นายกฯ ขอกำลังใจให้ครม.ใหม่ ทำงาน

พล.ต.สรรเสริญ เผย นายกรัฐมนตรี ขอทุกฝ่ายให้กำลังใจ ครม.ชุดใหม่ มั่นใจทีมเศรษฐกิจตั้งใจขับเคลื่อนนโยบายเต็มที่

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ขอทุกฝ่ายให้กำลังใจกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รวมทั้งทีมเศรษฐกิจที่ถูกตั้งความหวังไว้สูง

6479

เพราะนอกจากจะต้องเร่งดำเนินการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ และแผนงานเดิมที่คณะรัฐมนตรีชุดเดิมได้วางไว้ให้เป็นไปตามเป้าหมายแล้ว ยังต้องกำหนดมาตรการ แผนงาน นโยบาย และโครงการใหม่ๆ เพื่อผลักดันงานด้านเศรษฐกิจให้เดินหน้าโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะเห็นแผนงานมาตรการ และนโยบายใหม่ ที่ทีมเศรษฐกิจจะนำเสนอให้เห็นทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบภายในระยะเวลาไม่นาน ซึ่งมาตรการบางส่วนวางไว้ เพื่อให้เกิดผลในวันนี้ มาตรการบางส่วนเป็นเรื่องของการวางระบบวันนี้เพื่อผลในวันหน้า

ทุกอย่างไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จภายในช่วงเวลา 2 – 3 เดือน แต่มั่นใจว่า ทุกอย่างจะเป็นไปในทิศทางบวก และไม่จำเป็นต้องกดดัน หรือ ขีดเส้นการทำงานของทีมเศรษฐกิจ เพราะมีความเชื่อมั่นในทุกคนที่เชิญมาอยู่แล้ว ว่ามีความตั้งใจและจะทำงานอย่างเต็มที่

คสช. แถลง คืบหน้าเหตุบึ้มราชประสงค์

คสช. แถลงการสืบสวนคดีระเบิดศาลพระพรหม-สาทร คืบหน้าต่อเนื่อง ครอบครัวผู้เสียชีวิต 20 รายได้รับเงินเยียวยาแล้ว แนะประชาชนตามข่าวจากทางการ ป้องการเข้าใจคลาดเคลื่อน

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่ผ่านมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกแถลงข่าวถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ ว่า สถานการณ์เป็นปกติ และได้รับคำชื่นชมจากองค์กรท่องเที่ยวโลกที่สามารถจัดการรับมือกับปัญหาได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ระเบิดแยกราชประสงค์, วินธัย สุวารี, คสช

ส่วนการสืบสืบสวนสอบสวนคืบหน้าต่อเนื่อง แต่ไม่ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 20 ราย ได้รับเงินตามสิทธิเรียบร้อยแล้ว โดยมีหน่วยงานที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือทั้งสิ้น 7 หน่วยงานได้แก่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

กระทรวงยุติธรรม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร มูลนิธิสิริวัฒนภักดี สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว และเงินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดให้มีการประชุมหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์ให้มีความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน และกำหนดให้มีการหารือกันอีกครั้งในวันศุกร์นี้

อย่างไรก็ดีขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยหน่วยงานราชการเท่านั้นเพราะสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ในหลายมุมมอง รวมถึงจัดทำสื่อเผยแพร่ในลักษณะของแผนผังหรือคลิปวีดีโอเหตุการณ์จำลอง

ข้อมูลดังกล่าว มักถูกจัดทำขึ้นบนพื้นฐานความคิดเห็นส่วนบุคคลและการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีแหล่งอ้างอิงไม่ครบถ้วน ก่อให้เกิดการชี้นำหรือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ต้องจริงจัง! จี้จนท.เอาผิดร้านค้ายึดฟุตบาธ

วิจารณ์แซด! จนท.ปล่อยให้ร้านข้าวผัดดัง ยึดฟุตบาธนานกว่าสิบปี 

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Hawkeye Hunter ได้แชร์ภาพลงบนแฟนเพจ ‎กลุ่มคนไทย ไม่เอาหาบเร่ แผงลอย โดยเผยว่า ตนอาศัยอยู่ย่าน เคหะฯบางบัว หลักสี่ตั้งแต่เกิด จึงขอนำภาพมาแบ่งปันให้ชม

11905390_844560038985324_1502778960822664909_n

โดยในภาพเจ้าหน้าที่ รวมถึงเทศกิจปล่อยปละละเลยให้ร้านค้าสามารถยึดครองพื้นที่สาธารณะ ทั้งทางเท้า ถนน เพื่อทำการค้าได้อย่างเต็มที่ จนประชาชนคนเดินเท้าต้องลงไปเดินกันบนถนนแทน เด็กเล็ก คนแก่ คนพิการก็ต้องเดินเสี่ยงชีวิตกันบนถนน ทั้งนี้ ตนอยากเห็นชาวสังคมออนไลน์นำภาพมาอวดกันบ้างว่าเขตอื่นเป็นแบบเขตหลักสี่หรือเปล่า ? บางร้านมีการยึดทางเท้าและถนนมานานหลายสิบปี

ทั้งนี้ ทางแฟนเพจ BIG Trees ซึ่งเป็นเพจทางด้านสิ่งแวดล้อมได้แสดงความคิดเห็นว่า 4-5 ปี นี้มีคนบ่นเรื่องกทม.มากขึ้น ตั้งแต่ข่าวลือเรื่องเขตหลายๆ เขตเปิดโควต้าเก็บส่วยป้ายเถื่อนจนป้ายเกิดขึ้นเลอะเทอะเต็มเมือง จนข่าวลือเรื่องการทำเป้าส่วยทางเท้ารายเดือนจนทางเท้าเละทั้งเมือง

หรือไม่ก็ข่าวลือที่ว่าเขตรับจ้างร้านคาราโอเกะ กับคอนโด ตัดต้นไม้ของหลวงราคา 3,000 บ้าง 12,000 บ้าง ซึ่งตนก็ไม่ว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่พอคนเริ่มเดือดร้อนกันจนทั่วไปหมดแบบนี้แล้วก็อยากอาสาฝากเป็นสื่อกลางบอกผู้บริหารกทม.ในฐานะกัลยาณมิตรด้วย

ที่มา https://www.facebook.com/BIGTreesProject/posts/866367806765619

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News