แรง! บก.ลายจุด ฉะหนุ่มเมืองกรุง หลังโพสต์ด่าคนบ้านนอก

แรง! บก.ลายจุด ถามหาโคตรเหง้า จวก หนุ่มเมืองกรุงด่าคนบ้านนอก

จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ชายหนุ่มคนหนึ่งโพสต์ข้อความฝากถึงคนบ้านนอกที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ว่ากลับบ้านนอกไปแล้วไม่ทำให้รถติดและ ไม่ต้องกลับมาแย่งอากาศหายใจ

page

ล่าสุดเรื่องราวยังไม่จบเพราะนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ได้โพสต์แสดงความคิดเห็น และอธิบายความหมายของคำว่า บ้านนอก โดยเผยว่า

ในสมัย ร.5 มีการยิงปืนใหญ่ที่สนามหลวงเวลาเที่ยงวันเพื่อบอกเวลา เป็นที่มาของคำว่า “ไกลปืนเที่ยง” หมายถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ไกลจากจุดที่พระนครที่ไม่ได้ยินเสียงปืน ส่วนคำว่า “บ้านนอก” ก็หมายถึงคนที่อาศัยไกลออกไปจากศูนย์กลางในลักษณะเดียวกัน ทุ่งบางกะปิ ในวรรณกรรมแผลเก่า ก็จัดว่าบ้านนอกเช่นกัน

พอความเป็นเมืองพัฒนามากขึ้น ก็มีสำนวนเหยียดคนที่อยู่ไกลออกไปอีกว่า “คนหลังเขา” คนป่าอะไรทำนองนี้ เมื่อพลังเศรษฐกิจถูกปลดปล่อย คนชั้นกลางใหม่ปรากฏตัวมากขึ้น ถ้อยคำเหล่านี้ค่อย ๆ หายไป แม้จะมีดังสลับขึ้นมาบ้างในช่วงที่กลุ่มขัดแย้งทางการเมืองใช้เป็นวาทะกรรมกดทับ และลดทอนคุณค่าของอีกฝ่าย เช่น

พวกไม่ได้กินปลาทะเล แต่ดูเหมือนว่าถ้อยคำเหล่านี้หลุดออกมาจากปากใครก็นำความเสื่อมเสีย และสะท้อนสำนึกล้าหลังของผู้กล่าว ดังนั้นเมื่อมีหนุ่มคนกรุงเทพฯ หน้าตาดีออกมาพูดเรื่องรถติดใน กทม. เพราะคนบ้านนอก จึงจัดว่าหลงยุคหลงตัวเองอย่างยิ่ง ลึก ๆ ผมก็อยากรู้ว่าโคตรเหง้าของคน ๆ นั้นมีพื้นเพมาจากที่แห่งหนใดบนโลกใบนี้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

มาเลย์ ไม่ชัดซากเครื่องเป็น MH370

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย เผยชิ้นส่วนซากเครื่องบิน เป็น777จริง แต่ไม่ชัดMH370

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเหลียว เตียง ไล่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย เปิดเผยว่าซากชิ้นส่วนปีกเครื่องบินที่พบบนเกาะเรอูนียง ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เป็นชิ้นส่วนของเครื่องบินโบอิ้ง 777 จริง ซึ่งเครื่องบินดังกล่าวเป็นรุ่นเดียวกับเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ เที่ยวบินที่ MH370

636247-01

ซึ่งหายไปจากจอเรดาร์เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว แต่ต้องรอการพิสูจน์อีกครั้งว่า เป็นชิ้นส่วนของเที่ยวบินMH370 หรือไม่ โดยซากชิ้นส่วนปีกเครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่พบได้ถูกส่งไปถึงเมืองตูลูสของฝรั่งเศสแล้ว

คณะสืบสวนมีกำหนดจะเริ่มทำการตรวจสอบชิ้นส่วนดังกล่าวในวันที่ 5 ส.ค. ทั้งนี้ทางการมาเลเซีย ได้แถลงอีกว่า ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากดินแดน ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียแห่งอื่น ๆ ให้แจ้งข่าวหากพบวัตถุที่อาจจะเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินเพิ่มเติม

สำนักอัยการประจำกรุงปารีส แถลงว่า ทีมเจ้าหน้าที่สอบสวนของฝรั่งเศสจะยังไม่เริ่มการตรวจสอบชิ้นส่วนปีกของเครื่องบินนี้ จนกว่าจะถึงช่วงบ่ายของวันที่ 5 ส.ค. และการตรวจสอบจะมีขึ้น ก็ต่อเมื่อมีทีมเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียเข้าร่วมการตรวจสอบด้วย

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดหวังว่า ชิ้นส่วนปีกของเครื่องบิน และกระเป๋าเดินทางที่เสียหาย ที่ถูกพบในครั้งนี้จะเป็นเบาะแสสำคัญ ขณะที่อีกด้าน อธิบดีกรมการบินพลเรือนของมาเลเซีย อาซารุดดิน อุบดุล ราห์มาน ซึ่งกำลังอยู่ในฝรั่งเศสเพื่อติดตามการวิเคราะห์เศษชิ้นส่วนปีกเครื่องบิน ได้เผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า วัตถุที่พบใหม่ จริง ๆ แล้วเป็นเศษของบันไดที่ใช้กันตามบ้าน ไม่ใช่ประตูเครื่องบิน

ส่วนในโลกออนไลน์ ระบุว่า วัตถุชิ้นหนึ่งที่พบน่าจะเป็นเศษของกาต้มน้ำ ด้านแหล่งข่าวรายหนึ่ง ซึ่งใกล้ชิดกับการสืบสวนสอบสวนปารีส เผยว่า ยังไม่มีวัตถุส่วนใดที่น่าจะมาจากเครื่องบินเลย

เมียนมาน้ำท่วม ประกาศภาวะฉุกเฉิน-ตายแล้ว27

รัฐบาล เมียนมาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ มีฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 คน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลเมียนมา  ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ในเขตสะกาย รัฐคะฉิ่น เมืองพะโค และรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักสุด จากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ หลังจากเกิดฝนตกหนักนานนับเดือน ในพื้นที่ถึง 12 รัฐ จากทั้งหมด 14 รัฐ และเกิดน้ำท่วมหนักมาตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

636206-01

โดย ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ของ เมียนมา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในเขตสะกาย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวแหล่งใหญ่ของประเทศ ขณะที่ทางการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจัดส่งอาหาร และเรือไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ประสบภัย

แม้ว่าขณะนี้ฝนได้หยุดตกในหลายพื้นที่แล้ว แต่การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ยังไม่ทั่วถึง โดยมีรายงานว่า พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบเกือบ 1,300 ไร่ ที่นากว่า 80 ไร่ได้รับความเสียหายส่วนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นพบแล้วอย่างน้อย 27 ราย ชาวบ้านอีกหลายหมื่นคน ต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และในเวลานี้สถานการณ์เลวร้ายหนัก

ขณะที่สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรม แห่งสหประชาชาติ แถลงว่า ได้รับแจ้งจากกระทรวงบรรเทาทุกข์และย้ายถิ่นฐานของเมียนมาว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในขณะนี้ 156,000 คน

แต่มีแนวโน้มที่ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นสูงมาก เนื่องจากยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ทีมประเมินสถานการณ์ยังเข้าไม่ถึง และยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเป็นตัวเลขประเมินที่ต่ำเกินไปเช่นเดียวกัน

ทางด้านสภากาชาดเมียนมา ระบุว่า บ้านเรือน 300 หลัง ในยะไข่ถูกทำลายราบหรือได้รับความเสียหาย และประชาชนราว 1,500 คน ต้องอพยพไปยังศูนย์หลบภัย