เช็คสภาพจราจร! พบรถติดขัดหนักหลายพื้นที่

วันนี้ (14 ก.ย. ) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ-มีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่

CO0pAPRUYAAX3kw

07.45น.ถนนวงศ์สว่าง มุ่งหน้าสะพานพระราม7 ปากซ.วงศ์สว่่าง 12 มีอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ภาพโดย@Kungking67

CO0vvfeUwAANSSB

07.40น.โทลเวย์ขาเข้าติดหนัก รถมาก เคลื่อนตัวช้า สลับหยุดนิ่ง ท้ายแถวอนุสรณ์สถาน ภาพโดย@kate_patana

a1307:35น.ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า เลยห้างฯบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ เล็กน้อย รถตู้ กับ จยย. 2คัน ชนกัน กีดขวางช่องทางกลาง การจราจรเคลื่อนตัวช้า

a1307:32น.ถนนเพชรเกษม ขาเข้า ก่อนถึงทางเบี่ยงออกบ้านแพ้ว เล็กน้อย ปิคอัพ 2 คัน ชนกัน กีดขวางช่องทางด่วน ช่องขวา การจราจรใช้การได้

a1307:29น.ถนนพระราม2 ขาเข้า เลยนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี่ เล็กน้อย เก๋ง 2 คัน ชนกัน กีดขวางช่องทางขวา การจราจรติดขัด

CO0shywUEAA4Ind

07:25น. เลี่ยงเมืองนนท์รถติดยาว ท้ายแถวปัดมาถึงอตก. ภาพโดย@100_10000

a13 07:25น.ถนนกาญจนาภิเษก ขาออก บนสะพานกลับรถ หน้าห้างฯแม็คโคร รถเก๋ง 2คัน ชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย รถติด

a1307:22น.ถนนพระราม2 ขาเข้า ก่อนถึงบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้าเล็กน้อย เก๋ง 2 คัน ชนกันในช่องทางด่วนช่องขวา การจราจรชะลอตัว

a1307:20น.ถนนพระราม2 ขาเข้า ก่อนขึ้นทางด่วนบางพลีสุขสวัสดิ์ เล็กน้อย รถพ่วงชนกับเก๋ง กีดขวางทางคู่ขนาน ช่องทางกลาง การจราจรชะลอตัว

a1307:17น.ถนนประชาชื่น ขาออก ก่อนถึง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เล็กน้อย รถตู้ชนกับจักรยานยนต์ มีบาดเจ็บ กีดขวางกลางถนน รถชะลอตัว มีเจ้าหน้าที่แล้ว

a1307:16น.เลี่ยงแยกเกษตร  การจราจรหนาแน่นในถนนพหลโยธินขาเข้า ท้ายแถวสะสมกรมทหารราบที่ 11  ขาออก ท้ายแถวสะสมถึงแยกรัชโยธิน

a1307:15น.อุบัติเหตุในซอยลาดพร้าว 35 มุ่งหน้าออกถ.ลาดพร้าว รถเก๋งชนเสาไฟ ไม่มีบาดเจ็บ รถชะลอตัว

CO0qFpTUYAANO2U

07:13น. สะพานใหม่-สายหยุด ทิศทางเข้า-ออก รถเยอะมาก เคลื่อนตัวช้า ภาพโดย@profirmware

a1307:05น.ถนนประชาอุทิศ ขาออก จากสวนธนบุรีรมย์ มุ่งหน้าแยกวัดทุ่งครุ ช่วงปากซอยประชาอุทิศ 67 จักรยานยนต์ชนคนข้ามถนน บาดเจ็บ 1คน รถชะลอตัว

CO0pFrWUkAAd5xl

07.12น.แยกรัชโยธินมาแยกเสนานิคม มุ่งหน้าแยกเกษตร รถมาก เคลื่อนตัวช้า ภาพโดย@diskget

CO0oenNVAAAAIkq

07.08น.แจ้งวัฒนะมุ่งหน้าแยกหลักสี่รถติด ขาเข้ารถเคลื่อนตัวปกติ ภาพโดย@‏@boegrasias

CO0k51wVEAAtpdO (1)

06.53น.ถนนวิภาวดี.ชินวัตร3.ขาเข้ารถมากเต็มพื้นที่ เคลื่อนตัวตามกันได้ช้า ๆ ภาพโดย@prapas3456

a1307:05น.ถนนประชาอุทิศ ขาออก จากสวนธนบุรีรมย์ มุ่งหน้าแยกวัดทุ่งครุ ช่วงปากซอยประชาอุทิศ 67 จักรยานยนต์ชนคนข้ามถนน บาดเจ็บ 1คน รถชะลอตัว

a1306:49น.รถเมล์ สาย108 จอดเสีย ตรงข้ามธนบุรีพลาซ่า ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า จากแยกรัชดาตลาดพลูมุ่งหน้าแยกรัชดาตัดราชพฤกษ์ กีดขวางช่องทางซ้าย

a1306:38น.ปิดการจราจรช่องคู่ขนาน ถนนพระราม 2 ขาออก ตั้งแต่แยกบางปะแก้ว เพื่อปรับผิวจราจร ระยะทางประมาณ 800 เมตร แนะเลี่ยงเส้นทาง

a1306:38น.อุบัติเหตุ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า จากแยกประชานุกูลมุ่งหน้าแยกรัชวิภา จุดเกิดเหตุบนต่างระดับรัชวิภา รถเก๋งชนกัน 2 คัน กีดขวางช่องทางขวา

a1306:30น.เลี่ยงแยกเกษตร การจราจรหนาแน่นในถนนพหลโยธิน ขาเข้า ท้ายแถวสะสมถึงสะพานบางบัว

a1306:22น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากพุทธมณฑลสาย4มุ่งหน้าพุทธมณฑลสาย3 จุดเกิดเหตุหน้าหมู่บ้านปัญจทรัพย์พาร์ค รถแท็กซีี่ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวาของช่องทางด่วน

MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100

แถลงฉ.16 ในหลวงปอดอักเสบมีไข้-ถวายพระโอสถร่วมกับกายภาพ

สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 16 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรอท ประปัปผาสะอักเสบ คณะแพทย์ฯ ถวายพระโอสถร่วมกับกายภาพ เสวยน้ำได้

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ ๑๖

ตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช และเมื่อวันที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ มีการอักเสบของพระปัปผาสะ (ปอด) ข้างขวาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย คณะแพทย์ฯ ได้ถวายออกซิเจนถวายพระโอสถปฏิชีวนะทางหลอดพระโลหิต และพระอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ดังแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ ๑๕

แถลงฉ.16 'ในหลวง'

เมื่อวานนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระปรอท (ไข้) สูงขึ้นอีก ร่วมกับมีระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในกระแสพระโลหิตลดลง ความดันพระโลหิตปรกติ พระชีพจรมีอัตราเร็วขึ้นเล็กน้อย ผลการตรวจพระโลหิตพบมีลักษณะการติดเชื้อขึ้นอีก ผลตรวจเอกซเรย์พระอุระ (อก) พบมีการอักเสบของพระปัปผาสะ (ปอด) ข้างซ้ายส่วนล่าง ผลการเพาะเชื้อจากพระเขฬะ (น้ำลาย) ของหลอดพระวาโย (หลอดลม) ด้านขวา เมื่อวันที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ พบเชื้อแบคทีเรียหลายประเภท บ่งชี้สาเหตุการอักเสบของพระปัปผาสะ (ปอด) ทั้งข้างขวาและข้างซ้าย น่าจะเกิดจากการสำลัก (Aspirated pneumonitis) คณะแพทย์ฯ ได้ปรับพระโอสถปฏิชีวนะและถวายพระกระยาหารทางหลอดพระโลหิต ถวายออกซิเจนเพื่อให้ระดับออกซิเจนในกระแสพระโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปรกติ ร่วมกับการถวายกายภาพบำบัดเพื่อช่วยขยายพระปัปผาสะ (ปอด) และขับพระเขฬะ (น้ำลาย)

ขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังคงมีพระปรอท (ไข้) ความดันพระโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปรกติ เสวยพระสุธารส (น้ำ) ได้บ้าง

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘

กฤษฎีกาตีเรื่องกลับตร.-เบี้ยวค่าปรับต่อภาษีรถได้

‘กฤษฎีกา’ ตีกลับข้อเสนอตำรวจ ยัน ‘เบี้ยวค่าปรับ’ ‘ต่อภาษีรถได้‘ ขณะ ผบช.ดันต่อข้อเสนอ เพิ่มโทษถึงคุก หากใคร ‘เบี้ยวค่าปรับ’

จากที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณาขอแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)จราจรทางบก พ.ศ.2522 เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ในการบังคับใช้กับผู้กระทำความผิดให้มากยิ่งขึ้นนั้น

วันที่ 13 ก.ย.58 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานจราจร เผยถึงความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอให้กฤษฎีกาตีความใน 8-9 ประเด็น

14-0

แต่ในประเด็นเรื่องการขอให้กรมการขนส่งทางบก อายัดการต่อภาษีประจำปีหากผู้เสียภาษีโดนใบสั่งแล้วไม่มาชำระค่าปรับนั้น ทางกรมการขนส่งทางบก เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้ และในส่วนของคณะกฤษฎีกาก็ไม่ผ่านความเห็นชอบ ทำให้ประเด็นนี้ตกไป

แต่ทั้งนี้กฤษฎีกาได้ให้ข้อแนะนำว่าการขอแก้กฎหมาย พ.ร.บ.จราจรฯ ให้ทำในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจเท่านั้น ดังนั้นทางตำรวจจึงได้กลับมาดูในรายละเอียดอีกครั้งและเตรียมเสนอใหม่อีกรอบ ในเรื่องการขอเพิ่มอัตราโทษปรับ

ในส่วนที่ 1 หากผู้กระทำผิดได้รับใบสั่งแล้ว ไม่มาชำระค่าปรับจะให้มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ซึ่งจากเดิมปรับไม่เกิน 1,000บาท และปรับขั้นต่ำ 200 บาท

ส่วนที่ 2 เมื่อครบ 60 วัน ยังไม่มาชำระค่าปรับ จะเพิ่มโทษเป็นปรับตั้งแต่ 1,000-5,000 บาท
และส่วนที่ 3 หากครบ 180 วัน ยังไม่มาชำระค่าปรับจะจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในข้อหานี้สามารถนำขึ้นศาลแขวง เพื่อให้ศาลพิจารณาโทษจำคุกได้

ดังนั้น หลังจากนี้ ทางตำรวจ จะไม่ยื่นเสนอขอแก้ไขในเรื่องอายัดภาษี ไม่ต่อทะเบียนรถ หากไม่มาชำระค่าปรับอีกแล้ว เนื่องจากข้อเสนอดังกล่าวถูกตีตกถึง 2 รอบ แต่ในส่วนการขอเพิ่มอัตราโทษปรับขณะนี้ในขั้นตอนของทาง บช.น. ได้มีการลงนามในข้อเสนอแล้ว

เพื่อเสนอต่อให้สำนักกฎหมายและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาแก้ไขและนำเสนอต่อกฤษฎีอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะผ่านความเห็นชอบได้และผ่านเข้าสู่กระบวนการให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณาต่อไป

ส่วนในการยื่นเสนอชำระค่าปรับ ผ่านเคาร์เตอร์เซอร์วิส ที่ทางตำรวจได้ยื่นเสนอให้กฤษฎีกาพิจารณานั้น ขณะนี้ได้รับความเห็นชอบจากทางกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็ต้องรอให้ สนช. มีความเห็นชอบอีกเช่นกัน ซึ่งคาดว่าภายในเร็วๆนี้ ซึ่งประชาชนจะได้รับความสะดวกขึ้นในการชำระค่าปรับ
ข้อมูล matichon

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News