บิ๊กตู่ยันไร้เอี่ยวมูลนิธิกปปส. ลั่นห้ามทำผิด กม.

นายกฯ ยัน ไร้เอี่ยว ‘สุเทพ’ เปิด ‘มูลนิธิ กปปส.’ ลั่น อย่าทำผิดกฎหมาย ส่วน คสช. จะอยู่ยาวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแม่บท รธน.

วันที่ 2 ส.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. เปิดตัวมูลนิธิมวลมหาประชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย โดยย้อนถามสื่อมวลชนกลับว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สุเทพ เทือกสุบรรณ (Photo credit should read YOSHIKAZU TSUNO/AFP/Getty Images)

“เกี่ยวอะไรกับผม เป็นเรื่องของมูลนิธิ ก็ทำไป แต่อย่าทำผิดกฎหมาย เพราะผมมีหน้าที่รักษากฎหมาย รักษากติกา ด้วยกฎหมายตัวเดียวกัน ฉบับเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นอย่าระรานกัน อย่าพูดจาเสียหาย ไม่เฉพาะพวกนี้ แต่ที่ผมพูดหมายถึงทุกพวก ขอให้จำไว้ด้วย”

ส่วนกรณีที่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และอดีตหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.) ที่เสนอให้คสช.อยู่ต่อจนกว่าจะปฏิรูปเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า

“จะอยู่ได้อย่างไร ก็ไปหามา รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไรก็ตามนั้น ขอให้ไปอ่านรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้เข้าใจ”

ข้อมูล tnews

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เปลี่ยนฟ้าบูรพาภิวัฒน์ บรูไน ผู้ครองบ่อน้ำมันหนึ่งเดียวในอาเซียน

บรูไน ดารุสซาลาม ดินแดนของชาวมุสลิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนึ่งใน 10 สมาชิกกลุ่มอาเซียน หนึ่งเดียวที่มีบ่อน้ำมันในประเทศ

กลับมาพบกันอีกครั้ง สำหรับบทความที่ติดตามความเคลื่อนไหว ทั้งจุดเด่น และท่าไม้ตายของประเทศที่เป็นอนาคตของสมาชิกกลุ่มประชาคมอาเซียน ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ที่กำหนดให้ประเทศนั้น ๆ มีอำนาจการต่อรอง และความได้เปรียบเสียเปรียบในเวทีการค้ากลุ่ม ที่ทางทีมข่าว MThai ได้รวบรวมไว้ใน ‘เปลี่ยนฟ้าบูรพาภิวัฒน์’ ตอนที่สอง จะพูดถึงหนึ่งในประเทศสมาชิกกลุ่ม ที่มีทรัพยากรอันล้ำค่าอย่าง ‘บ่อน้ำมัน’ ซึ่งเป็นรายได้หลักในการส่งออกของประเทศบรูไน นับตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน และสร้างมูลค่ามหาศาล ให้บรูไนเป็นประเทศที่ร่ำรวยติดอันดับของกลุ่มก็ว่าได้

Sultan Omar Ali Saifuddien mosque at Brunei

Sultan Omar Ali Saifuddien mosque at Brunei

เมื่อพูดถึงสินค้าส่งออกของประเทศบรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) อนาคตสมาชิกประเทศหนึ่งเดียวในกลุ่มประชาคมอาเซียน ที่มีบ่อน้ำมัน และแหล่งก๊าซธรรมชาติเป็นของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้เป็นที่ประจักษ์กันดีว่า ประเทศที่มีบ่อน้ำมันเป็นของตนเอง ดังเช่นประเทศในแถบตะวันออกกลาง ที่ยังล้าหลังกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ในหลายด้าน แต่กลับร่ำรวยจากรายได้จากการค้าน้ำมัน และส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ เป็นตัวอย่างในการสร้างรายได้มหาศาล เป็นเป็นที่มาของความมั่งคั่งในภูมิภาคดังกล่าว บรูไนก็เช่นกัน เนื่องจากปัจจัยดังกล่าว ได้ทำให้บรูไน กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกที่น่าจับตามองที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียนก็ว่าได้

แรกเริ่มเดิมที บรูไนเป็นประเทศที่เลื่องชื่อในฐานะ ประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อุดมไปด้วยปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ รวมถึงมีสินค้าจำพวกเชื้อเพลิงเป็นพระเอกในด้านการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ในอดีตช่วงปี 1940 การผลิตน้ำมันในบรูไนสามารถผลิตได้ถึง 17,000 บาร์เรลต่อวัน แม้จะเจอช่วงมรสุมในสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เจอปัญหาหนักจากภัยสงคราม ทำให้บ่อน้ำมันได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ปริมาณในการผลิตยังคงสามารถผลิตในประเทศได้ ยังคงทำได้ถึง 15,000 บาร์เรลต่อวัน

1970 pic 4 copy

ความโชคดียังไม่หยุดยั้ง เนื่องจากในปี 1972 บรูไนได้กลายเป็นประเทศที่มีการค้นพบ แหล่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่แห่งแรกของโลก บนชายฝั่งของประเทศบรูไนดารุสซาลาม เป็นการนำร่องมาตรฐานใหม่ ในเทคโนโลยีวิศวกรทางด้านพลังงานเชื้อเพลิง ที่สามารถจัดการก๊าซของเหลวได้อย่างปลอดภัย และสามารถจัดส่งในระยะไกลได้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีบรูไนสามารถส่งก๊าซธรรมชาติไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่นได้ เป็นแบบจำลองทางด้านกิจการที่มีความคล้ายคลึงไม่เพียงแต่ในภูมิภาค แต่ยังเป็นตัวแม่แบบให้กับภาคอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงทั่วโลก

ประจวบเหมาะกับการค้นพบบ่อน้ำมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสามารถผลิตน้ำมันได้ถึง 2.5 แสน บาร์เรลต่อวัน จุดเปลี่ยนแปลงสำคัญ เริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 1991 ซึ่งเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์การผลิตน้ำมันของบรูไน และเป็นจุดเปลี่ยนผ่านให้บรูไนสามารถผลิตน้ำมัน ได้สูงถึง 1 พันล้านบาเรล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม ค.ศ. 1991 บรูไนจึงได้สร้าง The Billionth Barrel Monument ไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จนี้ ภายใต้การบรรชาการโดย
สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ ตำแหน่งราชาธิบดีแห่งบรูไนในปัจจุบัน

เปลี่ยนฟ้าบูรพาภิวัฒน์,อาเซียน,บ่อน้ำมัน,บรูไน,ประชาคมอาเซียน,ประเทศอาหรับในอาเซียน

The Billionth Barrel Monument อนุเสาวรีย์พันล้านบาร์เรลในบรูไน ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จทางด้านการค้นพบแหล่งพลังงานครั้งยิ่งใหญ่

จากนั้นในปี 1993 บรูไนได้จัดตั้ง Brunei Oil and Gas Authority (BOGA) ขึ้นอย่างเป็นทางการ และได้จัดตั้ง Brunei National Petroleum Company Sdn. Bhd. ขึ้นใน ค.ศ. 2001 ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นผู้บริหารผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี และค.ศ 2005 ได้มีการจัดตั้งกระทรวงพลังงาน ภายใต้การดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี

แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่บรูไนเป็นประเทศที่ร่ำรวย และมีความมั่งคั่งทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นประเทศที่ดึงดูดผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรายได้จากการส่งออกน้ำมันและปิโตรเลียม ถือเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้จากทั้งประเทศ จีดีพีในประเทศจึงวัดเป็นค่าที่ค่อนข้างสูง

อย่างไรก็ตาม บรูไนเป็นประเทศผู้ผลิตน่ำมันที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันสามารถผลิตน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 180,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ยังเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว รายใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ติดตาม ‘เปลี่ยนฟ้าบูรพาภิวัฒน์’ ตอนอื่น ๆ ได้ ที่นี่

MThai News

ที่มา bsp

ทหารปิดล้อมวิสามัญโจรใต้ แกนนำกลุ่ม RKK

เจ้าหน้าที่ทหารปิดล้อมวิสามัญแกนนำกลุ่มอาร์เคเค มือระเบิดสังหารอดีต รอง ผกก.ป.สภ.รือเสาะ  เมื่อปี  56

วันนี้ 2 ส.ค. พ.ท.ทรงเดช สุกนุ้ย ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นำกำลังเข้าสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชุดการข่าวพิเศษ และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการณ์พิเศษร่วม จ.ปัตตานี จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการณ์ ที่ใช้กฏอัยการศึกปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 50 บ้านปาแดแตแร ซึ่งเป็นบ้านย่อยของบ้านตันหยง หมู่ 5 ต.บาตง อ.รือเสาะ

โจรใต้

หลังจากสืบทราบมีกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเค กลุ่ม นายมะซูการือนอ ยะกูมอ ชาว อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งหลบหนีคดีความมั่นคงหลายคดี และที่สำคัญเคยก่อเหตุลอบวางระเบิดดักสังหาร พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ อดีต รอง ผกก.ป.สภ.รือเสาะ หรือ “รองชุมแพ” เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 56 ได้แฝงตัวมาหลบซ่อนที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นของพ่อตาและภรรยา แต่ นายมะซูการือนอ ขัดขืนการจับกุมใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นนานประมาณ 30 นาที

หลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่พบศพ นายมะซูการือนอ ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตบริเวณหน้าห้องน้ำภายในบ้านพัก โดยที่ข้างศพมีอาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก และระเบิดขว้างอีก 1 ลูกที่ดึงสลักแล้วแต่ไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

ทั้งนี้จึงได้นำตัวพ่อตาและภรรยาของนายมะซูการือนอ ไปควบคุมไว้ที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสวนธรรม อ.รือเสาะจ.นราธิวาส ตามกฎอัยการศึก เพื่อสอบปากคำและทำประวัติ นอกจากนี้ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะหยิบยกประเด็นการวิสามัญไปปลุกระดมให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ความรุนแรง

ขอบคุณ เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News