ไฟเขียว! ขึ้นเงินเดือนทหารพราน

มติครม. เห็นชอบ อนุมัติเงิน 269 ล้านบาท ขึ้นเงินเดือนและเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวให้อาสาสมัครทหารพราน

วานนี้ (15 ก.ย. 58) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เสนอวาระให้ที่ประชุมครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับเงินเดือนเพิ่ม 1 ขั้น หรือร้อยละ 4 ของเงินเดือน ให้กับอาสาสมัครทหารพราน จำนวน 23,500 นาย ตามมติครม. เมื่อวันที่  9 ธ.ค. 57  และเห็นชอบการปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของอาสาสมัครทหารพราน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่6) พ.ศ. 2558

แบงก์พัน

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายสำหรับการปรับเงินเดือนเพิ่ม 1 ขั้น และการปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุ.ค. 57 – 30 ก.ย. 58 ใช้งบประมาณจำนวน 269,095,050 บาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกและกองทัพเรือพิจารณาค่าใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ที่มีเงินเหลือจ่ายมาเป็นค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ยังได้อนุมัติในหลักการตามที่ พล.อ. ประวิตร เสนออีกหนึ่งวาระ คืออนุมัติการขอใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 เพิ่มเติม งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 1,033,588,850 บาท ให้กับกองทัพบก จากที่กองทัพบกขอมาจำนวน 1,284,749,680 บาท เพื่อจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพบกที่ใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ ในภาพรวม เว้นการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยแบ่งเป็นจัดหายุทโธปกรณ์สนับสนุนหน่วยกรมทหารช่าง กรมการขนส่งทหารบกและ กรมการสัตว์ทหารบก

ขอบคุณข้อมูล มติชนออนไลน์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ทำไปได้! ทหารขับรถถังไปส่งลูกโรงเรียน

ผู้ปกครอง-นักเรียนที่ “ยูเครน” ตกตะลึง! รถถังโผล่ในโรงเรียน ก่อนจะทราบภายหลังแค่ทหารหนุ่มขับ ‘รถถัง’ ไปส่งลูกโรงเรียน 

เว็บไซต์มิร์เรอร์ของอังกฤษ ได้รายงานว่า ได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเมืองโดเนค ของยูเครน เมื่อเด็กนักเรียน และผู้ปกครองต่างพากันตื่นยกใหญ่ หลังจู่ๆ มีรถถังขนาดใหญ่เข้าไปจอดอยู่ภายในโรงเรียน

รถถัง, ขับรถถังไปส่งลูก, ยูเครน

โดยรายงานได้ระบุว่า สาเหตุที่รถถังคันดังกล่าววิ่งไปจอดในโรงเรียนนั้น เป็นเพราะพ่อของเด็กนักเรียนรายหนึ่งเป็นทหารติดภารกิจสุดสำคัญปกป้องประเทศพอๆ กับการไปส่งลูกที่โรงเรียน เขาจึงพาลูกนั่งรถถังไปโรงเรียนก่อน จากนั้นจึงค่อยนำรถถังไปประจำการที่แนวหน้าบริเวณที่มีข้อพิพาทกับรัสเซีย

รถถัง, ขับรถถังไปส่งลูก, ยูเครน

ทั้งนี้แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวดูตื่นตระหนก แต่พอรู้ว่าไม่เป็นอันตรายบรรดาผู้ปกครองและเด็กนักเรียนต่างพากันเข้าไปถ่ายรูปเซลฟี่คู่กับรถถังอวดลงในโลกโซเซียลกันมากมาย โดยผู้ปกครองรายหนึ่งเผยว่า “ไม่มีใครกล้าคิดหรอกว่าอยู่ดี ๆ จะมีรถถังโผล่มาในโรงเรียน แต่มันก็สนุกดีนะ ฉันถ่ายรูปเซลฟี่ลงโซเชียลให้เพื่อนบ้านได้งงเล่นด้วยแหละ”

รถถัง, ขับรถถังไปส่งลูก, ยูเครน

ข้อมูลข่าวจาก The Mirror.uk

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

คุก! 4แกนนำแดง บุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ปี50

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 4 แกนนำเสื้อแดง “วีระกานต์-ณัฐวุฒิ-วิภูแถลง-นพ.เหวง” คนละ 4 ปี 4 เดือน กรณีบุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ปี50-แกนนำกลุ่มพิราบขาว จำคุก 2 ปี 8 เดือน

วันที่ 16 ก.ย. ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาในคดีที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ประกอบด้วย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนายแพทย์เหวง โตจิราการ รวมทั้งแกนนำกลุ่มพิราบขาวกับพวกรวม 7 คน เป็นจำเลยกรณีนำผู้ชุมนุมปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศน์ ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเรียกร้องกดดันให้ พล.อ.เปรม ลาออกจากตำแหน่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550

เสื้อแดง

4 แกนนำเสื้อแดง

ทั้งนี้ เนื่องจากนายวีระกานต์ หนึ่งในจำเลยมีอาการป่วยหนัก ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ทนายจำเลยจึงขอเลื่อนอ่านคำพิพากษา ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาในกรณีนายวีระกานต์ออกไป ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 6 คน ยังคงอ่านคำพิพากษา

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้ตลอดการชุมนุมตั้งแต่ปี 49 เป็นต้นมา แกนนำทั้ง 7 คนและผู้ชุมนุม นปก. จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญโดยสงบเรียบร้อย แต่ในเหตุวันที่ 20-22 ก.ค.50 จำเลยไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งกำหนดการเคลื่อนไหว มีการปราศรัยปลุกระดม และไม่ให้ความร่วมมือตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ ไม่ให้ชุมนุมในพื้นที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ และยังมีการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่

จึงเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริง ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยใช้กำลังขู่เข็ญ

จึงพิพากษาลงโทษต่างกันตามความผิดต่างกรรมต่างวาระของแต่ละบุคคล โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มพิราบขาว พิพากษาจำคุก 4 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 4-7 ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม นปช. ให้ลงโทษจำคุกคนละ 6 ปี 6 เดือน แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือคนละ 4 ปี 4 เดือน

ขณะนี้ทนายความกำลังยื่นเรื่องขอประกันตัวเพื่อต่อสู้ในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

แกนนำนปช.

แกนนำเสื้อแดงขึ้นศาล

ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.เหวง โตจิราการ

MThai News