กฎเหล็ก “ห้ามถาม ห้ามบอก” ในกองทัพสหรัฐฯ

กองทัพสหรัฐอเมริกา ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกองทัพที่มีกำลังพลมากที่สุดในโลก ซึ่งประกอบไปด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ เหล่านาวิกโยธิน, กองทัพอากาศและหน่วยยามฝั่ง  มีประธานาธิบดีเป็นผู้บัญชาการทหาร มีกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานหลักผู้ดูแล และมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษา

โดยการคัดเลือกทหารมาจาก การสมัคร โดยผู้ที่อายุ 17 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง, 18 ปีโดยสมัครใจ แต่ใครจะรู้ว่าในท่ามกลางความเกรียงไกร กับมีกฎแปลกๆ อยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพาไปรู้จักกับ กฎเหล็กข้อนี้ ที่เรียกว่า “ห้ามถาม ห้ามบอก”

ห้ามถามห้ามบอก หรือ Don’t ask, don’t tell  เป็นนโยบายหลักของกองทัพอเมริกาและจริงจังถึงขั้นบรรจุอยู่ในประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา ลักษณะ 10 มาตรา 654 โดยกฏนี้เกี่ยวข้องกับพวกเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กชวล ที่เข้าร่วมกับกองทัพ ห้ามเปิดเผยตัว รวมถึงห้ามเปิดเผยรสนิยมทางเพศของการรักร่วมเพศ แต่งงานเพศเดียวกัน

cats

Don’t Ask Don’t Tell กฎเหล็ก“ห้ามถาม ห้ามบอก”

ขณะที่ปฏิบัติงานในกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยมองว่า ประเด็นนี้ไม่สามารถยอมรับได้ในด้านมาตรฐานของกองทัพ ส่งผลกระทบต่อคติธรรม ระเบียบวินัยและการทำงานร่วมกันเป็นหน่วยของกองทัพ โดยการห้ามถาม หมายถึง ห้ามผู้บังคับบัญชาไม่ควรสืบสวน สอบถามเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ โดยไม่ได้รับมอบอำนาจ โดยมีคำให้ยึดมั่นว่า  “ห้ามถาม ห้ามบอก ห้ามตามล่า ห้ามข่มขู่”

ข้อกฎหมายดังกล่าวถูกสังคมมองว่า เป็นนโยบายที่เลือกปฏิบัติบนพื้นฐานรสนิยมทางเพศ ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีภาพลักษณ์ว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ ด้วยเหตุนี้จึงมีการพยายามแก้ไขกฎหมายฉบับนี้

fgfdh

Don’t ask, don’t tell

โดยในปี 2553 ระหว่างที่นายบารัก โอบามา กำลังหาเสียงเลือกตั้ง เขาได้ชูประเด็นการสนับสนุนกลุ่มรักร่วมเพศ ต่อองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ทำให้เขาได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นจากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

มีครั้งหนึ่งที่นายโอบาม่ากล่าวในการแถลงนโยบายประจำปีเกี่ยวกับกฎหมายนี้ว่า  “ชาวอเมริกาเกย์จะต้องรับใช้ชาติที่พวกเขารักและเราต้องรักในสิ่งที่เขาเป็น” ส่งผลให้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เร่งผลักดันยกเลิกกฎดังกล่าว

cats

กฎเหล็ก“ห้ามถาม ห้ามบอก” เรื่องเกย์สุดแปลก ในกองทัพอเมริกา

แต่ใช่ว่าข้อกฎหมายนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะมีผู้พยายามคัดค้านการยกเลิกกฎห้ามถาม ห้ามบอก เพราะมองว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของกองทัพสหรัฐ แต่ท้ายที่สุดกฎนี้ก็ถูกยกเลิกไปได้ด้วยดี

ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกาเผยว่า การยกเลิกการห้ามถาม ห้ามบอก ไม่มีผลต่อความพร้อม ประสิทธิภาพ ความสามัคคี และการจัดหากำลังพลของกองทัพสหรัฐอเมริกาเลย

fgf

นายเอริก แฟนนิง ผู้เปิดเผยตัวว่ารักเพศเดียวกัน เป็นรัฐมนตรีทบวงทหารบก

ทั้งนี้ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีกระแสข่าว ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐแต่งตั้งนายเอริก แฟนนิง ผู้เปิดเผยตัวว่ารักเพศเดียวกันเป็นรัฐมนตรีทบวงทหารบก ซึ่งหากเขาได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ก็จะเป็นเกย์เปิดเผยตัวคนแรกของประเทศที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้

โดย นายแฟนนิงเป็น คณะกรรมการมูลนิธิเกย์แอนด์เลสเบียนวิคทอรี รณรงค์เรื่องสิทธิเกย์มาโดยตลอด สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลในทุกระดับชั้น ที่เป็นคนรักเพศเดียวกันเปิดเผยตัวให้มากขึ้น

MThai News

เผยโฉม-แฉประวัติ ‘อ๊อด พยุงวงศ์’ พัวพันบึ้มกรุง!

ผบช.น.เผยภาพ ‘อ๊อด พยุงวงศ์’ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์-สาทร สืบประวัติละเอียด พบเคยเป็นการ์ดนปช.–ถูกจับกุมรวม 9 คดี

วันที่ 30 ก.ย. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภาพถ่ายของนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือ นายยงยุทธ พบแก้ว 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับคดีระเบิดราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ประกอบระเบิด อาทิ ท่อเหล็ก ลูกบอลแบริ่ง รวมทั้งร้านค้าและสถานที่

อ๊อด

อ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว

โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุว่าได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบประวัติของนายอ๊อดพบว่า นายอ๊อดเคยมีภรรยาแต่เสียชีวิตแล้ว และมีบุตรสาว 1 คน ซึ่งส่งไปให้สถานสงเคราะห์เด็กแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี อุปการะตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

ต่อมามีชาวออสเตรเลีย รับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยขณะนั้นเด็กมีอายุ 6 ขวบ และอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย จนถึงขณะนี้อายุ 16 ปี จึงได้ให้ชุดสืบสวนขอข้อมูลจากสถานเลี้ยงเด็กดังกล่าว และพบว่ามารดาของนายอ๊อด อยู่ที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี จึงได้สั่งชุดสืบสวนไปสอบถามข้อมูลจากมารดานายอ๊อด พร้อมนำภาพถ่ายให้ยืนยันด้วย

ซึ่งจากการสืบสวนประวัตินายอ๊อด พบว่าเคยถูกดำเนินคดีทั้งหมด 9 คดี เคยถูกทหารจับกุมบริเวณซอยเพชรบุรีเมื่อปี 2553 เนื่องจากฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีพยายามเข้าไปชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ซึ่งทหารพบว่านายอ๊อด เป็นการ์ดของกลุ่ม นปช.ด้วย ก่อนส่งนายอ๊อด ดำเนินคดีที่ สน.พญาไท และนายอ๊อดถูกส่งตัวมาควบคุมที่เรือนจำกลางคลองเปรมเป็นเวลา 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวและหลบหนีคดี ซึ่งศาลแขวงดุสิต ได้มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลัง สั่งลงโทษจำคุก 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานข้อมูลจากฝ่ายทหาร กรมราชทัณฑ์ และนายประกันของนายอ๊อด ซึ่งขณะถูกจับกุมทุกครั้งนายอ๊อดจะให้ข้อมูลว่าพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเบื้องต้นพบว่าบ้านหลังนี้มีผู้พักอาศัยรวม 27 คน ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบ

พล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุอีกว่า การที่นายอ๊อดไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ก็ไม่เป็นปัญหาในการสืบสวนติดตามจับกุม เนื่องจากเป็นการจับตามหมายจับ และได้ตรวจสอบไปยังศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเบื้องต้นก็ไม่พบประวัตินายอ๊อด

ส่วนกรณีที่ตนต้องไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่กระทบต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวนของคดีนี้ เนื่องจากพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ดูแลคดีนี้ต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

“ต้นขจร” พืชทนแล้ง ดอกเก็บขายสร้างรายได้

เกษตรกร เผย “ต้นขจร” ทางเลือกใหม่ช่วงภาวะแล้ง ปลูกง่าย สร้างรายได้จำนวนมาก 

ช่วงที่ผ่านมา หลายพื้นที่ต้องพบกับภาวะภัยแล้งทำให้ได้รับผละกระทบเป็นอย่างมาก แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งได้คิดค้นการปลูกลูกต้นขจร หรือ ภาษท้องถิ่นเรียกว่า ต้นดอกสลิด ซึ่งเป็นพืชที่สามารถทนต่อภัยแล้งได้ โดยนอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายดอกขจรกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท

ต้นขจร

“ต้นขจร” พืชทนแล้ง เก็บดอกขายสร้างรายได้ดี

นางรัชพรณ์ ทองระหง เกษตรกรผู้ปลูกต้นขจร อายุ 66 ปี อาศัยอยู่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตนเองได้ปลูกต้นขจร หรือ ต้นดอกสลิด ภายในบริเวณรอบบ้านด้วยพื้นที่ 1ไร่ มามากกว่า 5ปี แล้ว โดยใช้วิธีการทำเกษตรแบบพอตัว เน้นให้ตนเองสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ทำให้ไม่ต้องเสียเงินในการจ้างคนดูแล ซึ่งต้นจขรเป็นพืชที่สามารถดูแลได้อย่างง่าย และเป็นพืชที่ทนกับภาวะแล้งได้เป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน อีกทั้งดอกขจรยังเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งตนเองจะเก็บผลผลิตแบบวันเว้นวัน โดยครั้งหนึ่งจะขายดอกขจรได้ราคา 600 – 1,000 บาท

ต้นขจร

“ต้นขจร” พืชทนแล้ง เก็บดอกขายสร้างรายได้ดี

นอกจากนี้ นางรัชพรณ์ ยังแนะนำว่า ยังมีพืชผักอีกหลายชนิดที่สามารถทนต่อภาวะแล้งจัดได้ เช่น ผักชี ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว กุยช่าย บวบ ข้าวโพดอ่อน หอมแดง และพริก เป็นต้น พืชผักเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงที่ประสบกับภัยแล้งได้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News