แห่แชร์! ชื่นชมคนไทยแท้ ยอมขอโทษหลังทำผิด

โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปจากกล้องหน้ารถ เกือบชนคู่กรณีรถจักรยานยนต์ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างขอโทษกัน 

วันนี้(24 ส.ค. 58) เป็นประเด็นที่สร้างรอยยิ้มได้ในโลกออนไลน์ เมื่อมีการเผยคลิปที่มีข้อความระบุว่า เกือบไปแล้ว..แค่นิดเดียว!! (คุณเห็นอะไรในคลิปนี้)

แห่แชร์! คลิปคนไทยแท้ ยอมขอโทษหลังทำผิด

โดยภายในคลิปเผยให้เห็นภาพจากล้องหน้ารถคันหนึ่ง ซึ่งขับบนท้องถนนตามปกติ แต่มีรถจักรยานยนต์ตัดหน้ามา เกือบจะชนกัน หลังจากนั้นรถคันดังกล่าวได้ขับตาม พร้อมทั้งกล่าวถามคู่กรณีว่าเป็นอะไรไหม พร้อมขอโทษ ด้านฝ่ายรถจักรยานยนต์ตอบว่า ไม่ได้เป็นอะไรมาก และขอโทษเช่นกัน

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมความมีน้ำใจของทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งขอบคุณที่เป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ชมคลิป >> เกือบไปแล้ว..แค่นิดเดียว!! (คุณเห็นอะไรในคลิปนี้)

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

มือปืนซิ่งแหกด่าน ดวลปืนตำรวจ ก่อนถูกวิสามัญ

เกิดเหตุคนร้ายซิ่งรถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจ และใช้อาวุธปืนยิงใส่ด่านตรวจ ก่อนโดน ตร.ยิงสวนดับคาที 

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งมีตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายถูกยิงตอบโต้จนเสียชีวิต เหตุเกิดที่หน้าโรงเรียนบ้านหนองหว้าชะมายนุกูล ถ.ทุ่งสง-ทุ่งใหญ่ หมู่ 1 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง

วิสามัญมือปืนเมืองคอน

ที่เกิดเหตุพบว่า มีการตั้งด่านตรวจอยู่ภายในซอย ใกล้กันนั้นพบศพนายอนันต์ อักษรนำ อายุ 44 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ส่วน คนเจ็บทราบชื่อ ด.ต.โกวิทย์ คงประดิษฐ์ ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.ทุ่งสง ถูกส่งตัวไปรักษาที่ร.พ.ทุ่งสงแล้ว

จากการสอบสวนนายเกียรติศักดิ์ ซึ่งเป็นคนขับรถ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนไปพบนายอนันต์และภรรยานั่งรับประทานอาหารกันอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง หลังร้านเลิกนายอนันต์ก็ขออาศัยรถของตนกลับบ้านพักด้วย จึงนั่งซ้อนท้ายกันมา มีน.ส.พิศมัยนั่ง มาตรงกลางส่วนนายอนันต์นั่งท้ายสุด

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจอด่านตรวจ นายอนันต์บอกให้ตนรีบจอดรถ ก็รีบจอดรถห่างจากด่านมาประมาณ 15 เมตร นายอนันต์รีบกระโดดลงวิ่งหนีไปทันที และใช้อาวุธปืนยิงสวนไปรวม 5 นัด ก่อนที่ทางตำรวจจะยิงตอบโต้ไปถูกนายอนันต์จนเสียชีวิตทันที ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายอนันต์จะยิงต่อสู้กับตำรวจทำไม

ด้าน พ.ต.ท.รังสรรค์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายอนันต์พบว่ามีประวัติเป็นมือปืนรับจ้าง เคยก่อเหตุทั้งยิง และปล้นทรัพย์ เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ต่อมานายอนันต์ถูกจับกุมและติดคุกอยู่หลายปีจนพ้นโทษออกมา ล่าสุดเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมายังได้ร่วมกับพวกก่อเหตุปล้นทรัพย์ในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีฯ และถูกจับกุมอีกครั้ง คดีนี้อยู่ระหว่างประกันตัว

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

พ่อผู้ไม่ยอมแพ้ ชัชชาติ แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

โลกออนไลน์ชื่นชม ชัชชาติ พ่อผู้ไม่ยอมแพ้ แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

วันนี้ (24ส.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันชื่นชม หลังจากแฟนเพจ มนุษย์กรุงเทพฯ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 

ซึ่งนายชัชชาติ ได้เปิดเผยเรื่องราวกรณีที่ลูกชายมีความบกพร่องทางการได้ยิน และทางครอบครัวก็ได้ทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างปกติ

11872031_1646864668930808_8800783339639122664_o

บทสัมภาษณ์ทั้งหมดมีดังนี้

ลูกชายของผมเกิดเมื่อปี 2000 ร่างกายภายนอกของเขาปกติดี กระทั่งวันหนึ่งมีคนทักว่า ทำไมเรียกแล้วไม่หัน พออายุหนึ่งขวบกว่า ๆ ผมตัดสินใจพาไปตรวจ พยาบาลบอกผลว่า ลูกชายของผมหูหนวก เคยเห็นเด็กหูหนวกส่งภาษามือ แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง เป็นวินาทีเปลี่ยนชีวิตเลย

ตอนนั้นผมตกใจ นั่งร้องไห้ สงสารลูกว่าอนาคตจะเป็นยังไง เราเหมือนปฏิเสธตัวเอง คิดว่าหมออาจตรวจผิด เลยไปตรวจที่อื่น แต่ทุกที่ก็บอกเหมือนเดิม ผมถึงขนาดไปไหว้พระ บนบานศาลกล่าว ขอให้เขาหาย ตอนลูกหลับก็เอาหูฟังเสียงดัง ๆ เปิดใส่ เผื่อจะกระตุ้นให้เขาได้ยิน เป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เวลาผ่านไปเริ่มตกตะกอนว่าเป็นไปไม่ได้

ผมเริ่มซื้อหนังสือเกี่ยวกับคนหูหนวกมาอ่าน ศึกษาบทความต่าง ๆ ทางเลือกมีทั้งการฝึกใช้ภาษามือ แต่คนอื่นสื่อสารด้วยยาก สังคมก็จะแคบ หรือใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งเหมาะกับคนที่มีการได้ยินเหลืออยู่บ้าง หรือวิธีอ่านปาก ซึ่งก็ต้องใช้พร้อมเครื่องช่วยฟัง แต่ลูกของผมหูหนวกสนิทเลย อีกทางคือ การผ่าตัดประสาทหูเทียม สิบกว่าปีที่แล้วเมืองไทยมีอยู่บ้าง แต่เด็กที่ผ่ามักไม่ประสบความสำเร็จ คือพูดไม่ได้ แต่ผมคิดว่าถ้าทำสำเร็จ เขาจะสื่อสารกับคนทั่วไปได้เลย ผมเลยเลือกทางนี้

ประเทศที่ผ่าตัดได้เยอะคือ ออสเตรเลีย ผมติดต่อไปหาหมอคนหนึ่ง เขาผ่ามานับพันคน บินไปคุยอยู่สองครั้ง แล้วถึงพาลูกไปตรวจ พอรู้ผลว่าผ่าได้ ตอนนั้นผมเป็นอาจารย์ เลยสอบเอาทุนจากรัฐบาลออสเตรเลียไปทำวิจัย แล้วพาลูกไปผ่าเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2002 ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง

แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือเราต้องฝึกให้เขาเข้าใจเครื่องนี้ ปกติประสาทหูชั้นใน มีลักษณะเป็นก้นหอย มีขน ๆ อยู่ พอได้ยินเสียง ขนก็สั่น แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นสมอง แต่ลูกของผมไม่มี เลยใส่ขดลวดไฟฟ้าไปแทน เวลาพูดจะเหมือนที่เราพูดกัน แต่เขาจะได้ยินอีกแบบ สมมุติคำว่า พ่อ เขาก็จะได้ยินเป็น ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด

หลังจากผ่าตัด ช่วงแรกเขาไม่พูดเลย เราก็เครียด ไม่รู้ว่ามาถูกทางหรือเปล่า ถ้าผิดก็ไม่รู้จะกลับไปยังไง การผ่าก็ไปทำลายของเดิมทั้งหมด ตอนนั้นพ่อแม่ต้องฝึกอาทิตย์ละ 3 ชั่วโมง เพื่อกลับมาฝึกลูก 24 ชั่วโมงที่บ้าน หลังหกเดือนเขาก็เริ่มพูดได้ เครื่องมีความละเอียดไม่เท่าหูคน

ผมเลยเลือกฝึกภาษาอังกฤษเพราะวรรณยุกต์ไม่เยอะ อีกอย่างความรู้บนโลกนี้ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเขาพูดได้ อนาคตคงเรียนภาษาไทยได้ หลังจากนั้นเขากลับมาอยู่โรงเรียนอินเตอร์ พูดอังกฤษได้ พูดไทยได้นิดหน่อย เป็นเด็กหูหนวกหนึ่งในไม่กี่คนที่เรียนโรงเรียนคนปกติได้

การมีลูกเป็นคนพิเศษ ทำให้ผมโฟกัสขึ้น ชีวิตเรามุ่งกับเขาเป็นหลัก ผมต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี เพื่อที่จะอยู่กับเขาให้นานที่สุด เราอยู่เพื่อเขา ตอนนี้ลูกผมอายุ 15 เขาเข้าใจ รับได้ คุยกับเพื่อนได้ ด่ากันได้ ใช้อินเทอร์เน็ตได้ เวลาไหว้พระ ผมไม่เคยขอให้เขาเป็นเด็กเรียนเก่งเลย ผมขอให้เขาเข้าสังคมได้ มีเพื่อนที่ดี ชีวิตมีความสุข ผมพอแล้ว

MThai News

ขอบคุณแฟนเพจ มนุษย์กรุงเทพฯ ,คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์