การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งเช้าพรุ่งนี้ ซ้อมเดินขบวนรถพระที่นั่งเสมือนจริง เตรียมรับเสด็จ “สมเด็จพระเทพฯ” เตือนประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
วันที่ 6 ก.ย. การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งเตือนการจราจรติดขัดและประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (7 ก.ย.) เนื่องจากการรถไฟฯ จะจัดซ้อมเดินขบวนรถพระที่นั่งเสมือนจริง เพื่อเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยเริ่มต้นที่สถานีรถไฟหลวงจิตรลดา ในช่วงเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ตลอดปลายทาง จ.กาญจนบุรี โดยจะมีการปิดทางผ่านเสมอระดับในระหว่างที่ขบวนรถผ่านเป็นเวลาโดยประมาณ 30 นาที
โดยในกรุงเทพฯ จะมีทางผ่านที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
1. ทางผ่านราชวิถี (ถ.ราชวิถี มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ สะพานกรุงธน)
2. ทางผ่านนครไชยศรี (การประปาสามเสน)
3. ทางผ่านเศรษฐศิริ (สถานีรถไฟสามเสน)
4. ทางผ่านระนอง
5. ทางผ่านประดิพัทธิ์ (ถ.ประดิพัทธิ์)
6. ทางผ่านประชาชื่น (ถ.เลียบคลองประปา สถานีรถไฟบางซ่อน)
7. ทางผ่านประชาราษฎร์ (ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี สถานีรถไฟบางซ่อน)
8. ทางผ่านบางบำหรุ-บางกรวย
9. ทางผ่านบริเวณศาลจังหวัดตลิ่งชัน
ในส่วนของทางผ่านเสมอระดับในจังหวัดอื่นๆ เช่น จ.นครปฐม จ.ราชบุรี (ถนนทรงพล อ.บ้านโป่ง) จ.กาญจนบุรี (ถนนแสงชู-โต และถนนสายย่อยอื่นๆ) จะมีการปิดทางผ่านเพื่อให้ขบวนรถนำ และขบวนรถพระที่นั่งผ่านในคราวเดียวกันโดยไม่ยกคานกั้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ต่อการปิดทางผ่าน
ทั้งนี้ สำหรับขบวนรถไฟสายเหนือ, สายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯในช่วงเวลาตั้งแต่ 08.30 – 10.00 น. ในขณะที่ขบวนรถพระที่นั่งเริ่มเคลื่อน ขบวนรถโดยสารจะหยุดที่สถานีนั้นๆ จนกว่าขบวนรถพระที่นั่งจะผ่านไป ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเส้นทางเดินทางอื่นๆ อาทิ รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า BTS หรือ รถไฟฟ้า MRT (มีจุดเชื่อมต่อที่สถานีบางซื่อ) และสำหรับรถไฟสายใต้ที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในระยะจากนครปฐม-สามเสน จะล่าช้าเพิ่มจากเดิมประมาณ 30 นาที ในระหว่างที่มีการซ้อมใหญ่เดินขบวนรถพระที่นั่งดังกล่าว
ทั้งนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การรถไฟฯย้ำว่า ระหว่างการซ้อมเดินขบวนรถพระที่นั่ง การเดินทางด้วยถนนผ่านเส้นทางต่างๆ ยังเดินรถได้ตามปกติ ไม่มีการปิดถนนแต่อย่างใด เป็นเพียงการกั้นถนนให้รถไฟผ่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามจากสถานีรถไฟในเส้นทางจากกรุงเทพฯ – กาญจนบุรี หรือสถานีบางเขน หลักสี่ ดอนเมือง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบ
ขอบคุณข้อมูลจาก ทีม พีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย, เพิ่มเติม thaipbs
MThai News


