สมาคมนักข่าว ตอกกลับ “บิ๊กตู่” หลังจวกไร้น้ำยา

สมาคมนักข่าว ตอกกลับ “บิ๊กตู่” หลังจวกไร้น้ำยา ควบคุมกันเองไม่ได้

แฟนเพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ มีความเห็นแย้งนายกฯ ที่ระบุว่าสมาคมสื่อไม่มีประโยชน์ ควบคุมกันเองไม่ได้ ย้ำปัญหาความขัดแย้ง ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาโลก เป็นภาพสะท้อนผู้นำประเทศ เรียกร้องเปิดใจ ปรับทัศนคติ

12002857_1066560093406597_2829375982107628320_n

นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แสดงความขอบคุณ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในบทบาทของสมาคมสื่อ

โดยเฉพาะบทบาทในการสร้างภาพลักษณ์แก่ประเทศไทย แต่การกล่าวโทษว่าสื่อไม่มีจรรยาบรรณ อีกทั้งสมาคมสื่อก็ไม่มีความสามารถที่จะควบคุมดูแลกันได้นั้น เป็นคนละเรื่อง คนละประเด็นกัน

เพราะข้อกล่าวหาว่า สื่อเขียนข่าวให้ดูรุนแรงขึ้น หรือคำชื่นชมสื่อที่เขียนข่าวดีแล้วในความเห็นของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นประเทศไทย มากกว่าข้อเท็จจริงในผลงานของรัฐบาล หรือประสิทธิภาพในการบริหารประเทศของผู้นำเอง

กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ให้ความเคารพในบทบาทและหน้าที่ซึ่งกันและกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีหน้าที่ต่อประเทศชาติเช่นเดียวกัน หากแต่ต่างบทบาทกัน ความคิดในเรื่องอาวุโส เด็กหรือผู้ใหญ่นั้น ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่โดยวิชาชีพของสื่อมวลชน หรือการทำหน้าที่ในฐานะผู้นำประเทศ

ซึ่งถือว่าเป็น ‘บุคคลสาธารณะ’ สื่อมวลชนมีหน้าที่ตั้งคำถาม นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ตอบ หากคำถามไม่เป็นที่พึงพอใจ นายกรัฐมนตรีก็อาจละเว้นไม่ตอบได้ ขณะเดียวกันสื่อมวลชนก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างสุจริต ตรงไปตรงมา และให้เกียรติแหล่งข่าวด้วยเช่นกัน

ที่มา จริยธรรมวารสารศาสตร์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สลดใจ! เจ้าตูบไม่รู้เจ้านายดับ กัด-ลากข้อมือหวังช่วยชีวิต

หนุ่มใหญ่เป็นลมดับ สุนัขเฝ้าบ้านไม่รู้เจ้าของตาย ลากข้อมือหวิดขาดหวังปลุกให้ตื่น พร้อมเห่าเรียกให้คนช่วย

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 9 หมู่ 3 บ้านหนองขี้นาค ต.ท่ายาง ไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.ทุ่งใหญ่ และมูลนิธิสยามรวมใจ

สุนัขปลุกเจ้าของ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปลูกอยู่กลางสวนยางพารา ภายในบ้านพบศพนายบัณฑิต เกื้อภักดิ์ อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านนอนหงายเสียชีวิต สวมรองเท้าบูชอยู่ในชุดเก็บขี้ยาง ข้างศพมีรถ จยย.ของผู้ตายที่มีขี้ยางวางอยู่ท้ายรถ 2 กระสอบเตรียมรอไปขาย ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเป็นลมตายมาประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ข้อมือด้านขวาของผู้ตายมีรอยสุนัขกัดข้อมือหวิดขาด นิ้วหายไป 2 นิ้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายอยู่บ้านกับสุนัขสีดำเพศผู้ 1 ตัว ขณะที่ผู้ตายกำลังเก็บขี้ยางในสวนข้างบ้านเพื่อเตรียมไปขาย คาดว่าเกิดหน้ามืดเป็นลม จึงไปเอนตัวนอนพักผ่อนที่ประตูบ้าน ต่อมาเจ้าตูบเห็นว่านอนนานผิดปกติ จึงเข้าไปคาบมือเพื่อลากให้ตื่นโดยไม่รู้ว่าเจ้าของเสียชีวิตแล้ว จึงออกแรงลากจนเขี้ยวบาดมือเจ้าของข้อมือเกือบขาด พร้อมทั้งส่งเสียงเห่าร้องเรียกอยู่นาน

หลังจากนั้นมีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเดินมาดู เพราะเห็นว่าสุนัขส่งเสียงเห่าดังผิดปกติ แต่ต้องผงะเมื่อพบภาพเจ้าตูบแสนรู้กำลังพยายามปลุก และลากมือเจ้าของด้วยปากของมันจนข้อมือหวิดขาดเพื่อให้คนช่วยเหลือ ก่อนเข้าไปดูพบว่านายบัญฑิตเสียชีวิตไปแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์

MThai News

พิษ ‘หว่ามก๋อ’ บทเรียนรับมือก่อนถล่มกรุง!

จากเหตุการณ์พายุฝนถล่มอย่างหนักในพื้นที่เมืองพัทยา และ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ถนนทั้งสายหลักและสายรอง  เกิดน้ำท่วมสูงจนรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้

โดยตลอดทั้งคืนฝนตกอย่างหนักกินเวลาราว 30 นาที ถนนทุกสายตั้งแต่ถนนสายชายหาด ถนนสาย 2 ซอย บัวขาว ถนนเฉลิมพระเกียรติ ถนนสุขุมวิท และถนนเลียบทางรถไฟ น้ำท่วมหลายจุด โดยสายชายหาดนั้นน้ำท่วมตลอดสาย  ส่วนบริเวณสาย 2 มีน้ำท่วมบริเวณอัลคาซ่าคาบาเร่ ถนนสายเฉลิมพระเกียรติน้ำท่วมหน้าร้านมุมอร่อย ซอยบัวขาว ถนนสุขุมวิทท่วมหลายจุดตั้งแต่หน้าวัดหนองใหญ่ หน้าบุญถาวร ตำรวจทางหลวง และปากทางพัทยาใต้

พายุหว่ามก๋อถล่มพัทยา

พายุ ‘หว่ามก๋อ’ ถล่มพัทยา

นอกจากนี้ตามซอยต่างๆยังมีน้ำท่วมขัง รถที่เดินทางมาเที่ยวเมืองพัทยาต่างต้องจอดตามปั๊มน้ำมัน หรือจุดที่สูงเนื่องจากไม่สามารถขับรถไปตามเส้นทางอื่นๆได้ ขณะที่มีรถบางคันถูกน้ำท่วมรถยนต์ส่งผลให้รถเสียหาย  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครจึงต้องเข้ามาช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเต็มที่

ต่อมาได้มีการประกาศให้เมืองพัทยาเป็นเขตภัยพิบัติตามระเบียบว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยประกาศเพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้ตามหลักเกณฑ์ของราชการ ในเรื่องของการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม

พายุหว่ามก๋อถล่มพัทยา

พายุ ‘หว่ามก๋อ’ ถล่มพัทยา

ไม่เว้นแม้แต่จังหวัดจันทบุรีที่เกิดฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ถึงแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์วิกฤตจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ความเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้รับนั้น ยังคงฝังอยู่ในใจของพวกเขาทุกคน

รวมถึงจังหวัดศรีสะเกษที่ต้องตกอยู่สภาวะที่ไม่ต่างจากจังหวัดอื่นๆ โดยมีฝนตกหนักตลอดทั้งวัน และมีลมกระโชกแรง พัดต้นไม้หักโค่นหลายพื้นที่ในอำเภอเมือง จนเกิดความเสียหายไม่ มากก็น้อย

และล่าสุดจังหวัดระยอง ได้โดนพายุฝนถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัด ส่งผลให้มีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ส่วนบริเวณแยกขนส่ง อ.เมือง มีน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร อีกทั้งยังมีรถยนต์จมน้ำเป็นจำนวนมาก  นอกจากนี้ ปริมาณน้ำยังไหลท่วมตามบ้านเรือน และหมู่บ้านที่อยู่ติดแม่น้ำลำคลอง

เช่น ที่หมู่บ้านกรุงไทย ต.ทับมา อ.เมืองระยอง และห้องแถวในซอยตลาดหนองโพรง  ขณะที่ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม และมีฝนตกตลอดเวลา  ยังเกิดเหตุการณ์ที่พาให้ประชาชนต้องแตกตื่น โดยมีฝนตกหนัก ในอ.บ้านฉาง ถึงขนาดพัดรถยนต์ลอยไปกับสายน้ำ และยังมีน้ำขังกว่า 2 เมตร รวมถึงถนนขาด

ถนนทรุด

ผลกระทบจากพายุ ‘หว่ามก๋อ’ ที่จ.ระยอง

ซึ่งขณะนี้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ออกมาเตือนให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.นครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร บุรีรัมย์ และ จ.นครราชสีมา

ภาคกลางตอนล่าง บริเวณ จ.สุพรรณบุรี ราชบุรี และ จ.กาญจนบุรี ภาคตะวันออก บริเวณ จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และ จ.ตราด รวมถึงภาคอีสานให้ระวังพายุฝนกระหน่ำ พร้อมกับย้ำให้ประชาชนคอยรับข่าวสารอย่างใกล้ชิด

พายุ 'หว่ามก๋อ'

ผลกระทบจากพายุ ‘หว่ามก๋อ’ ที่จ.ระยอง

สำหรับสาเหตุที่ทำให้หลายภาคในประเทศไทยต้องพบกับวิกฤตเช่นนี้ เกิดจากพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุ โซนร้อน หรือที่เรียกกันว่า“หว่ามก๋อ”โดยได้เคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีลมกระโชกแรงส่งผลให้บริเวณทะเล อันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร

ขณะนี้คงไม่สามารถที่จะต้านภัยธรรมชาติไว้ได้ นอกจากจะต้องเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์พายุนี้ ใช่ว่าจะเกิดกับต่างจังหวัดเท่านั้น

แต่มีรายงานว่า พายุดังกล่าวยังส่งผลกระทบมาถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่  ทางรัฐบาลจึงมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับพายุ “หว่ามก๋อ”  

โดยอันดับแรก ทางกทม.จะมีการรับมือสำหรับพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม 22 จุดในกรุงเทพฯ พร้อมกับกำชับให้ทุกภาคส่วนดำเนินการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เร่งระบายน้ำ เคลื่อนย้ายรถยนต์ที่จอดเสีย ออกจากพื้นผิวการจราจร ขนย้ายสิ่งของที่จำเป็นให้พ้นจากระดับน้ำ ตลอดจนสนับสนุนการเดินทางให้กับประชาชนด้วยรถยนต์ทหาร

พร้อมขอให้ประชาชนในทุกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยร่วมกับส่วนราชการด้วยอีกทางหนึ่ง

17-09-15-1

คลิปวีดีโอเหตุการณ์พายุ “หว่ามก๋อ”ถล่มพัทยา

ขอบคุณภาพ twitter เรารักด่านพัทยา / twitter titipat  pinrarod

ติดตามสกู๊ปที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News