รวบแก๊งแสบตระเวณขโมยรถจยย.ขายประเทศเพื่อนบ้าน

เจ้าหน้าที่แถลงจับกุมแก๊งแสบ ตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน

วานนี้ (22 ส.ค. 58)  เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แถลงการจับกุม นายแก่น (นามสมสมุติ) อายุ 15 ปี และนายกล้า อายุ 16 ปี พร้อมของกลาง รถจยย.ยี่ห้อต่าง ๆ 4 คัน และอะไหล่รถจยย.จำนวนมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากในพื้นที่ สภ.ดม สังขะ และ สภ.กาบเชิง ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีเหตุโจรกรรมรถจยย.บ่อยครั้ง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลจนทราบเบาะแสว่า นายเอและนายบี (นามสมมุติ) พร้อมพวก 6 คน ร่วมกันก่อเหตุ จึงเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลางที่บ้านพักในพื้นที่บ้านตาเมา ต.ตาตูม ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งที่เหลืออยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม

ScreenHunter_65 Aug. 22 23.14

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่า ร่วมกับเพื่อน 6 คน ซึ่งทั้งหมดยังเป็นเยาวชน ตระเวนลักรถจยย.ชาวบ้าน โดยก่อนหน้านี้ถูกจับกุมได้ร่วมกับเพื่อนเยาวชน 4 คน ซึ่งยังหลบหนีอีก 3 คน โดยได้ตระเวนลักรถจยย.ชาวบ้านกว่า 20 คันในพื้นที่สภ.ดม 16 คัน สภ.กาบเชิง 4 คัน และสังขะอีก 4 คัน ส่งขายพ่อค้าชาวกัมพูชา

สำหรับการขาย ราคาจะอยู่ตามสภาพรถ หากสภาพใหม่และเป็นยี่ห้อที่นิยมจะซื้อขายที่ราคา 8 พันบาท ไม่เกิน 1 หมื่นบาท หากไม่รับเงินก็จะแลกเป็นยาบ้าครั้งละไม่เกิน 40-60 เม็ด ต่อคันก่อนนำไปจำหน่ายในพื้นที่ราคาเม็ดละ 300 บาท บางส่วนก็เก็บไว้เสพเอง เงินที่ได้มาก็จะแบ่งกัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งดำเนินคดีร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร พร้อมกับควบคุมตัวส่งดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

รวบแล้ว! เก๋งโหดรัวยิงย่านพระราม2 อ้างโมโหถูกขับปาดหน้า

ตร.สมุทรสาครรวบ2พี่น้องเลือดร้อน ชักปืนรัวยิงคู่กรณีกลางถนนพระราม2บาดเจ็บ 2  อ้างโมโหถูกขับรถปาดหน้า ตร.แจ้งข้อหาพยายามฆ่า 

จากกรณีเหตุการณ์ที่นายณัฐชัย มั่งสกุล อายุ 29 ปี และ นางสาวกรวดี หมั่นการ อายุ 30 ปี เจ้าของรถยนต์โตโยต้ายาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 3กภ 2705 กทม. ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ถล่มยิง 7 นัดรวด ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนพระราม 2 ช่วงกิโลเมตรที่ 28 หมู่ที่ 8 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนางดารินทร์ มั่งสกุล อายุ 53 ปี แม่ของนายณัฐชัย ที่นั่งมาด้านหลังรถ สามารถหลบกระสุนได้ทัน จึงทำให้ปลอดภัยนั้น

14402303581440248200l

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 22 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาครและตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร สามารถติดตามตัวคนร้ายคือ นายไชยณฤทธิ์ หวาดวารี อายุ 33 ปี มือปืน และนายไชยนเรศน์ หวาดวารี อายุ 25 ปี คนขับรถ ซึ่งทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน มาสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน ญข 6638 กทม.คันก่อเหตุ ซึ่งมีรอยตำหนิที่ท้ายรถตรงตามที่ผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลไว้ และอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุอีก 1 กระบอก

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุตั้งแต่หน้าร้านอาหาร จุดที่ใช้อาวุธปืนยิงรถของผู้บาดเจ็บ และจุดที่นำรถไปหลบซ่อนไว้ นายไชยนฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถของนายณัฐชัย ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ขับรถออกมาจากร้านอาหารริมถนนพระราม 2 ซึ่งขณะที่น้องชายกำลังจะหักรถขึ้นบนถนนพระราม 2 นั้น ก็มีรถของผู้บาดเจ็บขับตรงมาในฝั่งซ้ายและเกือบจะชนรถของตนเองก่อน

จากนั้นก็ขับแซงหนีขึ้นไป ตนที่นั่งอยู่ด้านหลังฝั่งด้านซ้าย จึงให้น้องชายขับตามเพื่อหวังจะเตือนให้รถของผู้บาดเจ็บขับอย่างระวัง แต่ช่วงที่ขับตามหลังนั้น ปรากฎว่ารถของผู้บาดเจ็บขับแบบเบรกไปเรื่อยๆ 3–4 ครั้ง คล้ายกับแกล้งจะให้น้องชายของตนขับรถชนท้ายรถผู้บาดเจ็บ ด้วยความโมโห ตนจึงให้น้องชายขับแซงขึ้นไปและเอาแก้วน้ำพลาสติกปาใส่รถคันดังกล่าว

ปรากฏว่ารถผู้บาดเจ็บก็ขับปาดแซงขึ้นมาอีก และทำพฤติกรรมในลักษณะเดิมคือขับไปเบรกไป ตนจึงโมโหมากและได้ชักปืนที่พกติดตัวไว้ขึ้นมายิงใส่ โดยหวังว่าจะให้โดนที่กันชน ซึ่งก็เป็นช่วงจังหวะที่รถของผู้บาดเจ็บพยายามขับแซงซ้ายอีก ตนจึงยิงออกไปอีกรวม 7 นัด โดยจุดมุ่งหมายก็แค่ต้องการให้โดนล้อรถเท่านั้น โดยไม่คิดว่าจะถูกคนขับจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่คาดคิดว่าในรถจะมีผู้หญิงนั่งมาด้วย เนื่องจากฟิล์มรถของผู้บาดเจ็บดำมืดมาก ซึ่งตนเองก็ยอมรับผิด แต่ที่ทำลงไปเพราะถูกยั่วยุก่อน

14402303581440251966l

ด้าน พ.ต.อ.ชัยยุทธ ถมยา ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ติดตามหาเบาะแสคนร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยได้ภาพรถต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิดแต่เห็นเลขทะเบียนไม่ชัดเจน จนกระทั่งต่อมาได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนพลเมืองดีว่า รถต้องสงสัยนั้นถูกนำมาหลบซ่อนไว้ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง และเอาผ้าคลุมปิดไว้ เมื่อเข้าตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นรถยนต์คันก่อเหตุจริง และนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด

เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาแก่นายไชยณฤทธิ์ ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ มีและพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายไชยนเรศน์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และขับรถโดยประมาทหวาดเสียว โดยเบื้องต้นได้คัดค้านการประกันตัวไว้ก่อน และจะส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปยังศาลจังหวัดสมุทรสาครในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ ฝากเตือนให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ใจเย็น มีสติยั้งคิด หากเกิดกรณีกระทบกระทั่งก็ขอให้คิดให้อภัยผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน และที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีอาวุธพกพาติดตัวนั้น ต้องรู้จักการระงับความรู้สึก อย่าใจร้อน ไม่เช่นนั้นก็อาจจะนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดเช่นนี้ได้

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

จนท. ยังไม่แจ้งข้อหาตร.โพสต์เตือนล่วงหน้า

เจ้าหน้าที่ เผยยังไม่แจ้งข้อหาตำรวจ สน.สำเหร่ กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเตือนเหตุระเบิดราชประสงค์ล่วงหน้า

วันนี้ (22 ส.ค. 58) พล.ต.ต. ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เผยภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัว ร.ต.ท. พงษ์ศาสตร์ นนท์ตา อายุ 44 ปี พนักงานสอบสวน สน.สำเหร่ ผู้โพสต์เฟซบุ๊กอ้างว่าจะเกิดความรุนแรงนั้น

ภาพประกอบ

ทั้งนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ เช่นเดียวกับกรณีของ นายพงศ์ภพ บุญสารี อายุ 36 ปี ชาวฉะเชิงเทรา ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อ วิชเวช พรพรหมรักษา ซึ่งโพสต์ข้อความแจ้งเตือนเหตุระเบิดล่วงหน้าในกรุงเทพฯ

ขณะเดียวกันมีรายงานจากเพื่อนร่วมงานของ ร.ต.ท. พงษ์ศาสตร์ ว่า เคยดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน สน.บุคโล ก่อนจะย้ายมาที่ สน.สำเหร่ ซึ่งปกตินายตำรวจคนดังกล่าวเป็นคนพูดตรงไปตรงมา ชอบแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ติดตามข่าวสารในเรื่องการเมืองทางสื่อสังคมออนไลน์อีกด้วย