เพจดังเตือน ใช้น้ำยาลอกผิวขาว เสี่ยงเป็นมะเร็ง

แฟนเพจ Drama-addictชี้ น้ำยาลอกผิวขาวถาวรไม่มีจริง เตือนหากใช้บ่อย ๆ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนัง

วันนี้ (20ก.ย.) อยากสวยก็ต้องขาวยังคงเป็นค่านิยมของหญิงชายอีกหลายคน แม้สีผิวตามพันธุกรรมจะเป็นสีแทนหรือคล้ำ แต่ถ้าต้องการมีผิวขาวดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาของคนกลุ่มนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้าที่ผลิตครีมหรือตัวช่วยให้คนอยากขาวได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย และอีกหนึ่งชนิดสินค้าที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เห็นจะเป็น น้ำยาลอกผิวขาว ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ขายอ้างว่าจะช่วยทำให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว

ใช้น้ำยาลอกผิวขาว เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

ใช้น้ำยาลอกผิวขาว เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

ซึ่งทางแฟนเพจ Drama-addict ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนชาวสังคมออนไลน์ว่า ช่วงนี้คนส่งหลังไมค์มาถามกันเยอะว่าน้ำยาลอกผิวมันคืออะไร เห็นขายกันกลาดเกลื่อนในเฟซบุ๊กเหลือเกิน ต้องท้าวความกันสักเล็กน้อย ปรกติแล้วจะมีการใช้กรดอ่อน ๆ เช่น กรดผลไม้ AHA ซึ่งประกอบด้วยกรดอ่อน ๆ ที่สกัดมาจากผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติ เช่น อ้อย โยเกิรต แอปเปิ้ล องุ่น มะนาว ฯลฯ ในการทำให้ผิวดูสดใสขึ้น

โดยกรดผลไม้มันจะไปทำให้ขี้ไคลหลุดออกมาง่าย พอเซลล์ผิวหนังชั้นนอก ๆ หลุดออกไป ผิวหนังชั้นล่าง ๆ มันก็จะสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวดูเต่งตึงสดใส ปรกติแล้วอนุญาตให้ผสมในพวกเครื่องสำอางประทินผิวในสัดส่วนน้อย ๆ ปรากฏว่ามีพวกแม่ค้าหัวใส มันเอาหลักการที่ว่าไปใช้ แล้วมันคงคิดว่า กรดผลไม้อ่อน ๆ ยังได้ผลขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นให้ลูกค้าใช้แล้วเห็นผลไว เราเอากรดแรง ๆ มาขายเลยดีกว่า

น้ำยาลอกผิวทั้งหลายคือกรดแรง ๆ ที่เอาไว้กัดผิวให้ลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ นั่นเอง แล้วที่เห็นขาว ๆ นั่น ไม่ใช่จะขาวถาวรนะ เคยไปทะเลไหม เวลาอาบแดดจนผิวกลายเป็นสีแทน ถ้าอาบนานเกินจนผิวไหม้เพราะแสงอาทิตย์ สองสามวันให้หลัง ผิวจะลอกมาเป็นแผ่น ๆ แล้วตรงที่ลอกมามันดูขาวขึ้น แต่มันขาวถาวรไหม คำตอบคือ ไม่! พอเซลล์ผิวหนังสร้างเม็ดสี เดี๋ยวผิวหนังก็จะกลับมาเป็นสีเดิมตามธรรมชาติ ดังนั้นน้ำยาลอกผิวขาวถาวรจึงไม่มีจริง

ที่สำคัญ การเอาน้ำยาที่เป็นกรดแรง ๆ ไปกัดผิวบ่อย ๆ จะทำให้ผิวพังพินาศย่อยยับ และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังในอนาคต

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาลอกผิวขาว

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ Drama-addict

เอาใจไปเลย! นายกเทศบาลมาบข่า ลุยช่วยน้ำท่วม

ชื่นชม นายอาจิน อ่ำพุด นายกเทศมนตรีตำบลมาบข่า จังหวัดระยอง ลุยช่วยน้ำท่วมด้วยตัวเอง

ผู้คนจังหวัดระยองในหลายพื้นที่ต้องประสบกับน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น “หว่ามก๋อ” (VAMCO) แต่ละหน่วยงานต่างเร่งมือเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับความด้วยร้อนอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันประทับใจ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Peera Luekuankla ได้โพสต์ภาพชายคนหนึ่งกำลังลุยลงไปในคลอง ดำน้ำเก็บเศษไม้ที่ขวางทางน้ำ เพราะต้องการให้น้ำที่ท่วมขังนั้นได้ระบายออกอย่างรวดเร็ว

page

นายกเทศบาลมาบข่า ลุยช่วยน้ำท่วม

ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าชายที่อยู่ในภาพคือ นายอาจิน อ่ำพุด นายกเทศมนตรีตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เมื่อภาพและเรื่องดังกล่าวถูกโพสต์ลงในโซเชียลผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นเชิงชื่นชมนายอาจินเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด (19 ก.ย.) นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำเริ่มลดลงต่อเนื่องแล้ว โดยสั่งเครื่องสูบน้ำเพิ่มจาก 20 เครื่องเป็น 30 เครื่อง เพื่อระบายน้ำให้เร็วที่สุด จากการตรวจสอบพบว่าถนนที่เคยมีน้ำท่วมขังสูง เช่น ถนนบายพาสสาย 36 ขาเข้าเมืองระยอง ต.ทับมา และ ต.เนินพระ ตอนนี้น้ำลดลงไปมากแล้ว รถยนต์พอจะสัญจรได้ คาดว่าไม่เกิน 3 วัน น่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ

MTha iNews

ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Peera Luekuankla

เจ้าชายดูไบ ‘ชีคห์ ราชิด’ สิ้นพระชนม์แล้ว

เจ้าชายดูไบ ‘ชีคห์ ราชิด’ สิ้นพระชนม์แล้ว ในวัย 33 ปี จากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงาว่า เจ้าชายดูไบ ชีคห์ ราชิด บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม โอรสองค์โตของชีคห์ โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ ได้สิ้นพระชนม์แล้วในวัย 33 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ชีคห์ ราชิด, เจ้าชายดูไบ, เจ้าชายดูใบสิ้นพระชนม์

ชีคห์ ราชิด เจ้าชายดูไบ

โดยสาเหตุของการสิ้นพระชนม์ในครั้งนี้เป็นผลมาจากพระองค์ทรงมีพระอาการหัวใจกำเริบ เป็นเหตุทำให้หัวใจวายและสิ้นพระชนม์ในที่สุด เบื้องต้นทางการรัฐดูไบ จัดพิธีพระศพแด่ชีคห์ ราชิด ในวันเสาร์ (19 ก.ย.) และประกาศให้มีการไว้อาลัยทั่วรัฐเป็นเวลา 3 วัน พร้อมแต่งตั้ง ชีคห์ ฮัมดัน บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระองค์เป็นรัชทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้านครดูไบคนต่อไป

สำหรับชีคห์ ราชิด ทรงดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงทรงเป็นอดีตประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งยูเออีตั้งแต่ปี 2008-2010 ด้วย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News