นายกฯ แจง “UN” ไทยพร้อมร่วมสร้างสันติภาพ

นายกรัฐมนตรี แจงเวที UN ไทยร่วมมืออาเซียน ขับเคลื่อนแผนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าส่งเสริมความเท่าเทียม ลั่นพร้อมร่วมมือสร้างสันติภาพโลก 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UN) ครั้งที่ 70 ว่าด้วยเส้นทางสู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การส่งเสริมความเท่าเทียมในบริบทสุขภาพโลกและความมั่นคงของมนุษย์ในช่วงการพัฒนาภายหลังปี ค.ศ. 2015 ว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, ยูเอ็น

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

การลงทุนในสุขภาพคือ การลงทุนเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนและเพื่อความมั่นคงของสังคม ประเทศไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีของประชาชน สอดคล้องตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เพราะประชาชนที่มีสุขภาพดีจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ตามความจำเป็น และไม่ล้มละลายจากการเจ็บป่วยและค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาแพง โดยคำนึงถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ ประเทศไทย ได้บรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น โดยพบว่า 12 ปีที่ผ่านมา สามารถป้องกันไม่ให้เกิดความยากจน เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมากกว่า 1 แสนครัวเรือน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้การคุ้มครองทางสังคมและกฎหมายกับแรงงานต่างด้าวด้วย ตลอดจนย้ำว่า ประเทศไทยเชื่อในความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศ และจะอาศัยจุดแข็งของระบบสุขภาพไทย สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนาบุคลากรสุขภาพ รองรับการเป็นประชาคมอาเซียน

รวมทั้งร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี จัดตั้งเครือข่ายความร่วมมืออาเซียนบวกสามด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยประเทศไทย จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ในภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสนับสนุนเครือข่ายสุขภาพโลก

เพื่อให้บรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อันเป้าหมายหนึ่งที่จะนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยยังได้กล่าวต่ออีกว่า ประเทศไทย ขอชื่นชมประเทศสมาชิกหลายประเทศทั่วโลกที่ได้ให้คำมั่นในวันนี้ ที่จะให้การสนับสนุนปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ

ไทยภูมิใจที่ได้สนับสนุนปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในพื้นที่ต่างๆ ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงต้องพิจารณาทบทวนอย่างรอบด้าน เพื่อที่จะรับมือกับปัญหาท้าทายใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ประเทศไทยเชื่อมั่นว่า ภารกิจรักษาสันติภาพจะต้องมีความเข้มแข็งขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาท้าทายใหม่ๆ และจะต้องตระหนัก ว่า การป้องกันความขัดแย้ง การรักษาสันติภาพ การเสริมสร้างสันติภาพ และการพัฒนา มีความเชื่อมโยงกัน และทั้งหมดเป็นรากฐานสำหรับสันติภาพอย่างยั่งยืน

สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ เมื่อประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดี และมีสิทธิทางการเมืองและสังคม และยังต้องส่งเสริมและรักษาสิทธิของสตรีและเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งด้วย

ไทยขอยืนยันจะส่งนายทหารฝ่ายเสนาธิการ และหน่วยทหารด้านการพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนและด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง เข้าร่วมในปฏิบัติการสันติภาพของสหประชาชาติในอนาคตตามที่ได้รับการร้องขอ

และไทยพร้อมที่จะร่วมมือเพิ่มเติมกับสหประชาชาติ และประเทศอื่นๆ เพื่อจัดการอบรมเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพโดยใช้ประโยชน์จากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กองบัญชาการกองทัพไทย และขอบคุณ ประธานาธิบดี โอบามา อีกครั้งที่ได้ริเริ่มการประชุมที่สำคัญครั้งนี้

ไม่เข็ด! โจรเหิมบุกงัดกุฏิพระรอบ 2

หัวขโมยงัดกุฏิลักทรัพย์พระไม่เข็ดหลาบ เคยถูกตำรวจใส่กางเกงในตัวเดียวไล่จับแล้ว แต่พระไม่เอาเรื่อง กลับมาก่อเหตุซ้ำ ครั้งนี้ไม่รอด

วันนี้ (28 ก.ย. 58) พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.สภ.เมืองอ่างทอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายสุชาติ ทองงาม (ชาติ ท้องคุ้ง) อายุ 44 ปี พร้อมของกลาง หลังนายสุชาติเข้าไปงัดกุฎิพระลักทรัพย์ของพระวสันต์ ปัญวโร พระลูกวัด วัดโลห์สุทธาวาส ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เพื่อขโมยพระเครื่องจำนวน 4 องค์ และแท็ปเล็ตจำนวน 2 เครื่อง

ด้าน พ.ต.ท.บุญสม เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งว่ามีขโมย เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัด พบว่านายสุชาติ ทองงาม เดินเข้าไปในวัดวันที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจรอยนิ้วมือแฝงเทียบเคียงประวัติคนร้ายพบว่าเป็นคนที่ก่อเหตุ จึงได้ทำการจับกุมพร้อมของกลางพระเครื่องจำนวน 4 องค์

เบื้องต้นให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมนำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ นายสุชาติ ทองงาม (ชาติ ท้องคุ้ง) ยังเคยขโมยโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย 2 เครื่อง จากกุฏิพระณัฎฐวิทย์ ธมมคาโร พระลูกวัด วัดทำนบ ตำบลสี่ร้อย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อ27 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ ด.ต.ไล่จับได้ทันควัน จนนายสุชาติได้ก้มลงกราบพระสำนึกผิด ทำให้รอดคุกมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ก็ไม่เข็ดกลับมาก่อคดีลักทรัพย์พระอีกครั้งและได้ก้มลงกราบเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ไม่รอดคุก
ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เลิกอ้าง! เพจดังฉะ ‘รับน้อง’ แค่พวกคลั่งอำนาจ

เลิกอ้างความรัก! เพจดังเผย รับน้อง ป่าเถื่อน แค่พวกคลั่งอำนาจนิยม

สังเกตกันไหมว่าทุกครั้งที่มีเรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการรับน้อง หรือประเพณีในสภาบันการศึกษา ก็มักจะมีการออกมาบอกว่า เป็นการสั่งสอนจากความรัก ความห่วงใย ความเป็นห่วงเป็นใย เกรงว่าอนาคตจะรับสภาพสังคมไม่ได้… แต่เอาเข้าจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น

12047123_891674250886298_8691173147889582755_n

มันก็แค่สิ่งที่เอาความรู้สึกของความรัก ความหวังดี ความรักในสถาบันมาใช้ แล้วใส่สิ่งแย่ๆ อย่างพวกวัฒนธรรมชนเผ่า วัฒนธรรมอำนาจนิยม ความเป็นนักเลง มาเฟีย การกดขี่กันทางอำนาจลงไป

แล้ว Emulsify ด้วยความเชื่อ และการปลูกฝังเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็เป็น Emulsion ที่เนียนมากจนคนทำเองไม่สามารถแยกออกได้ว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่

คำถามคือ เราจำเป็นต้องเจออะไรแย่ๆ ต้องมากดขี่กันด้วยอำนาจ ต้องมาทำตัวเป็นมาเฟีย กันไหม? หรือคนที่เขาบอกว่าจำเป็น เค้าไม่ทราบว่าคนข้างนอกเค้าก็รักกันได้เป็นปกติ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และเจริญก้าวหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเรื่องพวกนี้

หรือถ้าจะมีอุปสรรคที่ทำให้มีปัญหา ก็เป็นเพราะพวกคนที่เชื่อว่าโลกข้างนอกนั้นโหดร้าย จึงต้องโหดร้ายกับคนอื่นเช่นกันด้วยนั่นแหละ

ที่มา แฟนเพจ ANTI SOTUS

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News