สวยงาม! องค์ปฐมเจดีย์ทองอร่ามหลังฝนตก

ภาพองค์ปฐมเจดีย์สุดสวย หลังต้องแสงอาทิตย์หลังฝนตก ทำให้มองเห็นคล้ายถูกห่อหุ้มด้วยทองทั้งองค์

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (2 ก.ย. 58) เพจเฟซบุ๊ก @อ๋อ ซิ่ง ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดสวยขององค์พระปฐมเจดีย์ เมืองนครปฐม ที่ทอแสงสีทองอร่ามราวกับถูกหุ้มห่อด้วยทองไว้

องค์ประปฐมเจดีย์, ข่าวจังหวัดนครปฐม

โดยผู้โพสต์ภาพได้เขียนข้อความกำกับไว้ ว่า เป็นเหตุการณ์หลังฝนตกที่เมืองนครปฐม ประจวบเหมาะกับจังหวะนั้นมีแดดส่องลงมาพอดี จึงได้หยิบกล้องออกมาบันทึกภาพและได้ภาพที่สวยงามอย่างที่เห็น

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ชื่นชมว่าเป็นภาพสุดสวยที่หาชมได้ยากมาก

ขอคุณภาพจาก อ๋อ ซิ่ง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สื่อนอกตีคลิปรับน้องฉาว-นศ.โผล่ขอโทษสังคม

นักศึกษาออกมายอมรับและขอโทษ กรณีกระแสดราม่าคลิปฉาวรับน้อง ท่าเต้นติดเรทไม่เหมาะสม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

วันนี้(3 ก.ย. 58) กิจกรรมรับน้องใหม่ที่มุ่งหวังให้เกิดความรักความสามัคคี ความผูกพันกับรุ่นพี่ ดูจะตรงกันข้ามกับภาพกิจกรรมของนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ส่งต่อในโซเชียลมีเดียขณะนี้ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

โดยท่าเต้นในกิจกรรมรับน้องที่ปรากฏในคลิปถูกเผยแพร่ต่อสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของกิจกรรมที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร จากการตรวจสอบเป็นกิจกรรมรับน้องของสาขาการภาพยนตร์ (ภาคสมทบ) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ด้านนักศึกษาที่ปรากฏในคลิป ยอมรับว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยให้แต่ละคณะจัดกิจกรรมรับน้อง เมื่อเสร็จกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ จึงร่วมกันสนุกในกิจกรรมสันทนาการ มีการร้องเพลงและเต้นตามที่ปรากฏในคลิป  นักศึกษาคนนี้ ยืนยันว่า ทุกคนที่เต้นเป็นผู้ชายและเพศทางเลือก สิ่งที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ นอกจากคลิปดังกล่าวจะเป็นกระแสถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศแล้ว สื่อต่างประเทศอย่าง เว็บไซต์ crackerdaily.com ก็ได้นำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่เช่นกัน

โดยได้แสดงความคิดเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ในสถาบันการศึกษาของไทย ที่สอนให้เด็กกระทำแบบนี้ เพราะมันแสดงถึงพฤติกรรมของสัตว์ป่าที่ไร้การศึกษา แม้ว่ามันจะเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ก็ตาม

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

แฉ!ปม ‘อุยกูร์’ มีอดีต ร.อ.นำเข้า

แหล่งข่าวความมั่นคง เผย กลุ่ม ‘อุยกูร์’ หัวรุนแรงเข้าไทยผ่านขบวนการอดีตทหาร ‘ร.อ.’ พบมี 3 ราย เอี่ยวก่อการร้ายในจีนและเชื่อมโยงเหตุ ‘ระเบิดราชประสงค์’

แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เผยถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุยกูร์ซึ่งมีแนวคิดรุนแรงและเคลื่อนไหวในประเทศไทยว่า คนกลุ่มนี้ลักลอบเข้ามาในไทยตั้งแต่ปี 2546 โดยเดินทางจากมณฑลซินเจียง ประเทศจีน เข้าไทยผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ ด่านคลองลึก ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ซึ่งกลุ่มนี้มีความต้องการพักในไทยระยะสั้น เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศเป้าหมาย คือ ตุรกี ส่วนหนึ่งจะเลือกใช้บริการบริษัททัวร์ ชื่อ “บ.” ที่รับจะนำพาชาวอุยกูร์ เดินทางไปร่วมพิธีฮัจญ์ จากนั้นจะนำพาไปยังประเทศที่ 3

อุยกูร์ SA KAEO, THAILAND - APRIL 26: (CHINA OUT, SOUTH KOREA OUT) Illegal immigrants, believed to be ethnic Uighurs, are taken away for questioning by immigration authorities on April 26, 2014 in Sa Kaeo, Thailand. With the threat of retaliation looming, more ethnic Uighurs will likely try to flee to Southeast Asia through China's southern border. (Photo by The Asahi Shimbun via Getty Images)

ส่วนชาวอุยกูร์ส่วนหนึ่งที่เดินทางผ่านประเทศกัมพูชา จะเข้าทาง จ.สระแก้ว และใช้บริการนำพาเข้าเมือง ผ่านขบวนการที่มีอดีตทหาร ยศ “ร.อ.” เป็นหัวหน้า นำไปพักใน กทม. โดยอาศัยมูลนิธิแห่งหนึ่งย่านมีนบุรีคอยช่วยเหลือนำส่งเครือข่ายนำพา ใน อ.สะเดา จ.สงขลา โดยมี โก ท. และ นาย ป. เป็นคนสำคัญในการนำพาชาวอุยกูร์ในพื้นที่ ไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อลอบไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่หากผ่านประเทศลาว หรือพม่า จะอาศัยมูลนิธิทางศาสนาแห่งหนึ่ง ใน จ.เชียงราย ช่วยนำพา และนำเข้ากรุงเทพฯพักกับมูลนิธิย่านมีนบุรี โดยกระจายพักตามมัสยิดต่างๆ แล้วส่งไปยังกลุ่มของ “โก ท.” ที่ อ.สะเดา เพื่อข้ามไปประเทศมาเลเซีย แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศตุรกี

และตั้งแต่ปี 2553 ทั้งรัฐบาลจีนและรัฐบาลมาเลเซีย ได้ประสานข้อมูลมายังทางการไทย ให้ตรวจสอบและจับกุมชายชาวอุยกูร์ 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้น พัวพันกับการก่อการร้ายในประเทศจีน ซึ่งพบความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทย โดยทางการไทยมีการสืบหาตัวแต่ยังไม่พบ

ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่าชายอุยกูร์ 3 คนนี้ อาจเกี่ยวพันกับการระเบิดครั้งนี้ด้วย โดยอาจร่วมมือกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยและผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวอุยกูร์ที่มีปมเจ็บแค้นในใจ จากกรณีที่ญาติพี่น้องชาวอุยกูร์ถูกทางการไทยจับกุมและดำเนินการผลักดันตามกฎหมาย

ที่มา matichon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>>

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News