‘ชูวิทย์’ เหน็บ ‘สมยศ’ ปมแฉ ตม.

ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ โพสต์เฟซบุ๊ก หลัง ผบ.ตร.ออกมาเผยว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีการรับส่วยกันภายใน ชี้ควรแก้ไขนานแล้ว ไม่ใช่ใกล้เกษียณแล้วมาพึ่งมาเปิดปม

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความเห็นจากกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีการรับส่วยกันภายใน โดยในข้อความระบุไว้ว่า

ชูวิทย์

ผมเห็น ผบ.ตร. ทิ้งบอมบ์ใส่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุกวันแล้วรู้สึกประหลาดใจเหมือนประชาชนทั่วไปว่า เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรตำรวจ? ในอดีตไม่ว่ายุคใดสมัยใด ไม่เคยมี ผบ.ตร. คนไหน กล้าถล่มบ้านตัวเองอย่างที่ ผบ.ตร. สมยศ ทำมาก่อน ทุกคนล้วนปกป้องแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ไม่เคยมีสักครั้งที่จะยอมรับความเน่าเฟะในองค์กรของตัวเอง

ปัญหาที่ ผบ.ตร.สมยศ พูดถึง เกิดขึ้นมายาวนานหลายสิบปี ไม่ใช่เพิ่งมามีเอาเมื่อวาน หากท่านต้องการปรับปรุงแก้ไของค์กรตำรวจจริง ก็มีโอกาสที่จะทำมาเป็นปีในขณะที่มีอำนาจ ไม่ใช่เพิ่งมาร้องแรกแหกกระเชอเอาก่อนที่ท่านจะเกษียณเพียงแค่ครึ่งเดือน แล้วฝากให้ ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จัดการต่อ

ผมทราบดีว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีปัญหามากมายที่ต้องแก้ไข อย่างที่ผมเคยเปิดเผยมาหลายครั้งหลายครา ขณะที่เป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน แต่ท้ายสุดก็ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างเงียบหายไปกับสายลม มีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถชำระล้างองค์กรตำรวจได้ในระยะเวลาสั้นๆ หลายหน่วยงานขององค์กรตำรวจมี “อำนาจซ้อนอำนาจ” การแก้ไขปัญหาต้องใช้ระยะเวลายาวนาน และต้องมีผู้นำที่กล้าตัดสินใจ

แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่วิธีที่ผู้นำองค์กรสูงสุดจะมาเผาบ้านตัวเองโชว์สังคมก่อนเกษียณ ประชาชนอย่างผมเห็นแล้วรู้สึกสงสารระคนสมเพชเวทนา

ขอบคุณ ชูวิทย์ I’m No.5

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อึ้ง! แพทย์รามา-ศิริราชได้เกียรตินิยมครึ่งคณะ

ม.มหิดลอึ้ง! นักศึกษาแพทย์ศิริราช-รามาธิบดีคว้าเกียรตินิยมเกือบยกรุ่น จี้คณบดีทั้ง 2 แห่งทบทวนมาตรฐานการตัดเกรดใหม่

วันที่ 14 ก.ย. นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อขอให้ทบทวนการประเมินในรายวิชาต่างๆ ในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

นักเรียนแพทย์

ภาพประกอบข่าว

หลังจากพบว่าในปีการศึกษา 2557 มีผู้ได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 ถึง 50% หรือครึ่งหนึ่งของนักศึกษาทั้งคณะ ที่เหลือ 2 ใน 3 เป็นเกียรตินิยมอันดับสอง และมีจำนวนน้อยมากที่ไม่ได้รับเกียรตินิยม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับคณะแพทย์ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็ไม่ได้มีจำนวนเกียรตินิยมอันดับ 1 มากเท่านี้

โดยปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ของมหาลัยมหิดลทั้งสองแห่ง กำหนดเกณฑ์กลางไว้ว่าผู้ที่จะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 จะต้องได้เกรดเฉลี่ย 3.5 ขึ้นไป เกียรตินิยมอันดับ 2 ต้องได้เกรดเฉลี่ย 3.25 ขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ได้ขอให้คณบดีคณะแพทย์ทั้งสองแห่ง ลงไปดูรายละเอียดรายวิชาที่สอนว่าการประเมินได้มาตรฐานเท่าเทียมกันหรือไม่ และหากมีวิชาใดง่ายเกินไป ก็ขอให้ปรับมาตรฐานให้เท่ากับวิชาอื่นๆ

รวมถึงทบทวนกระบวนการตัดเกรดใหม่เน้นดูทักษะวิชาชีพ การดูแลรักษาผู้ป่วยตามเกณฑ์ของแพทยสภาอย่างเข้มข้น โดยในส่วนของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ กำลังจะเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดและเน้นวัดผลที่ตัวคนไข้เป็นหลัก เชื่อว่าจะมีผู้สอบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 น้อยลง

สำหรับปีการศึกษา 2557 มีผู้ที่จบปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ จำนวน 290 คน ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จำนวน 130 คน ส่วนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีผู้ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ประมาณ 90 คน คิดเป็น 50% ของนักศึกษาทั้งหมด

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

MThai News

ระทึก! เมล์สาย 26 ไฟไหม้ คนหนีตายวุ่น

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 26 บริเวณซอยพหลโยธิน 44 ผู้โดยสารหนีตายกันวุ่น

วันที่ 14 ก.ย. ตำรวจ สน.บางเขน เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้รถโดยสารประจำทางปรับอากาศยูโร สาย 26 สีส้ม วิ่งระหว่าง มีนบุรี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หมายเลขทะเบียน 12-4896 กรุงเทพ บริเวณหน้าปาก ซอยพหลโยธิน 44 (ขาเข้า) แขวงเสนา เขตจตุจักร

รถเมล์สาย 26 ไฟไหม้

ที่เกิดเหตุพบรถ มีกลุ่มควันและแสงเพลิงอยู่ที่บริเวณห้องเครื่อง ด้านท้ายรถมีผู้โดยสารทยอยวิ่งลงมาจากรถ จึงได้ใช้น้ำยาเคมี-และน้ำทำการฉีด เพื่อไม่ให้ลุกลามก่อนทำการควบคุมเพลิงได้ โดยความเสียหายอยู่เฉพาะด้านห้องเครื่องเท่านั้น

จากการสอบสวนนายสมเดช มะดะเรส คนขับได้ให้การว่าได้ขับรถมาตามเส้นทาง เพื่อจะมุ่งหน้าไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิปลายทาง โดยมีผู้โดยสารเต็มคัน ขณะขับขี่มาถึงหน้ากรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้มีกลิ่นไหม้ และผู้โดยสารตะโกนจากท้ายรถว่าไฟไหม้ จึงได้จอดรถชิดขอบทาง และผู้โดยสารต่างวิ่งลง

จากนั้นจึงได้ใช้น้ำยาเคมีดับไฟ แต่ไม่สามารถดับได้ กระทั่งรถดับเพลิงมา เบื้องต้นน่าจะเกิดจากระบบเครื่องมีปัญหา เนื่องจากเป็นรถที่ใช้งานมานาน และเกิดจากระบบไฟและเครื่องจนทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น

ขอบคุณข้อมูล ข่าวสด / ภาพ RT@ladytuey

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News