ชูชาติเหน็บยิ่งลักษณ์ ถ่วงเวลาคดีจำนำข้าว

อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว “Chuchart Srisaeng” เหน็บ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ถ่วงเวลาคดีจำนำข้าว เพื่อให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรม

วันที่ 29 ก.ย. 58 นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว “Chuchart Srisaeng” ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องอัยการสูงสุดและพวกในฐานความผิดร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 157 และมาตรา 200 หลังอัยการสูงสุดมีมติยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ข้อความว่า

…..วันนี้ที่ 29 กันยายน 2558 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นโจทก์ ฟ้องอัยการสูงสุด กับพวก เป็นจำเลย ต่อศาลอาญา ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 200

…..กรณีดังกล่าวคณะที่ปรึกษากฎหมายของนางสาวยิ่งลักษณ์ น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผลของคดีจะเป็นอย่างไร แต่อาจเป็นไปได้ที่จะนำเรื่องนี้ไปเป็นข้ออ้างต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้เลื่อนการพิจารณาคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ถูกฟ้องเป็นจำเลยออกไปเพื่อรอฟังผลในคดีนี้ก่อนอันเป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า

…..ถ้าคดีนี้ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์และผู้สนับสนุนก็จะได้ออกมาโวยวายว่า ศาลสองมาตรฐานดังที่เคยกระทำกันตลอดมา เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเกิดความสับสนและขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรม

…..ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้ได้รับค่าจ้างจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ในการดำเนินการฟ้องคดีนี้

…..ผู้ที่ได้รับความเสียหายที่สุดก็คือนางสาวยิ่งลักษณ์เอง เพราะการฟ้องคดีอาญานั้นโจทก์ต้องลงชื่อในคำฟ้องด้วยตนเอง ดังนั้นนอกจากต้องเสียเงินค่าจ้างให้ฟ้องคดีแล้ว ยังอาจถูกฟ้องในข้อหา เอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี อีกด้วย

ชูชาติ

เฟสบุ๊ค”Chuchart Srisaeng”

ขอบคุณข้อมูล/ภาพจาก Yingluck Shinawatra, Chuchart Srisaeng

เวทียูเอ็นระอุ! ผู้นำมหาอำนาจเสียงแตกปมซีเรีย

เวที“สหประชาชาติ”ชี้ชัดผู้นำโลกยังเสียงแตกกรณี“ซีเรีย”

เพจ บีบีซีไทย ได้รายงานถึงความเห็นของบรรดาผู้นำประเทศมหาอำนาจเกี่ยวกับวิกฤตการณ์สงครามซีเรีย ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 70 ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

โดยบรรดาผู้นำประเทศมหาอำนาจ ยังคงมีความเห็นไม่ลงรอยกันในกรณีดังกล่าว ไม่ว่าจะสนับสนุนให้ประธานาธิบดีซีเรียทำหน้าที่ต่อไป และให้ลาออกพ้นจากตำแหน่งแม้จะได้รับเลือกตั้งมาก็ตาม

สงครามซีเรีย, สหประชาชาติ, ยูเอ็น

“เมื่อวานนี้บรรดาผู้นำโลกหลายคนกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าส่วนใหญ่ยังเห็นไม่ลงรอยกันในการจัดการกับสงครามในซีเรีย ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 2 แสนชีวิต และทำให้คนอีกราว 4 ล้านคน ต้องอพยพลี้ภัยออกจากประเทศ

สหรัฐกับฝรั่งเศสยืนกรานว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด จะต้องพ้นทางไป แต่รัสเซียประกาศว่าการไม่จับมือกับประธานาธิบดีอัสซาดจัดการกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ถือเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญ

อย่างไรก็ดีทั้งสหรัฐและรัสเซียต่างแย้มว่าพร้อมจะประนีประนอม นายบารัค โอบามา บอกว่าพร้อมร่วมมือกับชาติใดก็ได้ เพราะการรอมชอมกันของผู้นำโลกจะเป็นหนทางยุติความขัดแย้งในซีเรีย ด้านนายวลาดิเมียร์ ปูติน เรียกร้องให้ร่วมมือกันในวงกว้างเพื่อจัดการกับกลุ่มไอเอส ให้เสมือนคราวที่นานาชาติร่วมกันต่อสู้กับนาซีเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐและรัสเซียต่างมีจุดยืนแตกต่างกันกรณีซีเรีย สหรัฐนั้นไม่ต้องการเห็นนายอัสซาดดำรงตำแหน่งต่อ ขณะที่รัสเซียเป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์ กับทั้งเพิ่งให้การสนับสนุนทางทหารกับซีเรีย ส่วนผู้นำตะวันตกหลายคนเริ่มผ่อนคลายจุดยืนที่มีต่อประธานาธิบดีซีเรียลง และยอมรับว่านายอัสซาดอาจยังคงอยู่ในตำแหน่งในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

ด้านประธานาธิบดีฮอสนี รูฮานี ของอิหร่าน ประเทศซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของซีเรีย กล่าวว่าอิหร่านพร้อมแผ้วทางไปสู่ประชาธิปไตยในซีเรีย ส่วนประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่าแม้ฝรั่งเศสจะพร้อมร่วมมือกับทั้งอิหร่านและรัสเซีย แต่เขาก็พร้อมจะอธิบายให้ทั้งสองชาติรับรู้ว่า “หนทางที่นำไปสู่การแก้ปัญหาไม่ได้ทอดผ่านนายบาชาร์ อัล อัสซาด”

ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก บีบีซีไทย – BBC Thai

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เมียกุเรื่อง! ถูกโจรขึ้นบ้านจับมัดมือเท้า อ้างอยากให้ผัวสนใจ

สาววัย 18 ปี แจ้งความถูกขโมยขึ้นบ้านจับมัดมือมัดเท้า ตำรวจสอบสวนที่แท้กุเรื่อง อยากเรียกร้องความสนใจของสามี

วันนี้ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงคืนวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุโจรเข้าไปซุ่มในห้องพระ ก่อนกระโจนออกมาล็อกคอสาววัย 18 ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้าน กับลูกวัย 3 ขวบ และกระชากลงมาในครัว พร้อมกับใช้ผ้ามัดมือมัดเท้า แถมยังใช้มือตบหน้าผู้เสียหายหลายที และใช้มีดข่มขู่เอาชีวิตหากส่งเสียงร้อง

เมียกุเรื่อง

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าวพบว่าไม่มีร่องรอยการถูกงัดแงะแต่อย่างใด แถมประตูและหน้าต่างยังมีเหล็กดัดรอบตัวบ้าน ซึ่งเป็นการยากที่โจรจะเข้าไปแอบในห้องพระชั้น 2 ตามคำให้การของผู้เสียหายใด

จากการสอบสวน น.ส.เอ (นามสมมติ) พร้อมสามี ซึ่ง น.ส.เอ ให้การวกไปวนมามีพิรุธ และขัดกับพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ กระทั้ง น.ส.เอ ยอมปริปากออกมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการกุขึ้นมาเอง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากสามี

ทางด้านสามีของ น.ส.เอ เผยว่า ภรรยามีอาการเครียด ซึ่งอาจจะกระทำโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างไรเบื้องต้นก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้นัด น.ส.เอ มาสอบปากคำอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ย. นี้ เพื่อทำสำนวนส่งฟ้องข้อหาแจ้งความเท็จต่อไป

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News