กทม.ยันCCTVราชประสงค์ เสียแค่4ตัว จาก107

กรุงเทพมหานคร แจง CCTV ย่านราชประสงค์เสียเพียง 4 ตัว จาก 107 ตัว ขออย่านำมาโจมตี ยัน แก้เสร็จแล้ว ชี้ ตรวจการใช้งานทุก 15 วัน

พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง และ นางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษกกรุงเทพมหานคร ชี้แจง กรณีกระแสข่าวที่ประชาชน และสื่อนำเสนอข่าวการทำงานของกล้อง CCTV ที่ไม่มีมาตรฐานเพียงพอ

ภาพประกอบเนื้อหา

ภาพประกอบเนื้อหา

จนทำให้ไม่สามารถหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ได้ ว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุที่แยกราชประสงค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่สั่งการให้ตรวจสอบกล้อง CCTV บริเวณโดยรอบทั้งหมด และกำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่

ซึ่งที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทั้งหมด 48 ครั้ง เพื่อนำภาพไปใช้ในเรื่องทางคดี ซึ่ง กทม. ก็ให้ความร่วมมือทุกครั้ง โดยในบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ มีกล้องทั้งหมด 107 ตัว ใช้ไม่ได้เพียง 4 ตัว เท่านั้น

ได้แก่ กล้องบริเวณกลางแยกราชประสงค์ 1 ตัว , สีลม บริเวณโรงเรียนคอนแวนซ์ 1 ตัว และบริเวณแยกนราธิวาสอีก 2 ตัว ส่วนบริเวณราชประสงค์จุดเดียวมีทั้งหมด 19 ตัว

ดังนั้น การที่กล้องเสียเพียง 4 ตัว จึงไม่ใช่สาระสำคัญที่จะโทษว่า กล้องเสีย 4 ตัว จึงทำการจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องใช้พยานหลักฐาน พยานแวดล้อม พยานบุคคล ประกอบของการทำคดี

ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งให้ไปแก้ไขเรียบร้อยแล้ว กล้องวงจรปิดให้กลับมาใช้การได้เหมือนเดิมแล้ว ซึ่งทุก ๆ 15 วัน จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตรวจสอบให้กล้อง CCTV ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทฤษฏีใหม่ อ้างกลุ่มหมาป่าสีเทาในตุรกี บงการบึ้มศาลพระพรหม

ทฤษฏีใหม่ นักวิเคราะห์อ้าง กลุ่มหัวรุนแรง หมาป่าสีเทา ในตุรกี อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ

ศาลพระพรหมเอราวัณ,หมาป่าสีเทา,ตุรกี,อุยกูร์,ระเบิด,จีน

Photo credit should read MUSTAFA OZER/AFP/Getty Images

สำนักข่าว ‘ฟอร์บส์’ เผยแพร่เนื้อหาการเสวนา ในหัวข้อ The Bangkok Bombing: What do we really Know? ซึ่งเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเหตุวินาศกรรมระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ ที่มีผู้เสียชีวิต รวมทั้งสิ้น 20 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 126 ราย ที่จัดขึ้นที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวานนี้

ซึ่งนายแอนโธนี เดวิส นักวิเคราะห์ด้านการรักษาความปลอดภัย จาก IHS Jane′s ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลด้านความมั่นคงในแคว้นอังกฤษ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า เหตุความรุนแรงในครั้งนี้มีการวางแผนมาอย่างดี และมีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน พร้อมทั้งมุ่งจับตาไปที่กลุ่ม ‘หมาป่าสีเทา’ (Grey Wolves) กลุ่มหัวรุนแรงในประเทศตุรกี ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มอุยกูร์

กลุ่มหมาป่าสีเทา ก่อตั้งขึ้นในทศวรรษที่ 1960 เป็นกลุ่มที่มีการรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ และมีสาขากระจายในหลายประเทศ มีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุผลทางด้านการมุ่งเป้าไปที่สถานที่ ที่มีชาวจีนแวะเวียนเข้าออกเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

ศาลพระพรหมเอราวัณ,หมาป่าสีเทา,ตุรกี,อุยกูร์,ระเบิด,จีน

Photo credit should read BERTRAND LANGLOIS/AFP/Getty Images

ไม่เพียงแต่การตั้งข้อสังเกตของการเกิดเหตุความรุนแรงที่กรุงเทพฯ เท่านั้น เนื่องจาก กลุ่ม หมาป่าสีเทา เป็นกลุ่มขวาสุดโต่ง ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งกลุ่มต้องสงสัย ในการอยู่เบื้องหลัง ความรุนแรงหลายกรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เช่นในสงครามเชชเนียหลังการล่มสลายของโซเวียต และสงครามระหว่างอาเซอร์ไบจานและอาร์มีเนีย ซึ่งกลุ่มดังกล่าว เป็นศัตรูกับกลุ่มชาวเคิร์ดและชาวคริสต์

นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นต่อไปว่า กลุ่มหมาป่าสีเทา เป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์อย่างมากรวมทั้งเป็นผู้มีบทบาทในการประท้วงและโจมตีสถานกงสุลไทยในตุรกีหลังเหตุการณ์ไทยส่งชาวอุยกูร์ให้จีน รวมถึงมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมเชื้อสายตุรกีทั่วโลก แต่ไม่ได้มีการกล่าวหาว่าเหตุวินาศกรรม บึ้มราชประสงค์ เป็นฝีมือของกลุ่มอุยกูร์โดยตรง เนื่องจากกลุ่ดังกล่าวน่าจะมีความสามารถไม่เพียงพอ และไม่น่าจะมีมูลเหตุ เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศเช่นกัน

นายเดวิสมองว่า ทฤษฎีเกี่ยวกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะมีน้ำหนักน้อย เนื่องจากระเบิดที่ใช้ในครั้งนี้แตกต่างจากระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุตามปกติในสามจังหวัดชายแดน ทั้งนี้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนจากภาคใต้ไม่น่าจะต้องการทำร้ายนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นนี้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนต้องการแสดงศักยภาพที่จะก่อเหตุนอกพื้นที่เพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ไทย

ติดตามข่าวสารที่ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา  forbes

Puckdessert ขนมยอดฮิต จากนิสิตจบใหม่ไฟแรง

กลายเป็นกระแสนิยมของวัยรุ่นยุคใหม่ก็ว่าได้ สำหรับการเริ่มต้นหยิบจับธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง เพียงแค่แบ่งเวลาว่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์  คุณผักกาด วิรยา หงส์ศุภางค์พันธ์ อายุ 23 ปี ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่คิดแล้วลงมือทำ ด้วยใจรักเขาจึงเริ่มต้นธุรกิจอย่างไม่ลังเล

‘คุณผักกาด’  นำความชอบในการรับประทานขนม และอยากส่งต่อให้ผู้อื่นได้ชิมบ้าง  จึงคิดและตั้งใจที่จะขายขนมอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากการสร้างแบรนด์ของตัวเอง ชื่อว่า Puckdessert พร้อมเสิร์ฟขนมสุดโปรดหลายอย่าง อาทิ คุกกี้ คอนเฟลก บราวนี่  ชีสพาย ชีสเค้ก ฯลฯ โดยมีช่องทางในการขายหลักๆ คือสื่อโซเชียลอย่าง “IG หรือ อินสตราแกรม”

เขาได้กำไรจากการขายขนม เดือนละประมาณ 2,000-3,000 บาท แม้ไม่มากนัก แต่ผักกาดก็มีความสุข เพราะได้ทำสิ่งที่ชอบ และสามารถส่งต่อมันให้กับลูกค้าได้รับ

จุดเริ่มต้นของการหารายได้เสริม?

คุณผักกาด เผยกับ MThai News ว่าเลือกทำขนมขาย เพราะเป็นคนที่ชอบรับประทานขนม เวลาไปกินขนมที่ไหน มักจะหารสชาติที่ชอบไม่ค่อยพบ จึงเกิดแรงบันดาลใจ อยากลองมาทำเอง หลังจากที่ทำออกมาแล้ว รสชาติถูกใจตัวเอง เลยอยากให้คนอื่นได้ลองชิมบ้าง

“เริ่มต้นลงมือทำ สมัยยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ชั้นปีที่ 3 ในช่วงปิดเทอม 6 เดือน ได้มีเวลาว่าง อยากหาอะไรที่พอจะทำได้ แล้วไม่รู้สึกเหนื่อย รวมถึงต้องสนุกไปกับมัน จึงเลือกทำขนมขาย แล้วนำไปให้เพื่อนๆ ชิม ผลคือหลายคนชื่นชอบในรสชาติ เพราะมันแปลกใหม่ไม่ค่อยมีคนทำ”

จากนั้นเขาก็ได้นำขนมที่ทำไปขายในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากคนใกล้ตัว อย่างเพื่อนใกล้ชิด เพื่อนบ้าน และลูกค้านอกเหนือคือทางสื่อโซเชียลมีเดีย พบว่าผลตอบรับอยู่ในระดับน่าพึงพอใจ

เคยไปเรียนพื้นฐานการทำเบเกอรี่มาก่อนด้วยค่ะ แต่ไม่ใช่แบบลงคอร์สเรียน มีคนรู้จักทำ แล้วไปขอเป็นลูกมือเขา เพื่อเรียนพื้นฐานว่าต้องมีส่วนผสมอะไรบ้าง ส่วนสูตรที่เราต้องการก็มาคิดปรับใช้เอง

เนื่องจากคุณผักกาด เริ่มต้นขายขนม ตั้งแต่สมัยยังเป็นนิสิต แม้ตอนนี้จะเรียนจบแล้ว และมีเวลามากขึ้น แต่เขาก็ได้บอกว่าการแบ่งเวลาเป็นสิ่งสำคัญ โดยใช้เวลาว่างทำขนมในช่วงกลางคืน จึงต้องยอมอดทนนอนน้อยกว่าคนอื่นไปบ้าง

“ที่กำไรไม่เยอะ เพราะใช้วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพต้นทุนจึงสูงหน่อยเพราะอยากให้มันอร่อย อีกอย่างคือขายให้กับคนที่รู้จัก เพื่อนๆ ครอบครัว เพื่อนบ้าน และมีในไอจีสั่งบ้าง เพื่อส่งทางไปรษณีย์”

อุปสรรคหลังเริ่มหันมาเป็นแม่ค้ามือใหม่ครั้งแรก?

“มีอุปสรรคบ้าง ในช่วงที่ทำแรกๆ เนื่องจากเรายังไม่ชำนาญ อบแล้วไหม้ทั้งถาดบ้าง พอรู้ว่าไหม้แล้วก็ต้องหาทางแก้ไขทันที ด้านการผลิตนั้นไม่ได้เป็นอุตสาหกรรม มีแค่เตาอบเล็กๆ ในครัวเรือน ส่งผลให้การทำได้ปริมาณน้อย หากมีออเดอร์เยอะ เช่น ประมาณ 40 กล่อง ก็ต้องทำหามรุ่งหามค่ำไม่ได้นอน  ต้องใช้ความอดทน แต่อุปสรรคก็ไม่ได้ทำให้ท้อถอยสักเท่าไร”

จุดเด่นของร้านที่ทำให้มีลูกค้าเหนียวแน่น?

“รสชาติที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะ ‘คอนเฟลก’ การันตีว่าที่เคยทานมา อร่อยไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน ซึ่งรสชาตินี้ทางร้านคิดสูตรเองอีกด้วย”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังแบ่งปันประสบการณ์ที่มาของรสชาติอันภาคภูมิใจว่า จุดเริ่มต้นของคอนเฟลก คือตอนสมัยเรียนชั้น ม.6 เคยได้ทานคอนเฟลกครั้งแรก พบว่าอร่อย ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีคนทำ เมื่อได้ทานแล้ว รู้สึกว่าเหมือนจุดพลุในสมอง จึงพยายามตามหาว่าอยากได้รสชาติแบบที่ทาน

“เราต้องทำอย่างไรดี พยายามหาซื้อคอนเฟลกมาอีกหลายที่ แต่ก็ไม่พบรสชาติแบบนั้นอีก จึงได้ลงมือทำเองเพื่อหารสชาติที่อยากได้ แต่กลับได้รสชาติใหม่ที่ไม่เหมือน และพบว่าเป็นรสชาติที่อร่อยกว่า และเราชอบ ก็เลยลองขายดู ‘คอนเฟลก รสบัตเตอร์’ เท่าที่เคยทานมาก็ยังไม่มีใครเหมือน อร่อยแตกต่างแน่นอน (ยิ้ม)”

การพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้ลูกค้าเก่ายังอยู่ เพิ่มลูกค้าใหม่ติดใจกว่าเดิม?

“เราจะพยายามหาวัตถุดิบที่สามารถทำให้รสชาติอร่อย  และคงราคาเท่าเดิม หรือไม่ก็อาจจะต้องดรอปราคาให้มันถูกกว่า เพราะปัจจุบันได้ขายในราคาที่สูงพอสมควร บางคนอาจจะสู้ราคาไม่ไหว จึงพยายามคิดหาวิธีที่จะทำให้ถูกลง”

ความใฝ่ฝันที่สักวันอาจจะเป็นจริง?

“ความฝันตั้งแต่เด็กคืออยากเปิดคาเฟ่ เบเกอรี่ มีบาร์ของหวาน และบาร์น้ำ แต่ว่าเราชงน้ำไม่ค่อยเก่ง ต้องมีคนช่วย ช่วงนี้คงหาทุนไปก่อน เพื่อสานฝัน  ปัจจุบันก็เลยขายขนมเรื่อยๆ ได้ลูกค้าจากในไอจี บ้างก็ลูกค้าประจำจากมหาวิทยาลัยที่ตามมาซื้อ”

สุดท้าย ‘คุณผักกาด’ ได้ฝากถึงหลายคนที่คิดอยากเริ่มต้นทำธุรกิจหาว่า “จริงๆ คิดว่าอยากทำอะไรก็ต้องลงมือทำเลย ไม่ต้องรอ สมมติว่าอยากขายกางเกงก็ขายเลย ยิ่งปัจจุบันนี้ สินค้าสามารถขายผ่านโซเชียลได้แล้ว เพราะว่ายิ่งเราอายุมากขึ้น เวลาจะน้อยลง ตอนนี้มีแรงมีกำลังอยู่ก็ต้องรีบทำ จะล้มเหลว ผิดพลาด หรือประสบความสำเร็จก็ช่างมัน อย่างน้อยก็ได้ลองลงมือทำ”

สำหรับใครที่อยากอุดหนุน ‘คุณผักกาด’ สามารถแวะเวียนไปซื้อได้ที่ saim square one ชั้น LG โซนแฟชั่น ซอย 2 ติดลานกิจกรรม ประตู 4 หรือกดติดตาม IG ร้านชื่อว่า puckdessert  และอีกช่องทางอย่างเฟซบุ๊คเพียงเสิร์ชคำว่า puckdessert  สะดวกช่องทางไหนสามารถเลือกอุดหนุนได้ตามใจลูกค้าเลย

รุ่งฤดี ฤทธิสิทธิ์ : เขียน
ธเนตร พุทธิตระกูล : ภาพ

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News