สั่งจำคุก 3,318 ปี มือกราดยิงโรงหนัง

ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุกแบบไม่ให้เกิดใหม่ แก่ นาย เจมส์ โฮล์มส์ คนร้าย อ้างเป็นโจ๊กเกอร์ ก่อเหตุกราดยิงภายในโรงภาพยนตร์เมื่อปี 2012 โดยตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต บวกกับอีก 3,318 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ผู้พิพากษาศาลแขวงรัฐโคโลราโดมีคำพิพากษาอย่างเป็นทางการให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการทำทัณฑ์บนบวกกับโทษจำคุก 3,318 ปี ต่อ นาย เจมส์ โฮล์มส์ ผู้ต้องหาก่อเหตุกราดยิงภายในโรงภาพยนตร์ที่เมืองออโรร่า จนมีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บอีก 70 คน เมื่อ ปี 2012

ภาพประกอบเนื้อหา

ภาพประกอบเนื้อหา

โดยในรายงานข่าว ระบุว่า โฮล์มส์ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 27 ปี ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จากข้อหาฆาตกรรม รวม 24 กระทงและต้องโทษจำคุกรวม 3,318 ปี จากข้อหาพยายามฆ่าคนโดยเจตนารวม 140 กระทง และข้อหาเกี่ยวกับการครอบครองวัตถุระเบิดจำนวนมากที่ห้องพักของเขา

ทั้งนี้ คำสั่งของผู้พิพากษา คาร์ลอส เอ. ซามอร์ จูเนียร์ เมื่อวันพุธถือเป็นจุดสิ้นสุดของการดำเนินคดีอันยาวนาน 3 ปี นับตั้งแต่ นาย โฮล์มส์ ก่อเหตุกราดยิงที่โรงภาพยนตร์ เซนจูรี่ 16 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2012 ในวันเกิดเหตุ นายโฮล์มส์ แฝงตัวไปในกลุ่มแฟนภาพยนตร์

โดยสวมหน้ากากกันแก๊ส พร้อมเสื้อเกราะกันกระสุน หมวกเหล็กทหาร โยนแก๊สน้ำตาเข้าไปในกลุ่มผู้ชมภาพยนตร์ ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนที่เตรียมมากราดยิงเข้าใส่ผู้คนเป็นจำนวนกว่า 100 นัด ติดต่อกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 10 ราย ก่อนที่จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 ราย

ขณะที่มีผู้บาดเจ็บมากถึง 70 คน หลังก่อเหตุ ได้ยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุม โดยไม่มีท่าทีขัดขืน พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ตัวเขา คือ โจ๊กเกอร์ 1ในคู่ปรับคนสำคัญในหนังเรื่อง แบทแมน

เช็คด่วน!! จราจรเช้านี้ รถติดหนักหลายเส้นทาง

บก.จร. รายงานสภาพจราจร หลายพื้นที่มีรถติดขัดหนักในหลายเส้นทาง

วันนี้ (27 ส.ค. ) สภาพการจราจร สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (จาก ฝั่งธนฯ ไป ฝั่งพระนคร) ขึ้น สะพานสทมเด็จพระปิ่นเกล้า รถหนาแน่นเคลื่อนตัวช้าสลับหยุด ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า ท้ายอยู่ในเขตตลิ่งชัน, ขึ้น สะพานพระราม 8 รถมากยังเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง

641081-01

ถนนรามคำแหง ขาเข้า จาก แยกรามคำแหง มุ่งหน้า แยกคลองตัน รถหนาแน่นติดขัดหยุดนิ่ง ท้ายชนแยกรามคำแหง ต่อเนื่องไปถนนเพชรบุรีไปถนนอโศกมนตรี

เกิดอุบัติเหตุ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า จากแยกรัชดาลาดพร้าวมุ่งหน้าแยกรัชดาสุทธิสาร จุดเกิดเหตุตรงข้ามโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค รถเก๋งชนกับรถแท็กซี่ กีดขวางช่องทางกลาง

ถนนนครอินทร์ ขาเข้า จากแยกบางสีทอง มุ่งหน้า สะพานพระราม5 หน้าแม็คโคร เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางซ้ายของทางด่วน

เช็คสภาพการจราจรเพิ่มเติมที่นี่ >>> รายงานการจราจร

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก บก.จร.,จส.100

เตรียมนำร่องลดชั่วโมงเรียน เริ่มภาค 2/58

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยเตรียมให้ สพฐ.นำร่องโรงเรียนในสังกัด เริ่มปรับลดชั่วโมงเรียน เพื่อให้เด็กได้มีการผ่อนคลาย และไม่เครียดจากการเรียนจนเกินไป

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า ได้รับฟังแนวทางการดำเนินงานของ 5 องค์กรหลักตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ โดยได้ขอให้เพิ่มเติมแนวทางดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีใน 2 ประเด็น คือ

ปรับชั่วเรียน

เรื่องของการลดเวลาเรียนให้น้อยลง โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พิจารณาปรับลดชั่วโมงเรียนบางวิชาให้น้อยลง เพื่อให้เด็กได้มีการผ่อนคลาย ไม่เครียดในการเรียนมากเกินไป หรือต้องหอบการบ้านไปทำต่อที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีเวลาที่จะอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น

โดยอาจจะเลิกเรียนในชั้นเรียนเวลาประมาณ 14.00 น. ส่วนเวลาที่เหลือให้ สพฐ.ไปพิจารณารายละเอียดและกิจกรรมว่าควรดำเนินการอย่างไรกับเด็ก 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่จะเดินทางกลับบ้าน หรือกลุ่มซึ่งรอกลับบ้านพร้อมผู้ปกครองหลังเลิกงาน

ทั้งนี้ สพฐ.จะนำร่องโรงเรียนในสังกัดประมาณร้อยละ 10 จากทั้งหมด 38,000 โรงเรียนก่อน เริ่มต้นได้ทันทีในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ดังนั้นจึงขอให้ สพฐ.จัดระบบนิเทศและเตรียมการให้ดีในช่วงปิดภาคเรียนนี้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันกับโรงเรียน นักเรียน ครู ผู้ปกครองในการดำเนินการด้วย

และเน้นการสอนอาชีพเฉพาะด้านของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เพื่อต้องการให้ มทร.แต่ละแห่งมีจุดเด่นในการผลิตผู้เรียนในแต่ละสาขาอาชีพเฉพาะทางแตกต่างกันไป ซึ่งนอกจากจะต้องปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรแล้ว จะต้องพัฒนาครูผู้สอนและเครื่องมือช่วยสอนให้มีประสิทธิภาพ

โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายในเดือนกันยายน 2559 อาจจะเริ่มต้นจาก 2-3 แห่งก่อน

ขอบคุณ ข่าวสำนักรัฐมนตรี

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News