น้องนุ่นเชฟ7ขวบ ทำอาหารขายหลังเลิกเรียน

ชื่นชม “น้องนุ่น” เชฟจิ๋ววัย 7 ขวบ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเป็นแม่ครัวช่วยพ่อแม่ทำอาหารร้านข้าวต้ม “คำแก้วโภชนา” อร่อยถูกใจลูกค้า

วันที่ 15 ก.ย. ที่ร้านข้าวต้มคำแก้ว ถนนสนามบิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเด็กหญิงวัย 7 ขวบ เป็นแม่ครัวทำอาหารให้กับลูกค้า ทราบชื่อคือ ด.ญ.พฤษาพร แก้วชิน หรือ น้องนุ่น นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนวัดศรีวิสุทธาราม

น้องนุ่นเชฟเด็ก

ด.ญ.พฤษาพร แก้วชิน “น้องนุ่น”

จากการสอบถาม นายอำนาจ แก้วชิน พ่อของน้องนุ่น เล่าว่า ตนเองและภรรยาเปิดร้านข้าวต้ม มาได้ 7 ปีแล้ว ซึ่งในร้านก็ทำทุกอย่างด้วยตนเอง โดยไม่มีลูกจ้าง น้องนุ่นจึงได้เข้ามาช่วยงานในร้าน เริ่มจากช่วยรับลูกค้า เสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟอาหาร จากนั้นน้องนุ่นก็เริ่มเข้าครัว ช่วยแม่ทำอาหาร จนกระทั่งสามารถปรุงอาหารด้วยตัวเองได้ ตนและภรรยาก็ให้ฝึกทำ เพียงไม่นานน้องนุ่นก็สามารถทำอาหารขายลูกค้าได้

โดยเมนูอาหารที่ทำได้จะเป็นประเภทยำต่างๆ รวมไปถึงผัดผักรวม ผัดผักบุ้ง ผักกระเฉดไฟแดง รสชาติอร่อย เป็นที่ยอมรับของลูกค้า

ทั้งนี้ ตนเองให้น้องนุ่นทำตามความชอบ ความถนัด ไม่ได้มีการเข้มงวด หรือบังคับให้ทำแต่อย่างใด สำหรับใครอยากจะไปอุดหนุน หรือลองชิมฝีมือเชฟน้อยรายนี้ ก็สามารถไปอุดหนุนได้ที่ร้านข้าวต้ม คำแก้วโภชนา ถนนสนามบิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป หรือโทรศัพท์ สอบถามได้ที่ 080-510 9289

ด.ญ.พฤษาพร

น้องนุ่น เชฟ7ขวบ

MThai News

จวกยับ ‘ชาร์ลี เอ็บโด’ วาดการ์ตูนย่ำยี ผู้อพยพจมน้ำดับคาหาดตุรกี

‘ชาร์ลี เอ็บโด’ นิตยสารแนวเสียดสีสังคม วาดการ์ตูนล้อเลียนผู้อพยพที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ จนศพถูกซัดมาเกยที่ชายหาดในตุรกี พร้อมระบุข้อความเหยียดหยามทางเชื้อชาติและศาสนา

ชาร์ลี เอ็บโด,ผู้อพยพ,เรือล่ม,จมน้ำ,นิตยสารเสียดสีสังคม,ฝรั่งเศส,ล้อเลียน,การ์ตูน

หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ภาพ ‘อัยลาน เคอร์ดี’ ผู้อพยพเด็กชาวซีเรีย จมน้ำหลังจากเรือผู้ลี้ภัยล่มก่อนแล่นถึงฝั่ง ขณะพยายามลี้ภัยไปยังประเทศในแถบยุโรป และหลังจากนั้น ศพได้ลอยมาเกยชายหาดในประเทศตุรกี ทำให้เกิดประเด็นภายในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง

จากภาพดังกล่าว ที่เป็นการจุดประกาย ในประเด็นมนุษยธรรมต่อผู้อพยพ ที่ลี้ภัยจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง ที่กำลังจมอยู่ภายใต้ไฟสงครามกลางเมือง จากกลุ่มก่อการร้าย และมีทัศนคติต่อวิกฤตดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป

ประเทศในแถบยุโรปมีการกำหนดนโยบายเพื่ออ้าแขนรับผู้อพยพ ในหลายประเทศ รวมทั้งยังมีกระแสการอุดหนุนผู้อพยพ จากซีเรีย ที่กำลังเคลื่อนไหวภายในโลกออกไลน์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด ‘ชาร์ลี เอ็บโด’ นิตยสารแนวเสียดสีสังคม ที่เคยตกเป็นเป้าในการโจมตี จากกลุ่มก่อการร้าย เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมช็อกโลก จากประเด็นความเกลียดชังทางเชื้อชาติ และสร้างศาสนา โดยมีการสร้างสัญลักษณ์ ที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง เป็นสาเหตุ โดยหลังจากนั้น ได้มีกลุ่มติดอาวุธมุสลิมหัวรุนแรงออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุในครั้งนี้ในที่สุด

มีการรายงานว่าได้ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อเลียน ภาพของอลัน เคอร์ดี เด็กชายชาวซีเรียวัย 3 ปีที่นอนเสียชีวิตบนชายฝั่งของตุรกีในการสื่อความหมายเชิงหยามเหยียดทางศาสนา และไม่ให้เกียรติ์ผู้เสียชีวิต

ท่ามกลางกระแสความเห็นอกเห็นใจผู้อพยพ แต่ทางด้านนิตยสาร ‘ชาร์ลี เอ็บโด’ ได้วาดภาพของเคอร์ดี พร้อมป้ายโฆษณาที่มีตัวตลก พร้อมระบุ ข้อความว่า “ยินดีต้อนรับผู้อพยพ ใกล้จะถึงเป้าหมายแล้ว โปรโมชั่นตอนนี้คือ เด็ก 2 คนในราคาเด็กคนเดียว” ส่วนอีกภาพเป็นภาพล้อเลียนพระเยซู ที่เดินบนน้ำ และมีภาพเด็กจมน้ำ โดยมีข้อความว่า ‘ ชาวคริสต์เดินบนน้ำได้ ส่วนเด็กมุสลิมต้องจมน้ำไป’

จากการกระทำในครั้งนี้ ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับผู้อ่านจำนวนมาก เนื่องจากภาพดังกล่าว สื่อออกไปในเชิง เหยียดเชื้อชาติ ความเกลียดชังระหว่างสองศาสนา

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา  moroccoworldnews

น้ำส่อวิกฤต ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ วอนลดทำนาปลัง

เขื่อนสิริกิติ์ชี้แจงสถานการณ์น้ำในเขื่อนก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง ระดับน้ำยังน้อย หวั่นไม่เพียงพอ เกษตรกรต้องลดพื้นที่การเพาะปลูก หลังพบเส้นทางพายุพัดลงภาคกลาง-อีสาน มากกว่าเหนือ

วันนี้(15 ก.ย. 58) ทางเขื่อนสิริกิต์ชี้แจงสถานการณ์น้ำ ระบุว่า ปัจจุบันระดับน้ำเหนือเขื่อน มีปริมาณสูง 137.06 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 4,140.64 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 1,290.64 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับปริมาณน้ำได้อีก 5,369.36 ล้านลูกบาศก์เมตร

เส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุ

โดยแผนการปล่อยน้ำเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน กำหนดปล่อยน้ำตั้งแต่วันที่ 14-20 กันยายน 2558 มีแผนปล่อยระบายน้ำวันละ 6.0 ล้านลูกบาศก์เมตร

ด้าน ดร.สุเทพ เลิศศรีมงคล ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มเกษตรกรชาวนา คงจะต้องลดพื้นที่การเพาะปลูกลง หรืออาจจะงดการทำนาในฤดูกาลหน้า เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอในการเพาะปลูก

ทั้งนี้ความกังวลดังกล่าวสืบเนื่องมาจากลักษณะการเคลื่อนตัวของพายุในช่วงนี้ได้พัดผ่านเข้าภาคกลาง และภาคอีสานเป็นส่วนมาก ไม่ได้พัดขึ้นทางเหนือเหมือนแต่ก่อน จึงทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนมีจำนวนน้อย และอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการน้ำในอนาคต ทางผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จึงได้ออกมาชี้แจงและขอร้องชาวนาให้ลดการเพาะปลูกดังกล่าว

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News