บล็อกเกอร์ตะวันออกกลาง โปรโมทเที่ยวไทย

ททท. ร่วมกับเอทิฮัด จัดโครงการ “7 Bloggers, 7 Days, 7 Destinations in Amazing Thailand”นำบล็อกเกอร์ตะวันออกกลางโปรโมทท่องเที่ยวไทย กระตุ้นรายได้ไตรมาส 4

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สายการบินเอทิฮัด จัดโครงการ “7 Bloggers, 7 Days, 7 Destinations in Amazing Thailand” โดยได้นำบล็อกเกอร์ซึ่งเป็นสตรีที่มีชื่อเสียง จากตะวันออกกลาง 7 คน มาท่องเที่ยวประเทศไทย ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 7 กันยายน 2558 เพื่อนำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์ผ่านสื่อออนไลน์ กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 4

IMG_4168

นาย เฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานดูไบ และตะวันออกกลาง กล่าวว่า โครงการ “7 Bloggers, 7 Days, 7 Destinations in Amazing Thailand” จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ ททท. และสายการบินเอทิฮัด ซึ่งเป็นสายการบินที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย ในกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง อายุ 21 – 35 ปี

โดยระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 7 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ททท. ได้นำบล็อกเกอร์ซึ่งเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงชาวตะวันออกกลาง 7 คน คือ Aiisha Ramadan, Najla Kaddour, Sheida Babareza,
Laura Baruda, Teresa Irena Karpinska, Karen Mclean และ Shereen Mitwalli เดินทางมาท่องเที่ยวสัมผัสความเป็นไทย ใน 7 เส้นทางที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ได้แก่ เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย-กรุงเทพฯ เส้นทางกระบี่-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต เส้นทางกรุงเทพฯ-เกาะสมุย-เกาะพะงัน เส้นทางจันทบุรี-ตราด-กรุงเทพฯ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม-ราชบุรี เส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง-กระบี่

เพื่อนำความประทับใจไปถ่ายทอดลงบนโลกออนไลน์ ให้นักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางได้สัมผัสความสวยงามของการท่องเที่ยววีถีไทยในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้ สำหรับเดือนมกราคม – มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย 286,581 คน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 18,307 พันล้านบาท โดย ททท. เชื่อมั่นว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวตลาดตะวันออกกลางกลับคืนมา พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวช่วงหลังเทศกาล Eid Al-Adha (22 – 23 กันยายน 2558) และไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ได้เป็นอย่างดี

เด้งตร.กินฟรีออกราชการ-ร้านชี้แค่เข้าใจผิด?

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 สั่งให้ “พ.ต.ท.” สภ.คง ออกจากราชการไว้ก่อน หลังก่อเหตุเบ่งกินฟรี และทำร้ายร่างกายพนักงานเจ็บสาหัส 

วันที่ 7 ก.ย. ความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.ปราการ กอปรสิริพัฒน์ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.คง จ.นครราชสีมา พร้อมเพื่อนอีก 2 คน ที่เข้าไปเบ่งกินฟรีในร้านอาหารริมถนนช้างเผือก อ.เมืองนครราชสีมาติดต่อกัน 3 วัน และยังทำร้ายร่างกายพนักงานในร้านจนดั้งจมูกหัก

1

ซึ่งเรื่องนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน

พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่าได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และสั่งให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด ทั้งทางวินัย และทางอาญา เนื่องจากมีการทำร้ายร่างกาย พนักงานในร้านจนบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ตำรวจเสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับตำรวจในพื้นที่อีกต่อไป

ขณะที่ล่าสุด น้องชายเจ้าของร้านโพสต์เฟซบุ๊กใน กลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง ใช้ชื่อว่า วรชิต แพงไพรี อ้างว่าเป็นเจ้าของร้านที่เกิดเหตุ และได้โพสต์ข้อความระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด เนื่องจากตนเป็นคนบอกให้นายตำรวจคนดังกล่าวไม่ต้องจ่ายเงินค่าอาหาร แต่ตนไม่ได้บอกเด็กภายในร้าน เด็กภายในร้านจึงไปทวงเงินค่าอาหาร และไปบอกพี่ชายของตน จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์ ข้อมูลเพิ่มเติมจาก เรื่องเล่าเช้านี้

MThai News

เตือน! แอปแต่งหน้าฮิต ถูกอัพโหลดภาพ ก่อนแต่งไปจีน

เตือน! แอปแต่งหน้าฮิต ถูกอัพโหลดภาพก่อนแต่งไปจีน 

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการฮิตแอปพลิเคชั่นแต่งภาพใบหน้าให้เหมือนตัวละครในละครกำลังภายในของประเทศจีน โดยแอปพลิเคชั่นดังกล่าวมีชื่อว่า MakeupPlus กลายเป็นกระแสเล่นแต่งภาพไปอย่างกว้างขวาง

10462637_1145115482169427_2135788335002504326_n

ล่าสุดที่เฟซบุ๊คชื่อว่า Sittiphol Phanvilai หรือ คุณ สิทธิพล พรรณวิไล นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ได้โพสต์ข้อความเผยว่า ตนได้ทำการตรวจสอบแอปพลิเคชั่น MakeupPlus เพื่อดูว่าแอป ดังกล่าวมีการล้วงข้อมูลส่วนตัวหรือไม่แต่จากการไล่ดูโค้ดพบว่าแอปพลิเคชั่นมีความปลอดภัย

แต่ทั้งนี้กลับพบว่า ทันทีที่แต่งภาพเสร็จจะอัพโหลดรูปขึ้นเว็บ http://qiniu.com/ ซึ่งเป็น Cloud Storage ของจีนทันที โดยจะอัพโหลดภาพ “ก่อนแต่ง” ขึ้นไปนะ ซึ่งตนอยากจะบอกขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะ “ทุกรูปที่คุณแต่งถูกคนจีนเอาไปเรียบร้อยแล้ว” โดยสิ่งที่น่ากลัวของแอปนี้ไม่ใช่เรื่อง Permission แต่เป็นเรื่องความน่าไว้ใจของนักพัฒนา ใช้ Permission ธรรมดาๆ

ที่มา  Sittiphol Phanvilai

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News