โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย 3 พยานคดีระเบิดให้การเป็นประโยชน์ เตรียมเปิดภาพสเกตช์- ชื่อ ชายเสื้อฟ้าบึ้มสาทรวันนี้
วันนี้(19 ก.ย. 58) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ว่า สำหรับการนำตัวพยานทั้ง 3 คน มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากการควบคุมตัวตามมาตรา 44

ตำรวจจ่อภาพสเกตช์ใบหน้าเสื้อฟ้าโยงบึ้ม
เบื้องต้น ก็ได้ให้การเป็นประโยชน์ และจะนำไปสู่การเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องหาได้ และจากการพิจารณาแล้วนั้น พบว่า ในขณะนี้ ทั้ง 3 คน ยังไม่มีส่วนรู้เห็นกับการก่อเหตุวางระเบิด แต่มีส่วนเคยพบผู้ต้องหา โดยหลังจากนี้หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก็จะต้องออกหมายจับต่อไป
ขณะที่การสืบสวนตามหาคนขับแท็กซี่ที่อยู่ในขบวนการค้ามนุษย์เป็นประจำนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็กำลังติดตามตัวอยู่ ส่วนความคืบหน้าของหนังสือเดินทางที่ส่งไปยังสถานทูตบังกลาเทศ และปากีสถาน ตรวจสอบคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ภายในวันนี้จะมีการเปิดเผยภาพสเกตช์ และชื่อของชายเสื้อฟ้าจากการสอบปากคำของพยานแวดล้อมที่ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากหมายจับชายเสื้อฟ้าครั้งก่อน เป็นเพียงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ไม่ค่อยมีความชัดเจน
สมยศเผยสื่อเสนอข่าวเสื้อเหลือง-ฟ้าคดีบึ้มทำไหวตัว
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ว่า การเชิญบุคคลเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมนั้น ไม่ได้เชิญในฐานะผู้ต้องสงสัย แต่เชิญมาในฐานะพยาน ส่วนการออกหมายจับเพิ่มเติมจากนี้นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าสืบสวนสอบสวนในการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานว่าเพียงพอ สามารถขอให้ศาลอนุมัติได้หรือไม่
ด้านกระแสข่าวที่คาดว่า ชายเสื้อเหลืองและชายเสื้อฟ้า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุวางระเบิดออกจากประเทศมาเลเซีย ไปแล้วนั้น ในส่วนนี้อาจจะเป็นไปได้ เนื่องจากว่ามีการเสนอข่าวกันอย่างแพร่หลาย อาจทำให้ผู้ต้องหาไหวตัวทัน และหลบหนีไป
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวถึงเรื่องทางการไทย ได้ปล่อยตัว นายสะมะแอ ท่าน้ำ ว่า การปล่อยตัวในครั้งนี้ บางครั้งหากตัวผู้ต้องหาได้รับสิทธิ์ หรือได้รับการเยียวยา ก็ควรจะนำไปสู่ความสงบได้ หรือทางฝ่ายความมั่นคง อาจจะไปสู่การหารือพูดคุย เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือที่ดี และสร้างสันติสุขได้
ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News