คสช. แถลงต่อเนื่องคืบหน้าระเบิดราชประสงค์

คสช. แถลง ผู้ต้องหาระเบิด ‘ระเบิดราชประสงค์‘ ให้การเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

วันที่ 7 ก.ย.58 (เวลา 12.00 น.) พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช.แถลงโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงความคืบหน้าการผลการสอบสวนเหตุระเบิดราชประสงค์-ท่าน้ำสาธรว่า

โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ได้ส่งตัว นาย อาเดม คาราดัก ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่พูลอนันต์ อพาร์ทเมนท์ เขตหนองจอก ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยศาลจังหวัดมีนบุรีได้อนุมัติให้ฝากขัง นาย อาเดม คาราดัก ผลัดแรกเป็นเวลา 12วัน

คสช.แถลง 'ผู้ต้องหาระเบิด'

ส่วน นายยูซุฟู ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อครบกำหนดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จะได้มีการส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขยายผลการสอบสวน ในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนึ้ จากการสอบสวนนายอาเดม และนายยูซุฟู รวมทั้งพยานบุคคลอื่นๆ อีกหลายราย เริ่มให้การที่เป็นประโยชน์ ในการเชื่อมโยงไปสู่เครือข่ายกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ซึ่งผลการสืบสวนดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงรายละเอียดบางส่วนให้รับทราบตามความจำเป็นต่อไป

สำหรับการปฏิบัติงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในการรักษาความปลอดภัยและดูแลนักท่องเที่ยว พบว่า สถานการณ์โดยทั่วไปกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และสถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ยังเดินทางมาท่องเที่ยวตามแผนการเดินทางที่ได้จองไว้ล่วงหน้า

ส่วนการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จนถึงปัจจุบัน รวมการจ่ายเงินช่วยเหลือจากส่วนราชการ มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน ๑๐,๗๘๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ ๑๑ แห่ง รวม ๒๓ คน

ที่มา armypr_news ‏

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>>

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

นักกฎหมายจี้เอาผิด ‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 ‘ถอดยศทักษิณ’

‘ไพบูลย์’ ยัน ไร้ใบสั่ง คสช. ลงมติคว่ำ ร่างรธน. ไม่ห่วงวุ่น ‘ถอดยศทักษิณ’ ย้ำ แจงครบถ้วนแล้ว ด้าน นักกฎหมาย จี้ เอาผิด ‘ประยุทธ์’ ใช้ ม.44 ถอดยศ ชี้ ไม่บังควร

วันที่ 7 ก.ย.58 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยถึง สปช. ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนเคารพในการตัดสินใจและแนวคิดของ สปช. ขั้นตอนต่อไปเป็นการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนสภาปฏิรูปประเทศ และตั้ง กมธ.ยกร่างชุดใหม่ 21 คน เพื่อร่าง รธน.ใหม่ และจะต้องมีการแต่งตั้ง กมธ.ชุดใหม่ ภายใน 30 วัน ยืนยัน ไม่มีใบสั่งจาก คสช. ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

ถอดยศทักษิณ Thaksin Shinawatra, former prime minister of Thailand, speaks during a news conference at the Foreign Correspondents' Club of Japan (FCCJ) in Tokyo, Japan, on Tuesday, Aug. 23, 2011. The exiled Thai leader said he doesn't have plans to return home immediately and that he would only do so once rifts within the country had been healed. Photographer: Haruyoshi Yamaguchi/Bloomberg via Getty Images

พร้อมทั้งไม่กังวลเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น หรือการออกมาเคลื่อนไหวต่าง ๆ จากกรณีการถอดยศ พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจาก ทุกอย่าง คสช. ได้มีการชี้แจงครบถ้วนหมดแล้ว

ด้าน นายธนเดช พ่วงพูล ทนายความ บริษัท ไลท์เฮาส์ ลอว์เยอร์ เซอร์วิส จำกัด เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

ในความผิดตามมาตรา 112 ประกอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 28 กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 26/2558 เรื่อง การดำเนินการถอดยศ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจาก ยศตำรวจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547

ซึ่งตามมาตรา 28 บัญญัติว่า การถอดยศหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างคำสั่งตาม มาตรา 44 จึงถือเป็นกระทำที่ไม่บังควร พร้อมยืนยัน ไม่ได้รับการว่าจ้างจาก นายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี และไม่เคยมีการติดต่อพูดคุยแต่อย่างใด

ข้อมูล INN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>>

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ร้องช่วยนักวิชาการ ถูกกักตัวสุวรรณภูมิ 4 วัน

ร้องช่วยนักวิชาการอังกฤษ หลังถูกกักตัวสุวรรณภูมินาน 4 วัน เหตุถูกอดีตผอ.สนง.นวัตกรรมฯ แจ้งขึ้นบัญชีดำปี 52 หลังตกเป็นคู่กรณีฟ้องร้องกันเมื่อ 9 ปีที่แล้ว

วันนี้ (7 ก.ย. 58) ในเพจเฟซบุ๊กข่าวบีบีซี ได้มีการรายงานข่าวจากโจนาธาน เฮด ที่ได้เปิดเผยว่านายเวน เอลลิส ที่ปรึกษาด้านการเกษตรจากอังกฤษ ผู้ซึ่งทำงานร่วมกับสหประชาชาติในเรื่องการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ถูกเจ้าหน้าที่สนามบินกักตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ และขณะนี้ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวเป็นเวลาถึง 4 วันแล้ว

บัญชีดำ, นักวิชาการอังกฤษ, เวน เอลลิส, ศุภชัย หล่อโลหการ

เวน เอลลิส

โดยการจับกุมดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการที่เขาถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศเมื่อปี 2552 จากกรณีที่อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ นายศุภชัย หล่อโลหการ ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอให้ขึ้นบัญชีดำนายเวน เอลลิส เนื่องจากเขาและนายเวน เอลลิส เป็นคู่ความในคดีเรื่องทางทรัพย์สินทางปัญญา

ภายหลังนายเวน เอลลิส จับได้ว่า นายศุภชัย ได้มีการลอกงานวิจัยของเขาไปเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยไม่รับงานวิทยานิพนธ์ชิ้นนั้น แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จนกระทั่งนายศุภชัยจบการศึกษา และได้มีการฟ้องร้องเอาผิดกับนายเอลลิสด้วยข้อหาต่างๆ 9 ข้อรวมไปถึงการหมิ่นประมาททางอาญาในเวลาต่อมา ก่อนที่ศาลจะตัดสินให้นายเวน เอลลิส ชนะ 7 ใน 9 คดี และทางมหาวิทยาลัยได้ตัดสินถอนปริญญานายศุภชัย เมื่อเดือน มิ.ย. 2555 เนื่องจากเห็นว่ามีความผิดฐานลอกงานของนายเอลลิส

อย่างไรก็ตามแม้ว่า สำนักงานนวตกรรมแห่งชาติได้ส่งจดหมายถอนเรื่องไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็ยังคงกักตัวเขาอยู่ โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการต้องส่งเรื่องไปยกเลิกที่กระทรวงมหาดไทย

ซึ่งจะต้องใช้เวลาราว 7 วัน แม้ว่าทางสำนักนวัตกรรมแห่งชาติขอเพิกถอนหนังสือเรื่องการขึ้นบัญชีดำ และระบุว่าเขาไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงก็ตาม ด้วยความเป็นธรรมจึงนำเสนอข่าวสารให้ปรากฏดังกล่าว

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข้อมูลข่าว/ภาพจาก @บีบีซีไทย – BBC Thai