ชูวิทย์ ชี้คนสมัยนี้ หาปมบึ้มไร้ทิศทาง?

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวถึงเหตุลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ ชี้คนสมัยนี้ไม่รู้จักคำว่า “มะงุมมะงาหรา” ป่านนี้ยังหาสาเหตุไม่ได้เลย

วันนี้ 21 ส.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5“ ถึงเหตุการณ์ที่คนร้ายลอบวางระเบิดที่ศาลพระพรหมฯ แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยข้อความระบุว่า…

ชูวิทย์

ผมเคยคุยกับ โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าว BBC ประจำประเทศไทย เมื่อครั้งพบกันที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แกอยู่เมืองไทยมานาน รู้นิสัยใจคอของคนไทยเป็นอย่างดี

เห็นข่าวแกไปพบเศษวัตถุระเบิดที่ศาลพระพรหม แล้วเดินไปมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ตำรวจดันไม่รับ อ้างว่าปิดทำการแล้ว สร้างความน่าอับอายถึงนิสัยการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการไทย ที่ยังทำงานเช้าชามเย็นชาม มะงุมมะงาหรา จนป่านนี้ยังหาใครไม่เจอ จับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ขยันเสนอความเห็น

แทนที่จะปิดสถานที่เกิดเหตุ เก็บหลักฐานโดยละเอียดให้ครบถ้วน ใครเจอหลักฐานเพิ่มเติมหรือทราบเบาะแสต้องรีบมารับหรือเรียกพบเพื่อหาความเชื่อมโยง แต่กลับรีบไปทำบิ๊กคลีนนิ่ง สร้างภาพเดินจับมือนักท่องเที่ยวเรียกความเชื่อมั่น (ไม่รู้ไปเอาความเชื่อมั่นมาจากไหน?) หลอกตัวเองว่าทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

แรกๆก็ให้ข่าวว่าเป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม ส่วน ผบ.ตร.ก็บอกว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือ ต่อมาก็รณรงค์กับประโยคเล็กๆน้อยๆ ท้ายสุดก็ใช้นิสัยไทยดั้งเดิมจัดบวงสรวงเรียกขวัญและกำลังใจ

ทั้งที่ความจริงสวนทาง หุ้นตกระเนระนาด ทัวร์ยกเลิก ต่างประเทศออกคำเตือนนักท่องเที่ยวที่จะมาประเทศไทย ศูนย์การค้าเงียบเหงา เลิกงานคนรีบกลับบ้าน สามทุ่มเงียบสงบทั้งกรุงเทพฯ

ที่ประหลาดไปกว่านั้นคือสื่อบางสำนัก ดันปล่อยให้นักข่าวในสังกัดไปแต่งตัวเลียนแบบคนร้าย ใส่เสื้อเหลือง สะพายเป้เหมือนมือระเบิดไปทำข่าว ณ ที่เกิดเหตุ จนชาวบ้านเขาด่ากันขรมถึงจะเพิ่งรู้ตัว อย่างนี้ไม่รู้จะไปเปิดมหาวิทยาลัยสอนนักข่าวได้ยังไง?

เลิกไร้สาระ หยุดดัดจริตกันเสียที

คนสมัยนี้ไม่รู้จักคำว่า “มะงุมมะงาหรา” หมายถึง เดินโดยไม่รู้ทิศรู้ทาง เพราะป่านนี้เรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เหตุระเบิดที่ราชประสงค์ มีวัตถุประสงค์อะไร?

ขอบคุณเฟซบุ๊ค ชูวิทย์ I’m No.5

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

คลิปนาทีEOD ใช้ซีโฟร์ทำลายระเบิดขว้าง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด EOD ตัดสินใจใช้ระเบิดซีโฟร์ทำลายระเบิดขว้าง ที่จังหวัดสิงห์บุรี

วันนี้ (21 ส.ค. 58) ตำรวจชุด EOD ได้ตัดสินใจใช้ระเบิดซีโฟร์ขนาดเศษ 1 ส่วน 4 ปอนด์ ทำลายระเบิดขว้างชนิด MK 2 ที่ถูกพบอยู่บริเวณหน้าร้านค้าเลขที่ 77 / 3 หมู่ 7 ตำบลต้นโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งอยู่ปากทางเข้าบ้านพักของกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 712 หลัง นางไพฑูลย์ พรหมชาติ เจ้าของร้านโทรแจ้ง

2

ทั้งนี้ นางไพฑูลย์ เล่าว่า หลังออกมาเปิดร้าน เพื่อใส่บาตร แต่พระที่บิณฑบาต บอกว่าพบวัตถุถูกพันด้วยเทปพันสายไฟ จึงเดินเข้าไปดู และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นทำหล่น  หรือทิ้งไว้เพราะเจอด่านเจ้าหน้าที่

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

วีรบุรุษ EOD ผู้เสียสละเพื่อชาติ วิ่งใส่ดงระเบิด

เป็นเรื่องที่สร้างความวิตกกังวลให้ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก สำหรับเหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังหวาดกลัวและพากันวิ่งหนี แต่ได้มีบุคคลจำนวนหนึ่ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างไม่หวั่นเกรงภัยอันตราย นั่นก็คือเจ้าหน้าที่ EOD (Explosive Ordnance Disposal ) หรือ หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด

ภาพของเจ้าหน้าที่ EOD ถูกส่งต่อเป็นจำนวนมาก หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้น ชาวสังคมออนไลน์ที่ได้เห็นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาคือผู้เสียสละ ในขณะที่เราวิ่งหนี แต่เขากลับวิ่งเข้าใส่ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ เจ้าหน้าที่ EOD กัน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า วัตถุต้องสงสัย กันสักนิด เมื่อเราได้เห็นสิ่งเหล่านี้ จะได้เป็นหูเป็นตา แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของผู้ที่พบเห็น

วัตถุต้องสงสัยมีลักษณะที่เราพอจะสังเกตได้ดังนี้

-ไม่เคยเห็น ว่าเคยมีอยู่ เคยตั้งอยูในบริเวณนั้น

-ไม่เป็นของใคร หรือตามหาเจ้าของไม่พบ
ใน 2 ข้อแรกนี้เราสามารถพิจารณาว่าเป็นวัตถุต้องสงสัยได้เลยทันที

-ไม่ใช่ที่อยู่ ไม่ควรจะอยู่ในบริเวณนั้น เช่น กระเป๋าไปอยู่ในถังขยะ ถังดับเพลิงอยู่ใต้ถนน

-ดูไม่เรียบร้อย เช่น มีสายไฟโผล่ออกมา มีคราบน้ำมัน

เมื่อเรามั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เราพบคือวัตถุต้องสงสัย สิ่งที่ควรทำคือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของวีรบุรุษ EOD เรามาทำความรู้จักกับพวกเขาเหล่านี้กันเลย

ประวัติ หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (ทลร.)

พ.ศ.2483 อังกฤษได้จัดตั้งหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (BOMB DISPOSAL SCHOOL) ขึ้นโดยรับจากอาสาสมัคร จำนวน 46 นาย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิดจนถึงต้นปี พ.ศ.2485 โดยมีเจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิดเหลือรอดอยู่เพียง 8 นาย เท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมการศึกษาเรื่องการทำลายวัตถุระเบิด และระบบชนวนชนิดใหม่มาก่อน พ.ศ.2488 กองทัพเรือสหรัฐฯ เห็นความจำเป็นในงานทำลายวัตถุระเบิด จึงได้จัดตั้งโรงเรียนทำลายสรรพาวุธระเบิดขึ้น ชื่อว่า BOMB DISPOSAL SCHOOL โดยมุ่งศึกษาเฉพาะการเก็บกู้ และทำลายลูกระเบิดอากาศ พ.ศ.2491 สหรัฐฯ มีการเปลี่ยนนโยบายโดยให้การฝึก-ศึกษาแก่กำลังพลทุกเหล่าทัพเกี่ยวกับการเก็บกู้ , ประเมินค่าและการทำลายสรรพาวุธ ทั้งภาคพื้นดิน , ใต้น้ำ ทั้งของสหรัฐฯเอง และของต่างชาติ โดยเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “ EXPLOSIVE ORDNANCE DISPOSAL SCHOOL ” ซึ่งกองทัพไทยได้ส่งกำลังพลนายทหาร และนายสิบเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนทำลายสรรพาวุธระเบิดของสหรัฐฯ นับจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมาก พ.ศ.2509 กองทัพบกไทย ได้จัดตั้งหน่วยทำลายวัตถุระเบิดขึ้นครั้งแรก ใช้ชื่อย่อว่า “ หน่วย ทลร. ” โดยใช้กำลังพลของแผนกวิชาส่งกำลัง และยุทโธปกรณ์กระสุน กองการศึกษา โรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก มี ร.อ.ไพฑูรย์ อรรควัฒน์ ซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรทำลายวัตถุระเบิดของสหรัฐฯ เป็นเจ้าหน้าที่โครง

ต่อมาได้มีการจัดตั้ง ชุด ทลร. 1 ขึ้นโดยใช้เจ้าหน้าที่จากโครงการ โรงเรียนทหารสรรพาวุธกรมสรรพาวุธทหารบกเป็นกำลังพลหลักในการปฏิบัติงาน ทลร. เป็นส่วนรวม

ปัจจุบันโรงเรียนสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นหน่วยผลิตนักทำลายวัตถุระเบิดของกองทัพบก โดยได้เปิดการศึกษาหลักสูตรทำลายวัตถุระเบิดไปแล้วจำนวนหลายรุ่น

ทั้งหลักสูตรนายทหาร และนายสิบ ซึ่งนักทำลายวัตถุระเบิดทุกนายจะต้องศึกษาทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติเป็นเวลาทั้งสิ้น 16 สัปดาห์ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตร และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “ นักทำลายวัตถุระเบิด ”

ภารกิจ และความรับผิดชอบ

หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด หมายถึงหน่วยที่รับผิดชอบในการตรวจค้นพิสูจน์ทราบ รายงาน ประเมินค่า ทำการนิรภัย เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด ที่อยู่ในลักษณะที่จะก่อให้เกิดอันตราย

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก engrdept