สาวใหญ่เครียดแฟนตีจาก ยิงตัวเองดับหน้าบ้าน

สาวใหญ่เครียดเสี่ยรับเหมาตีตัวออกห่าง หลังภรรยาหลวงจับได้แอบมีสัมพันธ์ ขับเก๋งจอดหน้าบ้านฝ่ายชายย่าน จ.นนทบุรี จ่อยิงตัวเองดับคารถ 

วันที่ 11 ก.ย. ตำรวจสภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในรถยนต์ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่าน อ.บางกรวย จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเเพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

S__12517384

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์เทา จอดดับเครื่องอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ภายในรถยนต์ที่เบาะนั่งคนขับ พบศพ น.ส.อารยา (สงวนนามสกุล)อายุ 48 ปี มีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.22 ที่ขมับซ้ายกระสุนฝังใน 1 นัด ข้างประตูฝั่งที่นั่งคนขับมีรอยกระสุน 1 นัด และพบอาวุธปืนขนาด .22 ยี่ห้อ รีวอเทอร์แบบแมกกาซีน ตกอยู่ที่ตักซ้ายของผู้เสียชีวิต

ส่วนที่เบาะนั่งข้างคนขับพบรูปถ่ายเวดดิ้งของผู้ตายกับแฟนใส่กรอบขนาดใหญ่วางไว้ 2 รูปและยังพบเอกสารรถยนต์ที่ผู้ตายได้ระบุมอบรถให้กับพี่ชาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายจำลอง (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวให้การว่า ตนได้คบหากับผู้เสียชีวิตมานานกว่า 10 ปี แต่ต่อมาภรรยาหลวงทราบเรื่องว่าตนกับผู้ตายมีความสัมพันธ์กัน ทำให้ตนห่างเหินและพยายามที่จะเลิกติดต่อกับผู้ตาย จนกระทั่งวันนี้ตนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จึงได้มาดูหน้าบ้านและพบว่าผู้ตายยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจจะเกิดความเครียดที่ถูกนายจำลอง ตีตัวออกห่าง จึงขับรถมาเคลียร์ปัญหาที่หน้าบ้านฝ่ายชาย แต่เนื่องจากเคลียร์ไม่ลงตัวจึงตัดสินใจยิงตัวตายที่หน้าบ้าน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบคราบเขม่าดินปืนและพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจะนำศพส่งไปตรวจสอบที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตรต่อไป

MThai News

ถนน7เส้นรถติดหนัก สาทรนำโด่ง1ชม.วิ่งได้5กม.

กทม.เปิดเผย 7 เส้นทางถนนเมืองหลวงที่รถติดหนักสุด ในปี 58  ถนนสาทร นำโด่ง ความเร็วรถใน 1 ชั่วโมง วิ่งได้แค่ 5.03 กม.

วันนี้ (11 ก.ย. 58) นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจปัญหาการจราจรปี 58 ในเส้นทางถนนสายหลักของพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ย่านใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจ 7 เส้นทาง พบว่า พื้นที่ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมีปริมาณรถยนต์ใช้งานมากที่สุดคือ

1.ถนนสาทร มีปริมาณรถใช้งาน 4,380 คันต่อชม. โดยในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า ความเร็วรถจะใช้ได้ 13.45 กม.ต่อชม. ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ความเร็วรถจะใช้ได้ 5.03 กม.ต่อชม.

2.ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มีรถผ่าน 3,982 คันต่อชม. ช่วงเร่งด่วนเช้า ความเร็วรถจะใช้ได้ 12.82 กม.ต่อชม. ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ความเร็วรถจะใช้ได้ 13.76 กม.ต่อชม.

3.ถนนสุรศักดิ์ มีปริมาณรถใช้งาน 4,380 คันต่อชม. ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า ความเร็วรถจะใช้ได้ 7.93 กม.ต่อชม. ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ความเร็วรถจะใช้ได้ 11.83กม.ต่อชม.

4.ถนนพญาไท มีปริมาณรถใช้งาน 2,729 คันต่อชม. ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า ความเร็วรถจะใช้ได้ 9.13 กม.ต่อชม. ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ความเร็วรถจะใช้ได้ 6.28 กม.ต่อชม.

5.ถนนสีลม มีปริมาณรถใช้งาน 2,468 คันต่อชม. ช่วงเร่งด่วนเช้า ความเร็วรถจะใช้ได้ 9.52 กม.ต่อชม. ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ความเร็วรถจะใช้ได้ 9.43 กม.ต่อชม.

6.ถนนราชดำริ มีปริมาณรถใช้งาน 2,226 คันต่อชม. ช่วงเร่งด่วนเช้า ความเร็วรถจะใช้ได้ 9.34 กม.ต่อชม. ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ความเร็วรถจะใช้ได้ 5.03 กม.ต่อชม.

7.ถนนพิษณุโลก มีปริมาณรถใช้งาน 896 คันต่อชม. ช่วงเร่งด่วนเช้า ความเร็วรถจะใช้ได้ 15.54 กม.ต่อชม. ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ความเร็วรถจะใช้ได้ 13.56 กม.ต่อชม.

เนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัด กทม.จึงได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และหันมาเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ หรือรถจักรยาน ซึ่งปัจจุบันได้ปรับปรุงทางเท้า แบ่งช่องจราจร ทำเป็นเส้นทางจักรยานไปแล้ว ระยะทางรวม 232 กม.

ทั้งนี้ กทม.ได้ประสานทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อหาแนวทางการจัดทำเส้นทางร่วมระหว่างรถส่วนบุคคลและจักรยาน เพื่อให้รถทุกชนิด สามารถใช้ท้องถนนได้อย่างเท่าเทียม

เบื้องต้น ต้องมีการขยายช่องจราจรช่องซ้ายสุดของถนน ให้มีขนาดใหญ่กว่าช่องจราจรอื่นๆ และออกกฎหมายจำกัดความเร็วของรถที่ใช้ช่องจราจรดังกล่าวให้อยู่ที่ไม่เกิน 30 กม.ต่อชม. เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง โดยเฉพาะจักรยาน  ซึ่ง กทม.ต้องหารือถึงเส้นทางนำร่องกับทางบช.น.อีกครั้ง ก่อนจะเริ่มดำเนินต่อไป
ขอบคุณข้อมูล dailynews

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ฮือฮา ! พบมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ ‘โฮโม นาเลดิ’

นักวิทยาศาสตร์ เผย  พบซากฟอสซิลที่มีอายุหลายล้านปี มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า ‘โฮโม นาเลดิ’ ในประเทศแอฟริกาใต้

วานนี้ (10 ก.ย.) เว็บไซต์สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า ‘โฮโม นาเลดิ’ จากการตรวจพิสูจน์โครงกระดูก ภายในถ้ำของประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นโครงกระดูกของมนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์ ช่วงก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีความเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน เพราะมีลักษณะทางกายภาพหลายประการที่มีความใกล้เคียงกัน

cats

จากการสำรวจ พบซากฟอสซิล เป็นโครงกระดูกราว 1500 ชิ้น และน่าจะเป็นโครงกระดูกของมนุษย์อย่างน้อย 15 คน โดยลักษณะของโครงกระดูกเหล่านี้ มีความแตกต่างจากโครงกระดูกของมนุษย์ในปัจจุบัน เนื่องจากมีลักษณะคล้ายการผสมผสานระหว่าง สิ่งมีชีวิตในยุคโบราณ (ancient ape) ที่มีลักษณะคล้ายลิง และ มนุษย์ในยุคปัจจุบัน

ลักษณะทางกายภาพ แสดงให้เห็นว่า ‘โฮโม นาเลดิ’ มีสมองขนาดเล็ก ซึ่งมีขนาดเท่ากับสมองของ ‘กอลิลา’ ส่วนกะโหลกศีรษะ มีขนาดเล็กเพียง 1 ใน 3 ของศีรษะมนุษย์ในยุคปัจจุบัน มีฟันขนาดเล็ก ลักษณะทรวงอกมีความคล้ายคลึงกับลิง เท้าถูกสร้างให้เดินในลักษณะตรง นิ้วมือโค้ง และน่าจะสามารถใช้ปีนป่ายต้นไม้ได้เป็นอย่างดี กระนั้นส่วนเท้า มีลักษณะคล้ายกับเท้าของมนุษย์อย่างไม่น่าเชื่อ ว่ากันว่าพวกเขามีส่วนสูงราว 5 ฟุต

คำว่า นาเลดิ หมายถึง ‘ดาว’  ในภาษา Sesotho ซึ่งเป็นภาษาทางราชการของประเทศแอฟริกาใต้ มีการประมาณการณ์ว่า โฮโม นาเลดิ เป็นมนุษย์ที่เคยมีชีวิตในช่วง 1,500,000-2,800,000  ปีที่ผ่านมา ซึ่งบางแหล่งข่าวได้ระบุอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญว่า ‘โฮโม นาเลดิ’มีความเก่าแก่น้อยกว่านั้น  เนื่องจากลักษณะของมือ เท้า ข้อต่อ รวมถึงสะโพก น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตในระยะเวลาราว ๆ 35,000 เท่านั้น

ส่วนทางด้าน ‘จอห์น ฮอกส์’ นักวิจัยในทีมที่ได้ลงพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ว่า  ‘โฮโม นาเลดิ’  เป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นวิวัฒนาการมาถึงมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงอย่างหนึ่งในการพิสูจน์จากหลักฐานที่ค้นพบ ระบุว่า มีการฝังซากเหล่านี้ไว้ภายในถ้ำโดยเจตนา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจพบได้ในมนุษย์สายพันธุ์ hominin หรือมนุษย์ลิงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีการค้นพบก่อนหน้านี้ ประกอบกับหลักฐานทางด้านกายภาพ ที่ระบุไว้ข้างต้นว่า ‘โฮโม นาเลดิ’มีขนาดของสมองเล็กกว่ามนุษย์มาก แต่กลับมีพฤติกรรมบางอย่าง ที่ซับซ้อน และน่าสนใจ หรือสัญลักษณ์ในการดำเนินการต่อผู้ที่เสียชีวิตคล้ายคลึงกับมนุษย์

มนุษย์สายพันธุ์ฺใหม่,โฮโม นาเลดิ,นักวิทยาศาสตร์,สายพันธุ์ใหม่,แอฟริกาใต้

มนุษย์สายพันธุ์ฺใหม่,โฮโม นาเลดิ,นักวิทยาศาสตร์,สายพันธุ์ใหม่,แอฟริกาใต้

มนุษย์สายพันธุ์ฺใหม่,โฮโม นาเลดิ,นักวิทยาศาสตร์,สายพันธุ์ใหม่,แอฟริกาใต้

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา CNN