น้ำใจคนไทย ! ‘ลุงเภา’ ช่วยแหม่มสาวงมแหวน ดิ่งแม่น้ำ

โลกออนไลน์แห่ชื่นชม ลุงเภา ชาวบ้าน จ. สมุทรสงคราม มีน้ำใจช่วยนักท่องเที่ยวสาว งมแหวนที่ตกลงในน้ำจนสำเร็จ

ลุงเภา,นักท่องเที่ยว,เก็บแหวน,สมุทรสงคราม,งมแหวน,น้ำใจแบบบ้านๆ,ท่องเที่ยวไทย

ในสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์เรื่องราวอันน่าประทับใจ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และ เจ้าบ้านที่ทำหน้าที่ต้อนรับผู้ที่มาเยือนได้เป็นอย่างดี โดยผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “ผอ.สิทธิชัย คุ้มอนุวงศ์” เผยแพร่เรื่องราวความน่ารักของ ‘ลุงเภา’ ชาวบ้านใน จ.สมุทรสงคราม ที่ได้มีการแชร์เรื่องราวดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2557 ที่ผ่านมา ถึงความมีน้ำใจแบบไทย ๆ ที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว แต่ขณะนี้เรื่องราวดังกล่าว ได้กลับมาเป็นประเด็นพูดคุยกันอีกครั้ง จนกระทั่งมีการแชร์โพสต์กว่า 25,000 ครั้ง

ทั้งนี้ เรื่องราวที่ระบุในคำอธิบาย เผยให้เห็นเกี่ยวกับประเด็นของน้ำใจคนไทยแบบบ้าน ๆ เมื่อนักท่องเที่ยวสาวชาวตะวันตกรายหนึ่ง เดินทางมาเที่ยวตลาดน้ำท่าคา จ.สมุทรสงคราม แต่ขณะที่เธอกำลังให้อาหารปลา แหวนเธอกำลังสวมใส่อยู่กลับหล่นลงในน้ำ และจมลง ‘ลุงเภา’ ซึ่งเป็นชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้น เห็นเหตุการณ์ก็ไม่รั้งรอที่จะกระโดดลงไปช่วยหาแหวนในทันที

ทว่า ในที่สุด ลุงเภาก็หาแหวนจนเจอ และส่งคืนให้กับนักท่องเที่ยวสาว พร้อมทั้งกล่าวว่า “แหวนวงนิดเดียว แต่มีค่ามากสำหรับเจ้าของ” พร้อมทั้งยืนยันว่า ลุงเภาไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน สาวแหม่มเห็นเช่นนั้น ได้ยกมือไหว้แบบไทย ๆ เพื่อขอบคุณน้ำใจในครั้งนี้

แม้จะเป็นน้ำใจแบบบ้าน ๆ แต่เป็นความประทับใจที่ยิ่งใหญ่ ในฐานะของการเป็นเจ้าบ้าน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยเรื่องราวของลุงเภาที่ได้มีการแชร์ออกไปนั้น หลายฝ่ายได้นำมาผูกโยงเกี่ยวกับ การใช้น้ำใจแบบไทย ๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว หลังจากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาในประเทศไทยก็เป็นได้

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ News.mthai.com

MThai News
ที่มา ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ผอ.สิทธิชัย คุ้มอนุวงศ์

ผบช.ส.ยันพบมือบึ้มซุกประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ระบุ การข่าวพบผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดเคลื่อนไหวประเทศเพื่อนบ้าน ยันตำรวจทำงานเต็มที่ 645338-03 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. เกี่ยวกับแนวทางการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายลอบวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดทั้งสองคนมีความเคลื่อนไหวอยู่แถบประเทศเพื่อนบ้านเราจริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละะเอียดได้ เพราะจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและแนวทางการสืบสวน ซึ่งตำรวจได้มีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และจัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาข่าวจริง ส่วนจะจับกุมผู้ต้องหาได้หรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบได้ แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

‘หญิงสมรสหญิง’ ประเพณีพิศดาร ไร้เสพสวาททางกาย

หญิงสมรสหญิง’ ธรรมเนียมในการครองรักเพศหญิงด้วยกัน ในประเทศแทนซาเนีย เป็นประเพณีในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดจากเพศชาย ทั้งยังสามารถมีลูกด้วยกันได้โดยการจ้างให้ผู้ชายมาทำให้ตั้งครรภ์ ?

แม้ว่าการแต่งงานในเพศเดียวกัน จะได้รับการยอมรับในบางประเทศ แต่ในบางสังคมยังคงไม่เปิดใจยอมรับในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากอาจถูกสังคมมองว่า เป็นเรื่องผิดธรรมชาติ เพราะผู้หญิงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคู่กับผู้ชายเท่านั้น

อีกมุมหนึ่งของโลก ในพื้นที่ทางภาคตะวันตกของประเทศแทนซาเนีย มีประเพณีในการส่งเสริมให้สตรีแต่งงานกันเอง ด้วยเหตุผลทางด้านการหลีกเลี่ยงความรุนแรงในครอบครัว หรือการถูกสามีทำร้ายร่างกาย

ซึ่งประเพณีดังกล่าว มีชื่อว่า ‘nyumba ntobhu’ ซึ่งหลังจากการสมรสกันแล้ว ทั้งคู่จะสามารถทำทุกอย่างไม่ต่างจากคู่สามีภรรยาหญิง-ชาย ไม่ว่าจะเป็นการนอนร่วมเตียงกัน มีกิจกรรมร่วมกัน เป็นเพื่อนคู่คิด แต่สิ่งที่แตกต่าง ที่พวกเธอไม่สามารถทำได้ดังเช่นคู่สามีภรรยาทั่วๆ ไปคือ “การมีเพศสัมพันธ์และการมีบุตรด้วยกันอย่างแท้จริง”

ผู้หญิงแต่งงานกัน,ความรุนแรงในครอบครัว,ประเพณี,แทนซาเนีย,แต่งงาน,หญิงรักหญิง

โดยจะต้องเป็นหญิงสาวที่มีอายุต่างกัน บางครั้ง วิธีการดังกล่าว อาจเป็นทางเลือกของหญิงสูงวัยที่ไม่มีลูกหลาน หรือ มีลูกหลานที่เดินทางไปอยู่กับสามีที่เมืองอื่น ไม่ให้อยู่อย่างเดียวดายในบั้นปลายชีวิต โดยการแต่งงานกับหญิงที่มีอายุน้อยกว่า เพื่อช่วยเหลือกันทำงานต่าง ๆ ภายในบ้าน และดูแลซึ่งกันและกัน

สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้น พวกเธอสามารถมีลูกด้วยกันได้ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ลูกที่เกิดจากพวกเธออย่างแท้จริง แต่ก็เป็นการเต็มใจจากทั้งสองฝ่าย ด้วยการใช้เงิน เพื่อว่าจ้างผู้ชายที่ยินดีจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีบุตรได้ โดยฝ่ายที่ถูกว่าจ้างนั้น จะต้องเซ็นยินยอม ว่าจะไม่เข้ามาแทรกแซง มีสิทธิการเป็นบิดา หรือเรียกร้องใด ๆ ในตัวเด็กที่เกิดมาในทุกกรณี ซึ่งน้อยมาก ๆ ที่จะมีพ่อบังเกิดเกล้าตัวจริง จะกลับมาเรียกร้องสิทธิในตัวเด็กหลังจากนั้น

โดยหลังจากมีลูกด้วยกันสมใจแล้ว ฝ่ายที่มีอายุมากกว่า จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนพ่อ คือการเป็นผู้ปกครอง และให้เด็กใช้นามสกุลของเธอ กระนั้นมีการรายงานถึงหญิงสูงวัย อายุ 61 ปี ที่ขนสินสอดเป็นวัว 6 ตัว  เพื่อไปสู่ขอหญิงสาววัย 25 ปี หลังจากที่ลูกสาวของเธอย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เพื่อให้เธอมีลูกให้เธออีกคน

นอกจากเหตุผลทางด้าน ความหวาดกลัวในการตกเป็นเหยื่อความรุนแรงจากเพศชายแล้ว การใช้วิธี ‘nyumba ntobhu’ ยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่เป็นหมัน และอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถมีบุตรได้ หรือแม้กระทั่ง ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เลือกแต่งงานกับผู้หญิงด้วยกัน มักจะผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว และพบกับอดีตอันเลวร้ายในชีวิตครอบครัวของผู้หญิงทั่ว ๆ ไป

ผู้หญิงแต่งงานกัน,ความรุนแรงในครอบครัว,ประเพณี,แทนซาเนีย,แต่งงาน,หญิงรักหญิง

เรื่องราวความน่าทึ่ง ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ เนื่องจากผู้หญิงสูงวัยที่ต้องการมีคู่สมรสเป็นเพศหญิงมาคอยดูแลนั้น อาจสามารถมีภรรยาเป็นผู้หญิงด้วยกันได้มากกว่า 1 คน เพื่อช่วยกันผลิตทายาทให้กับเธอได้ด้วย

ด้านนาย Fenela Mukandara รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแห่งแทนซาเนียระบุว่า ความรุนแรงทางเพศเป็นสิ่งที่พบเจอได้บ่อยครั้ง จนถึงที่ว่า ผู้หญิงคนไหนที่ตัดสินใจแต่งงานออกเรือน แบบหญิงชายตามปกติ ผู้หญิงคนนั้นคือผู้ที่ยอมรับให้ตนเอง ตกอยู่ภายใต้การกระทำอันรุนแรงของอีกฝ่ายไปโดยปริยาย ดังนั้นวิธีการสมรสระหว่างสตรีด้วยกัน ซึ่งเป็นวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงพบเห็นได้เป็นปกติในสังคม

ถึงแม้ว่าวิธีดังกล่าว จะเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาของสตรีในประเทศแทนซาเนีย แต่กระนั้นหญิงสาวที่สมรสด้วยวิธี ‘nyumba ntobhu’ ฝ่ายที่มีอายุน้อยกว่าบางส่วน ให้ความเห็นว่า ประเพณี ‘nyumba ntobhu’ ไม่ได้สร้างความสุขให้กับเธออย่างแท้จริง มันเป็นเหมือนการหนีปัญหาเก่ามาเจอปัญหาใหม่ เหมือน ‘หนีเสือ ปะจระเข้’ เนื่องจากในแต่ละวัน เธอต้องทำงานอยู่ในไร่เพื่อเลี้ยงวัวให้กับคู่สมรสที่มีอายุมากกว่าของเธอ ทั้งยังต้องทำงานทุกอย่างภายในบ้าน ไม่ต่างจากการเป็นเมียทาส ก็ว่าได้

ดังนั้น ‘nyumba ntobhu’ อาจไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด สำหรับสตรีในการหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่เกิดจากเพศชาย แต่คล้ายว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาจากปลายเหตุมากกว่า ซึ่งปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เป็นปัญหาที่ผู้หญิงในหลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบ และยากที่จะแก้ไข ส่วนในประเทศไทย ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวถือเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอกว่าผู้ชาย ย่อมสมควรได้รับการปฏิบัติอย่างดี ไม่ใช่การตกอยู่ในขุมนรกและเป็นเหยื่อทางอารมณ์อย่างไม่ยุติธรรม

ผู้หญิงแต่งงานกัน,ความรุนแรงในครอบครัว,ประเพณี,แทนซาเนีย,แต่งงาน,หญิงรักหญิง

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News