ปัจจุบันกระแสการใช้ “รถจักรยาน” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่งด้วย
เห็นได้ชัด! จากกิจกรรมใหญ่ “Bike For Mom ปั่นเพื่อแม่” ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี จากประชาชนทั่วประเทศในการเข้าร่วม ทั้งยังส่งผลให้ร้านขายจักรยานในหลายจังหวัด มียอดขายเพิ่มขึ้นไปด้วย

ขณะที่รัฐบาลเองก็ได้ให้ความสำคัญกับการปั่นจักรยานเช่นกัน โดยการจัดเลนจักรยานให้ครอบคลุมหลายพื้นที่ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาพ และสร้างความปลอดภัยในชีวิต รวมถึงทรัพย์สินของกลุ่มคนรักการปั่นจักรยานด้วย
ล่าสุดกับ ” โปรเจกต์ใหม่ “ ของกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เห็นถึงความสำคัญของการปั่นจักรยาน ผุดแนวคิดก่อสร้าง “ทางจักรยานเฉลิมพระเกียรติ” ระยะทางไกลผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด เริ่มจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ถึงเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระยะทางประมาณ 184 กิโลเมตร
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดว่าจะดำเนินการสร้างในปี 2559 แล้วเสร็จภายในปี 2560

และนอกเหนือจากนั้น ยังมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาถนนเลียบคันคลองชลประทานทรุดตัวอย่างยั่งยืน ด้วยการย้ายแนวถนน และลดระดับถนนฝั่งคลอง ปรับปรุงเป็นเลนจักรยานเพื่อป้องกันถนนทรุดตัวในอนาคต โดยโครงการนำร่องจะเริ่มที่ ถนนคลอง 13-14 (เลียบคลองระพีพัฒน์) จังหวัดปทุมธานีเป็นแห่งแรก!!
ถือเป็นการ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” ด้วยการปรับถนนริมคลองที่ทรุดให้เป็นเลนจักรยาน และให้ขยายแนวถนนไปยังฝั่งพื้นดินมากขึ้น เพราะการสร้างเลนจักรยานเลียบคลอง จะไม่มีการกดทับน้ำหนักมากเท่ากับรถยนต์ หรือรถบรรทุกที่วิ่งสัญจรเลียบคลอง แต่การสร้างเลนจักรยานจะต้องไม่กระทบกับเส้นทางสัญจรหลักของคนในพื้นที่
ด้านนายประศักดิ์ บัณฑุนาค รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เผยด้วยว่า การสร้างเลนจักรยานเส้นทางดังกล่าว จะเน้นมาตรฐานทางวิศวกรรม คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของประชาชน
มีการแยกช่องจราจรระหว่างเลนจักรยานกับถนนอย่างชัดเจน พร้อมทั้งสร้างจุดพักรถขนาดเล็กทุก 5-10 กิโลเมตร และจุดพักรถขนาดใหญ่ทุก 15 – 20 กิโลเมตร และทุกกิโลเมตรจะมีป้ายจราจรเพื่อสุขภาพ และสัญลักษณ์เพื่อสุขภาพ

ทั้งนี้ MThai News จึงได้ลงพื้นที่บริเวณถนนเลียบคลอง 13 จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสภาพความพร้อมของถนน และสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้าที่พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง ถนนเกิดทรุดตัวหลายจุด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าตลอดเส้นทางถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ช่วงคลอง13ดังกล่าว ตั้งแต่ประตูระบายน้ำพระธรรมราชา ถนนทรุดตัวเป็นทางยาวหลายจุด โดยกรมทางหลวงชนบทได้มีการติดตั้งป้ายแจ้งเตือนประชาชนเพื่อป้องกันอันตราย รวมถึงมีการซ่อมแซมปรับปรุงผิวถนนแล้วในเบื้องต้น ให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ชั่วคราว

คุณลุงประสิทธิ์ เดชเรือง อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เผยว่า พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง น้ำในคลองแห้งขอดถนนเกิดทรุดตัวหลายจุด ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งเหตุดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่อาศัยอยู่ที่นี่ และตนคาดว่าจะมีการทรุดตัวเพิ่มอีก โดยสังเกตได้จากพื้นถนนที่เริ่มมีรอยแตกเป็นทางยาว
อย่างไรก็ตาม หากจะมีการปรับถนนเส้นดังกล่าวเป็นเลนจักรยานตามแนวคิดของกระทรวงคมนาคมนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่าส่งเสริมสนับสนุน เพราะจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมถึงจังหวัดปทุมธานีเองด้วย
แต่ทั้งนี้มีความกังวล และไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน เนื่องจากถนนดังกล่าวเกิดการทรุดตัวอย่างรุนแรง เสี่ยงได้รับ “อันตราย”
จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมถนนให้กลับมาใช้ได้ปกติดังเดิม พร้อมทั้งต้องมีการสำรวจพื้นที่ และความคิดเห็นของประชาชน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาด้วย
“กู้ถนนทรุด ผุดเลนจักรยาน” พลิกจากวิกฤตให้เป็นโอกาส แนวคิดโครงการนี้จะสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างไรนั้น ชาวบ้านเองยังนึกภาพไม่ออก แต่สิ่งที่นึกออกในตอนนี้คือ ภาพถนนที่ได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ปกติ
เจนจิรา ใบม่วง รายงาน/ธเนตร พุทธิตระกูล ภาพ
ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News