ผบ.ตร.มั่นใจจับมือบึ้มได้ จวกวงจรปิดเส้นทางคนร้ายไม่ชัด ชี้มี20ตัวใช้ได้5 ประสิทธิภาพยังต่ำไป เล็งขอเสนอรัฐบาลซื้อเครื่องมือตรวจจับใบหน้า
วันที่ 25 ส.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ที่ผ่านมาครบ 1 สัปดาห์แล้วว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ ตามที่มีผู้ให้เบาะแสมาจำนวนมาก ลงตรวจตามเกสต์เฮ้าส์ ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด

รวมถึงมีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกช่วงเวลา พร้อมกันนี้ขอประณามผู้ที่เข้าโทรแจ้งเรื่องเท็จ และก่อกวน รวมทั้งในโซเชียลมีเดียที่โพสต์เหตุเท็จ สร้างความปั่นป่วน จึงสั่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดการทำตามเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะกว่าร้อยละ90เป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น
ส่วนที่มีรายงานว่าคนร้ายเปลี่ยนเสื้อในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นสีเทานั้นได้ยินเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว ซึ่งเป็นเพียงคำบอกเล่าของพยาน เนื่องจากกล้องภายในโรงพยาบาลเสีย ส่วนที่มีรายงานว่าคนร้ายบินไปมาเลเซียนั้น ได้ประสานการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พบ และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหาดีเอ็นเอจากธนบัตรใบละ 20 บาท ที่คนร้ายใช้จ่ายเป็นค่าโดยสารให้กับวินรถจักรยานยนต์รับจ้างแล้ว
จากแผนประทุษกรรมที่คนร้ายใช้นั้น ต้องยอมรับว่าเป็นมืออาชีพ เพราะมีการเปลี่ยนรถเปลี่ยนการเดินทางตลอด แต่ก็มั่นใจว่าจะจับกุมคนร้ายได้
ส่วนความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ใต้สะพานสาทรนั้น เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการในเรื่องการออกหมายจับอยู่ อาจต้องใช้เวลาเพราะภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ชัด และยืนยันว่ามีหลายสาเหตุที่เชื่อมโยงเหตุระเบิดที่สาทรกับราชประสงค์ เช่นรูปแบบที่ใช้
ทุกวันนี้ตำรวจไทย ทำงานด้วยความรู้ความสามารถ สร้างเรื่องขึ้นมา ยกตัวอย่าง เราติดตามคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ระหว่างทางมี 20 ตัว แต่เสียไป 15 ตัว ใช้ได้ 5 ตัว ก็กระโดดไปกระโดดมา มีส่วนที่หายไป ตำรวจมานั่งจินตนาการว่าตรงนั้นคืออะไร ต้องเสียเวลาสร้างจินตนาการ ตรวจสอบสิ่งที่ไม่ใช่
ยอมรับว่าประสิทธิภาพของเครื่องมือที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยมีนั้นยังไม่ดีพอ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้แค่เพียงชื่อนามสกุล และข้อมูลตามพาสปอร์ตเท่านั้น ซึ่งมีหลายประเทศและหลายบริษัท มีเครื่องมือที่ทันสมัยและเข้ามานำเสนอ ซึ่งเครื่องมือไบโอเมตติคนี้ สามารถตรวจจับใบหน้า ฐานข้อมูลลายนิ้วมือ และการสแกนม่านตาได้ จึงอยากให้มีไว้ในทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ โดยเสนอรัฐบาลว่าให้นำเงินจากค่าปรับและค่าธรรมเนียมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ต้องส่งคืนกระทรวงการคลังปีละกว่า5-6พันล้านมาจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าว
ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน
MThai News


