หนุ่มโหด!ง้อเมียไม่สำเร็จ โมโหสาดน้ำกรดใส่หน้า

สามีโหดตามง้อภรรยาไม่สำเร็จ อุตส่าห์ลงทุนก้มกราบขอร้องยังไม่ยอมคืนดี โมโหใช้น้ำกรดสาดหน้าภรรายต่อหน้าลูกสาววัย 11 ขวบ

วันที่ 12 ก.ย. ที่วัดชังเรือง ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เกิดเหตุนายกะสิ อยู่เงิน อายุ 37 ปี ชาว จ.พิจิตร ใช้น้ำกรดสาดใบหน้านางภาวิกา (สงวนนามสกุล)อายุ 27 ปี ภรรยาตัวเองได้รับบาดเจ็บ ต่อหน้าลูกสาววัย 11 ปี

สาดน้ำกรด

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ข้างโบสถ์ของวัดสามารถจับภาพไว้ได้ หลังเกิดเหตุพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ช่วยนำตัวนางภาวิกาส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางจากอย่างเร่งด่วน ส่วนผู้ก่อเหตุถูกชาวบ้านช่วยกันรุมจับตัวได้หลังพยายามหลบหนี ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีที่ สภ.พระประแดง

เบื้องต้นนายกะสิให้การว่า ตนกับนางภาวิกาอยู่กินเป็นสามีภรรยามานานกว่า 10 ปี และมีลูกสาวด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ภรรยาและตนช่วยกันทำนาอยู่ที่ จ.พิจิตร แต่ต่อมามีปากเสียงกัน ภรรยาจึงหนีมาทำงานก่อสร้างอยู่ในวัดที่เกิดเหตุ

กระทั่งวันนี้เป็นวันเกิดลูกสาว ตนจึงชวนลูกสาวมาหาภรรยาเพื่อเซอร์ไพรส์และชวนกลับบ้านที่ จ.พิจิตร แต่เมื่อมาถึงภรรยากลับไม่ยอมกลับบ้านพร้อมกับตนและลูกสาว ตนถึงขั้นลงทุนก้มกราบวิงวอนให้ภรรยากลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้ผล แถมยังถูกภรรยาต่อว่าต่างๆนานา ตนจึงบันดาลโทสะใช้น้ำที่ผสมน้ำกรดและเกลือเข้มข้นที่ใส่ขวดมา สาดเข้าไปที่ใบหน้าของนางภาวิกา ก่อนจะหลบหนี แต่ก็ถูกชาวบ้านช่วยกันจับตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีในความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ

สำหรับนางภาวิกาถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลวัดไร่ขิง เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษาอย่างละเอียด ขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย

MThai News

4 ทุ่มคืนนี้!รื้อสะพานแยกเกษตรก่อสร้างรถไฟฟ้า

4 ทุ่มคืนนี้! รื้อสะพานข้ามแยกเกษตร  เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต, สะพานใหม่, คูคต เป็นเวลา 30 เดือน

วันที่ 12 ก.ย.58 พันตำรวจเอก เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวถึงการปิดการจราจรเพื่อรื้อสะพานข้ามแยกเกษตร ในวันนี้ (12 ก.ย.) ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต, สะพานใหม่, คูคต เป็นเวลา 30 เดือนว่า

'รื้อสะพานข้ามแยกเกษตร' ก่อสร้างรถไฟฟ้า

จากการวางแบริเออร์ในเส้นทางก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา พบว่า เริ่มส่งผลกระทบการจราจรบริเวณสะพานใหม่ ตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งเป็นจุดที่ถนนมีคอคอด ทำให้รถเคลื่อนตัวช้า จึงจัดกำลังตำรวจจาจรลงพื้นที่ดูแลไม่ให้มีรถจอดขวางและอำนวยการจราจรอย่างเต็มที่ ส่วนการทำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงและการก่อสร้างดังกล่าว บริษัทผู้ก่อสร้างได้จัดทำและติดตั้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทราบ

โดยในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. นี้ จะสำรวจอีกครั้งว่าป้ายประชาสัมพันธ์เพียงพอหรือไม่ ส่วนเรื่องการจัดสัญญานไฟจราจรบริเวณแยกเกษตรเที่ยง วันนี้ (12 ก.ย.) จะปรับระบบสัญญาณไฟให้เรียบร้อยโดย กทม.และบริษัทผู้ก่อสร้างได้ทำการปรับปรุงทดสอบแล้ว ซึ่งจะมีการใช้ระบบนับถอยหลังที่แยกเกษตร
เพื่อให้ผู้ใช้รถเตรียมออกตัวเคลื่อนรถเร็วขึ้น เมื่อถึงสัญญาณไฟเขียวเพื่อความคล่องตัวและระบายรถให้ได้มากที่สุด ส่วนการรื้อถอนสะพานข้ามแยกรัชโยธินค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. จะให้ผู้ก่อส้รางดำเนินการรื้อสะพานและสร้างอุโมงค์ทางลอดหลังจากที่ดำเนินการรื้อถอนสะพานข้ามแยกเกษตรบริหารพื้นที่ได้ดีเป็นที่เรียบร้อยก่อน

ข้อมูล INN

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

หมายจับอิซานคดีบึ้ม-ยูซุฟูยังปกปิดคนบงการ

ศาลอนุมัติออกหมายจับ “อิซาน” พัวพันคดีเหตุระเบิดราชประสงค์และสาทร แล้ว ขณะ “ประวุฒิ” เชื่อ ”ยูซุฟู” ยังปิดข้อมูลคนบงการ

พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เผยว่า ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อนุมัติหมายจับ นายอิซาน ผู้ต้องสงสัยพัวพันเหตุระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร แล้ว หลังพนักงานสอบสวน มีพยานหลักฐานการเข้าออกห้องพัก และคำให้การจากพยาน

โดยในเบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก และมีนบุรี ได้ขอให้ศาลอนุมัติหมายจับข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองและร่วมกันครอบครองยุทธภัณท์

หมายจับ 'อิซาน' คดีบึ้ม

ประวุฒิเชื่อยูซุฟูยังปิดข้อมูลสำคัญบึ้มราชประสงค์

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ ว่า คคียังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่บางข้อมูลไม่สามารถเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ทั้งหมด ส่วนการอนุมัติหมายจับ นายอิซาน ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากศาลจังหวัดมีนบุรี ข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง โดยที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุมัติให้ได้

พร้อมยืนยันว่า ตำรวจมีข้อมูลของ นายอิซาน และมั่นใจว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ แต่ยังไม่ชัดว่าทำหน้าที่ใด ซึ่งจากแนวทางการสืบสวน ยังไม่พบว่า นายอิซาน เป็นผู้บงการใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของ นายเมียไลรี ยูซุฟู ผู้ต้องหาที่มีการจับกุมตัวได้ ที่ให้การกับเจ้าหน้าที่เพียงว่า นายอิซาน เคยพักอาศัยที่เดียวกันที่อพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก

ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่า นายยูซุฟู อาจจะปกปิดข้อมูลที่สำคัญไว้ โดยเฉพาะผู้บงการใหญ่ในขบวนการนี้

อย่างไรก็ตาม โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทางการไทย ได้ขอความร่วมมือให้ สถานทูตบังกลาเทศ ช่วยตรวจสอบว่า ในช่วง 14 วัน ที่ นายอิซาน เดินทางเข้าประเทศนั้น ได้ติดต่อ หรือไปพักอาศัยอยู่กับใครหรือไม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางการสืบสวนต่อไป