สั่งย้าย! รองผอ.หลังตบหัวนักเรียน

ย้ายรองผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เสิงสาง ไปช่วยราชการ หลังตบเด็กนักเรียน สั่งตั้งกรรมการสอบ

นายชูเกียรติ วิเศษเสนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ผอ.สพม.) เขต 31 นครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีที่โลกออนไลน์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ อาจารย์ระดับรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ทำร้ายร่างกายตบศีรษะประธานนักเรียน แกนนำกลุ่มนักเรียนชุมนุมประท้วงเรื่องเก็บค่าส่งข้อความ SMS ของโรงเรียน

page14

และถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมที่อาจารย์กระทำรุนแรงต่อนักเรียน ว่า ขณะนี้ตนได้มีคำสั่งด่วนให้ นายไอสูรย์ปิยธร จุฑาธรรม รองผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ก่อเหตุตามภาพในคลิปวิดีโอมาช่วยราชการที่ สพม. เขต 31 นครราชสีมา แล้ว ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้เป็นต้นไป

พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา อ.เมือง นครราชสีมา เป็นหัวหน้าคณะกรรมการฯ เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ใครเป็นคนก่อเหตุ และมีใครกระทำความผิดบ้าง หากพบว่ามีความผิดทางวินัยจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดวินัยต่อไป

ล่าสุด ทางรองผู้อำนวยการคนดังกล่าว ได้ยอมรับผิด และอ้างทำไปเพราะบันดาลโทสะ ส่วนความผิดทางอาญานั้น ทราบว่า ผู้ปกครองได้พาเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้ายร่างกาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เสิงสาง แล้ว เพื่อให้ดำเนินคดีต่อรองผู้อำนวยการโรงเรียนเสิงสาง ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตั้งแต่เมื่อวันที่ (21 ส.ค.) ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ

นายทหารแจง ผบ.ทร. ปมล่ามโซ่ทหาร

นายทหารนอกราชการยื่นหนังสือถึง ผบ.ทร. แจงเหตุพลทหารถูกล่ามโซ่ และทำร้าย ไม่เป็นความจริง เชื่ออาจถูกใส่ร้าย

จากกรณีที่มีพลทหารสังกัดกองทัพเรือไปปฏิบัติงานที่บ้านนายพลนอกราชการย่านพุทธมณฑล ก่อนเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่าถูกทำร้ายทารุณด้วยการล่ามโซ่ กระทั่งผบ.ทร.สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทันทีตามที่รายงานไปก่อนหน้านี้

แจงเหตุพลทหารถูกล่ามโซ่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่าน พล.ร.ต. คนดังกล่าวทำหนังสือถึงผบ.ทร. ผ่านเสนาธิการทหารเรือ แจงกรณีพลทหารเอนก พลทองวิจิตร พร้อมชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยให้พลทหารเอนกทำงานช่างไม้ เพราะทราบดีว่าพลทหารเอนกทำไม่ได้ ซึ่งตนพบกับพลทหารเอนกที่โรงเรียนฝึกสอนกีฬาทางอากาศ ที่บางเสร่ การเรียกตัวให้มาช่วยงาน ที่บ้าน เป็นการร้องขอของพลทหารเอนกเอง ที่จะหารายได้พิเศษเพื่อช่วยเหลือครอบครัว จึงมองเป็นเรื่องที่จะช่วยเหลือกัน

อีกทั้งตนเรียนหลักสูตรกฎหมายทหารและมีความรู้เกี่ยวกับทหารดีพอสมควร และยืนยันว่าที่บ้านไม่มีโซ่ชนิดที่พลทหารเอนกถูกคล้องตัว มีเพียงโซ่ที่ใช้ล่ามสุนัข โซ่ที่พลทหารเอนกใช้สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป ซึ่งหน้าปากซอยบ้านก็มีร้านขายอยู่ 3 ร้าน มองว่าสามารถนำโซ่มาคล้องที่เอวและล็อกก็สามารถทำได้ด้วยตนเอง

โดยพลทหารเอนกมาอยู่ที่บ้านตนเมื่อวันที่ 14-24 ก.ค. และได้รับค่าจ้างวันละ 300 บาท ตนและครอบครัวเดินทางไปต่างประเทศตอนนั้น และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 12-22 ส.ค. ตนอยู่ที่บ้านและสังเกตว่าพลทหารเอนกทำงานไม่ดีและไม่มีความเป็นทหารอีกทั้งขณะที่ภรรยาและลูกสาวตนอยู่บ้านกัน 2 คน พลทหารเอนกไม่มีความเคารพ ทั้งที่ภรรยาตนเป็นนาวาโท ตนจึงกล่าว ตักเตือนโดยไม่ได้ลงโทษอะไร

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา พลทหารเอนกบอกกับตนว่า นายทหารเรือคนหนึ่งแนะนำพ่อนายเอนกมาว่า ตนเป็นเพื่อนกับเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.) และให้ตนขอร้องให้ จก.ยศ. รับพลทหารเอนกมาอยู่กับตนถาวร โดยจะให้เบี้ยเลี้ยงตนทั้งหมด เพื่อจะได้กลับไปทำงานร้านอาหาร ทำให้ตนโมโห เพราะไม่เคยหากินกับเรื่องอย่างนี้ และยังบอกว่าหากยังอยู่ในราชการจะสั่งขังทันที คาดว่ากรณีนี้อาจทำให้พลทหารเอนกหาเรื่องใส่ร้ายตน

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

โพลมอง1ปีนายกฯทำงานดีหนุนให้อยู่ต่อ 2 ปี

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ “นิด้าโพล” เผยประชาชนมอง 1 ปีนายกฯ ทำงานดี แก้ปัญหาประเทศ-หนุนประชามติอยู่ต่อ 2 ปี ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “1 ปีของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จากประชาชนทั่วประเทศ ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป กระจายทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ

รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,500 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนร้อยละ 38.80 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีทำงานได้ดีมาก ร้อยละ 46.50 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีทำงานได้ค่อนข้างดี

640923-01

ซึ่งในจำนวนผู้ที่ระบุว่าทำงานได้ดีมาก-ค่อนข้างดี ให้เหตุผลว่า จาก 1 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์บ้านเมืองไม่มีความวุ่นวาย ความขัดแย้งทางการเมือง ทำงานดีกว่านายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง มีความเด็ดขาด พูดจริงทำจริง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของข้าราชการ และผู้มีอิทธิพล แต่ยังมีข้อบกพร่องในบางเรื่องอยู่บ้าง โดยเฉพาะการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เมื่อถามถึงลักษณะการทำงานของนายกรัฐมนตรีในด้านต่าง ๆ พบว่า ด้านบุคลิกภาพผู้นำ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.96 ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร ร้อยละ 15.92 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย และร้อยละ 10.60 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบผสมระหว่างแบบทหารและแบบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 79.90 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ และร้อยละ 70.80 ประชาชน ระบุว่า ทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชน ในการทำประชามติ ถามความเห็นประชาชนว่า จะให้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ต่ออีก 2 ปี

หลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เพื่อปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.30 ระบุว่า จะลงมติเห็นด้วยกับการให้รัฐบาลอยู่ต่ออีก 2 ปี เพื่อปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ ร้อยละ 19.20 ระบุว่า จะลงมติไม่เห็นด้วย และร้อยละ 20.20 ระบุว่า จะลงมติไม่ออกความเห็น