุไซโคลนโกเมน’ ส่งผลให้บางพื้นที่ในบังคลาเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมา เกิดเหตุดินถล่มลงมา จากรายงานของสำนักข่าว โอซีเอชเอ

อย่างไรก็ตาม องค์การสหประชาชาติ ได้สรุปสถานการณ์ตึงเครียดในครั้งนี้ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในรัฐยะไข่ แคมป์ที่มีชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 100,000 คนถูกพายุฝนและน้ำท่วมสร้างความเสียหายอย่างหนัก

ส่วนที่เมืองกะเลย์ ยังไม่สามารถเข้าไปประเมินความเสียหายได้ เพราะตอนนี้การสัญจรถูกตัดขาด การเดินทางเข้าไปต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เท่านั้น รวมไปถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลในอีกหลายพื้นที่ได้

นอกจากนี้ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ เนื่องจากในช่วงวันศุกร์-เสาร์ ที่ผ่านมา ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพายุฝนโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง กระนั้น หน่วยพยากรณ์อากาศจากซีเอ็นเอ็น ระบุว่า จะมีพายุฝนโหมกระหน่ำต่อไปอีกหลายวันต่อจากนี้

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai

ที่มา  cnn

ปลอดภัยไหม? คงต้องรอ โปรเจคใหม่ ‘กู้ถนนทรุด ผุดเลนจักรยาน’

ปัจจุบันกระแสการใช้ “รถจักรยาน” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

เห็นได้ชัด! จากกิจกรรมใหญ่ “Bike For Mom ปั่นเพื่อแม่” ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี จากประชาชนทั่วประเทศในการเข้าร่วม ทั้งยังส่งผลให้ร้านขายจักรยานในหลายจังหวัด มียอดขายเพิ่มขึ้นไปด้วย

IMG_6267

ขณะที่รัฐบาลเองก็ได้ให้ความสำคัญกับการปั่นจักรยานเช่นกัน โดยการจัดเลนจักรยานให้ครอบคลุมหลายพื้นที่ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาพ และสร้างความปลอดภัยในชีวิต รวมถึงทรัพย์สินของกลุ่มคนรักการปั่นจักรยานด้วย

ล่าสุดกับ ” โปรเจกต์ใหม่ “ ของกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เห็นถึงความสำคัญของการปั่นจักรยาน ผุดแนวคิดก่อสร้าง “ทางจักรยานเฉลิมพระเกียรติ” ระยะทางไกลผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด เริ่มจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ถึงเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระยะทางประมาณ 184 กิโลเมตร

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดว่าจะดำเนินการสร้างในปี 2559 แล้วเสร็จภายในปี 2560

IMG_6258

และนอกเหนือจากนั้น ยังมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาถนนเลียบคันคลองชลประทานทรุดตัวอย่างยั่งยืน ด้วยการย้ายแนวถนน และลดระดับถนนฝั่งคลอง ปรับปรุงเป็นเลนจักรยานเพื่อป้องกันถนนทรุดตัวในอนาคต โดยโครงการนำร่องจะเริ่มที่ ถนนคลอง 13-14 (เลียบคลองระพีพัฒน์) จังหวัดปทุมธานีเป็นแห่งแรก!!

ถือเป็นการ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” ด้วยการปรับถนนริมคลองที่ทรุดให้เป็นเลนจักรยาน และให้ขยายแนวถนนไปยังฝั่งพื้นดินมากขึ้น เพราะการสร้างเลนจักรยานเลียบคลอง จะไม่มีการกดทับน้ำหนักมากเท่ากับรถยนต์ หรือรถบรรทุกที่วิ่งสัญจรเลียบคลอง แต่การสร้างเลนจักรยานจะต้องไม่กระทบกับเส้นทางสัญจรหลักของคนในพื้นที่

ด้านนายประศักดิ์ บัณฑุนาค รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เผยด้วยว่า การสร้างเลนจักรยานเส้นทางดังกล่าว จะเน้นมาตรฐานทางวิศวกรรม คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของประชาชน

มีการแยกช่องจราจรระหว่างเลนจักรยานกับถนนอย่างชัดเจน พร้อมทั้งสร้างจุดพักรถขนาดเล็กทุก 5-10 กิโลเมตร และจุดพักรถขนาดใหญ่ทุก 15 – 20 กิโลเมตร และทุกกิโลเมตรจะมีป้ายจราจรเพื่อสุขภาพ และสัญลักษณ์เพื่อสุขภาพ

IMG_6281

ทั้งนี้ MThai News จึงได้ลงพื้นที่บริเวณถนนเลียบคลอง 13 จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสภาพความพร้อมของถนน และสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้าที่พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง ถนนเกิดทรุดตัวหลายจุด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถสัญจรไปมาได้

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าตลอดเส้นทางถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ช่วงคลอง13ดังกล่าว ตั้งแต่ประตูระบายน้ำพระธรรมราชา ถนนทรุดตัวเป็นทางยาวหลายจุด โดยกรมทางหลวงชนบทได้มีการติดตั้งป้ายแจ้งเตือนประชาชนเพื่อป้องกันอันตราย รวมถึงมีการซ่อมแซมปรับปรุงผิวถนนแล้วในเบื้องต้น ให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ชั่วคราว

S__5996616

คุณลุงประสิทธิ์ เดชเรือง อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เผยว่า พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง น้ำในคลองแห้งขอดถนนเกิดทรุดตัวหลายจุด ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งเหตุดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่อาศัยอยู่ที่นี่ และตนคาดว่าจะมีการทรุดตัวเพิ่มอีก โดยสังเกตได้จากพื้นถนนที่เริ่มมีรอยแตกเป็นทางยาว

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการปรับถนนเส้นดังกล่าวเป็นเลนจักรยานตามแนวคิดของกระทรวงคมนาคมนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่าส่งเสริมสนับสนุน เพราะจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมถึงจังหวัดปทุมธานีเองด้วย

แต่ทั้งนี้มีความกังวล และไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน เนื่องจากถนนดังกล่าวเกิดการทรุดตัวอย่างรุนแรง เสี่ยงได้รับ “อันตราย”

จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมถนนให้กลับมาใช้ได้ปกติดังเดิม พร้อมทั้งต้องมีการสำรวจพื้นที่ และความคิดเห็นของประชาชน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาด้วย

“กู้ถนนทรุด ผุดเลนจักรยาน” พลิกจากวิกฤตให้เป็นโอกาส แนวคิดโครงการนี้จะสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างไรนั้น ชาวบ้านเองยังนึกภาพไม่ออก แต่สิ่งที่นึกออกในตอนนี้คือ ภาพถนนที่ได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ปกติ

เจนจิรา ใบม่วง รายงาน/ธเนตร พุทธิตระกูล ภาพ

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News