เมินยาหมอ! ชาวบ้านแห่ไหว้-ดื่ม ‘น้ำศักดิ์สิทธิ์’ ผุดกลางวัด เชื่อรักษาโรคได้

ชาวบุรีรัมย์ แห่นำธูปเทียนกราบไหว้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ผุดขึ้นกลางสระของวัดหัวหนองแคน เชื่อปู่พญานาคปลุกเสกไว้ ตักดื่มกินหายป่วย

วันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีข่าวลือว่าพบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในหนองน้ำ วัดหัวหนองแคน บ.หัวหนองแคน หมู่ 3 ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านนำไปดิื่มกินสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้

14422125691442213615l

ตรวจสอบภายในวัดหัวหนองแคน ด้านทิศเหนือวัด มีหนองน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่ 59 ไร่ พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งอยู่ริมหนองน้ำ ที่ทำเป็นเพิงให้ร่มเงากันแดด กำลังจุดธูปเทียนไหว้ศาล และไม้ตะเคียน มีบ่อน้ำขนาดเล็กที่ปูด้วยศิลาแลง ความลึก 3.50 เมตร ปากบ่อกว้าง 5 เมตร ยาว 6 เมตร และมีทางเดินรอบบ่อน้ำ พร้อมกับมีกรวยและกระบวยตักน้ำแขวนและวางอยู่รอบบ่อน้ำ

ด้านทิศเหนือขอบบ่อ มีการทำแท่นปูนสูงประมาณ 50 เซนติเมตร พร้อมกับนำรูปปั้นพญานาคตัวใหญ่สูงประมาณ 70 เซนติเมตร และองค์เทพนาคาชาย หญิง มาวางตั้งไว้บนแท่นบูชา มีการนำมาลัยเจ็ดสี มาลัยสีเหลืองมาพันรอบตัวพญานาค เป็นการสักการะบูชาแด่ปู่พญานาค

ทั้งนี้ ชาวบ้านยังเชื่อว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว เกิดจากการแสดงปาฏิหาริย์ของเทพนาคา หรือปู่พญานาคที่สถิตอยู่บริเวณสระน้ำดังกล่าวได้ปลุกเสกไว้ ชาวบ้านจึงพากันนำธูปเทียนมากราบไหว้ ทั้งนำภาชนะตักน้ำจากบ่อไปดื่มและทา ให้หายจากอาการเจ็บป่วยตามความเชื่อและคำอธิษฐาน

ซึ่งชาวบ้านหลายคนที่เคยมากราบไหว้และนำน้ำจากบ่อดังกล่าวไปดื่มกิน แล้วหายจากอาการเจ็บป่วย หรือได้รับโชคลาภ ก็ได้นำรูปปั้นพญานาค ชุดไทย พร้อมทั้งบริจาคเงินเพื่อร่วมดูแลรักษาบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวด้วย

สำหรับน้ำในบ่อที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะเป็นสีฟ้าคราม รสชาติจืด เหมือนกับน้ำในบ่อดิน ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างปูนศิลาแลงล้อมรอบบ่อ ขณะที่น้ำในสระรอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว มีสภาพเหลืองขุ่น

ขณะที่ทาง อบต.สระบัว ได้เข้าไปตรวจสอบบ่อน้ำดังกล่าว เบื้องต้นก็ได้ประสานทางสาธารณสุขนำน้ำในบ่อไปตรวจสอบแล้ว ก็พบว่าไม่มีสารอันตราย แต่หากจะนำไปดื่มกินก็ควรจะผ่านการฆ่าเชื้อหรือต้มให้สะอาด เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพร่างกาย

ด้านกรรมการหมู่บ้าน เผยว่า หลังจากที่ทาง อบต.ได้ทำการขุดลอกสระน้ำสาธารณะดังกล่าวที่มีสภาพตื้นเขิน เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำของหมู่บ้าน เมื่อเดือนธ.ค.57 ที่ผ่านมา ต่อมาผู้รับเหมาที่มาทำการขุดลอกสระก็สังเกตเห็นน้ำผุดขึ้นมาจากรูขนาดเท่าตัวปลาไหล และมีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา คนงานที่มาทำการขุดลอกเห็นว่าน้ำมีสภาพใส จึงได้ใช้ดื่มกินในช่วงที่มาขุดลอก

กระทั่งวันหนึ่งได้มีคนมาเข้าฝันว่าน้ำดังกล่าวเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ปู่พญานาคปลุกเสกไว้ ห้ามเด็กลงไปเล่นและห้ามกระทำสิ่งใดที่เป็นการลบหลู่ จากนั้นคนงานก็ได้ลองนำน้ำจากสระไปให้ช้างที่มีอาการป่วยกิน พอวันรุ่งขึ้นปรากฏว่าช้างตัวดังกล่าวมีอาการดีขึ้นสามารถลุกยืนได้ จึงได้บอกต่อกัน จนมีคนมาบูชาและนำไปดื่มกิน

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

ทรุดหนัก! ถนนที่อยุธยา ยุบลึกกว่า 3 เมตร

ถนนสาย บางบาล-วัดตะกู จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวลึกเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ลึกกว่า 3 เมตร 

วันนี้ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ใน.อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ถนนสาย บางบาล-วัดตะกู หมู่ 4 ต.บางหลวง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 25-26 เกิดการทรุดตัวลึกเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร รถยนต์สัญจรไปมาลำบาก

ถนนทรุด

จาการตรวจพบว่าเป็นถนนลาดยางเกิดการทรุดตัว ลึกประมาณ 3 เมตร เป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้เจ้าหน้าที่แขวงการทางทำการปิดถนนประชาชนต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ตรวจสอบบริเวณด้านข้างถนน ซึ่งเป็นคอนกรีตของคลองส่งน้ำชลประทาน ไม่พบว่ามีการสไลด์ตัว โดยถนนทรุดตัวชั้นดินใต้พื้นผิวถนนได้ดันให้เสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างถนนเอนจะล้มไปด้วย

นายพยงค์ ด้วงวิเศษ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บางหลวง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ถนนเริ่มทรุดตัวเล็กน้อย จนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมามา ถนนทรุดตัวลงไปทั้งเส้น โชคดีที่เกิดขึ้นในช่วงดึกไม่มีรถสัญจรไปมา ที่ผ่านมาถนนเส้นนี้จะถูกน้ำท่วมทุกปี บางปีถนนถูกน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย หลังจากปี2554 ที่มีน้ำท่วมใหญ่ถนนเส้นนี้ได้มีการปรับผิวยกถนนให้มีความสูงขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันน้ำท่วม ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากดินด้านล่างอ่อนตัวรับน้ำหนักที่มีแรงกดทับไม่ไหว จนทรุดหนักดังกล่าว

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ปรับทัศนคติอีก 1 ทหารคุมตัว “นักข่าวอาวุโส”

ทหารเรียก “ประวิตร โรจนพฤกษ์” นักข่าวเนชั่นอาวุโส” เข้าค่ายทหาร ‘ปรับทัศนคติ’ รอบ 2 เหตุวิจารณ์ คสช.จำกัดเสรีภาพเรื่องการวิจารณ์

วันที่ 14 ก.ย.58 น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยว่า นาย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเรียกไปรายงานตัวเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่กองทัพภาคที่ 1 โดยไม่ได้แจ้งเหตุผลในการเรียกรายงานตัว

หทารคุมตัว "ประวิตร โรจนพฤกษ์" ปรับทัศนคติ

ประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวเนชั่นอาวุโส

ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนายประวิตร โดยก่อนหน้านี้ตนและเจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชน สำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้ไปพบนายประวิตร และเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ทหารที่กองทัพภาคที่ 1 แต่ทหารไม่อนุญาตให้นายประวิตรนำโทรศัพท์มือถือส่วนตัวติดตัวไป อีกทั้งเมื่อถามว่าจะพาไปที่ไหนต่อหรือไม่ ก็ได้คำตอบจากทหารว่าไม่ทราบ

และเมื่อขอนั่งรอนายประวิตรถึงช่วงเย็น ทหารก็แจ้งว่าไม่อนุญาตให้รอ และขอให้พวกตนออกนอกบริเวณกองทัพภาคที่ 1 ทันที กระทั่งเมื่อเข้าไปสอบถามทหารอีกครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ก็ได้รับคำตอบว่าเจ้าหน้าที่พานายประวิตรไปที่อื่นแล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นที่ไหน และจะควบคุมตัวไว้กี่วัน

“คาดว่าเหตุผลที่ทหารเรียกตัวนายประวิตรครั้งนี้น่าจะมาจากการที่นายประวิตรใช้สิทธิเสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์ คสช. ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ที่นายประวิตรถูกเรียกไปควบคุมตัวเพื่อปรับทัศนคติ โดยครั้งแรกนั้น นายประวิตรถูกประกาศของ คสช. ฉบับที่ 6/2557 เรียกตัวไปไว้ที่กองพลพัฒนาที่ 1 จ.ราชบุรี เป็นเวลา 7 วัน” น.ส.ภาวิณี กล่าว

ที่มา tnews

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News