ชาวเน็ตล่าชื่อ ต้านนโยบาย ‘ซิงเกิ้ลเกตเวย์’

ชาวเน็ตล่า 2.5หมื่นชื่อ ต้านนโยบายซิงเกิ้ล เกตเวย์ของรัฐบาล

ในเว็บไซต์ Change.org ได้มีแคมเปญออนไลน์รณรงค์ ต่อต้านการตั้ง ซิงเกิลเกตเวย์ โดยกลุ่ม Coconut Shell Thailand ล่ารายชื่อกว่า 25,000 รายชื่อเสนอต่อรัฐบาล โดยทางกลุ่มเผยว่า Single Gateway คือประตูเพียงบานเดียว คือไม่ว่าอินเตอร์เน็ตภายในประเทศจะเชื่อมกันกี่หมื่นกี่พันเส้น แต่ทางออกเพื่อไปเชื่อมกับเครือข่ายในต่างประเทศนั้นจะเหลือแค่จุดเดียวเท่านั้น

cats

การดูแลการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต การตรวจสอบข้อมูล การดักจับข้อมูล ฯลฯ จึงทำได้ง่ายกว่าเยอะ ในรัฐที่มีการปกครองแบบอำนาจนิยมเบ็ดเสร็จเช่นประเทศไทย จึงอาจเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจเท่าไร ที่รัฐบาลจะพยายามควบคุมการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากโลกภายนอก โดยอ้าง ‘ความมั่นคง’

แน่นอนว่าการมีประตูทางออกเดียวจะทำให้อินเตอร์เน็ตช้าลงแน่นอน และอีกอย่างคือหากว่าเกตเวย์ล่มก็จะล่มกันหมดทั้งประเทศ เพราะจะไม่มีเกตเวย์ตัวอื่นรองรับเลย แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือการที่ผู้ให้บริการ gateway (ซึ่งมีอยู่เจ้าเดียว) สามารถดักจับข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย รวมถึงปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลที่เราค้นหาได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพด้วย

ถ้าหากมีการใช้ Single Gateway จริง ก็จะยิ่งทำให้บริษัทต่างประเทศลังเลมากยิ่งขึ้นในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และผู้ให้บริการที่มีพาร์ทเนอร์กับบริษัทต่างประเทศก็อาจจะสูญเสียรายได้ เนื่องจากบริษัทข้ามชาติจะเกิดความไม่แน่ใจด้านความมั่นคงและปลอดภัยของการให้บริการอินเตอร์เน็ตในบ้านเรา

หากล่มแน่นอนว่าจบเห่แน่ทั้งประเทศ รวมถึงข้อมูลความลับทางการค้าก็อาจจะถูกล้วงได้โดยง่าย ในขณะเดียวกันผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วไปก็จะถูกจำกัดการเข้าใช้งานกับเครือข่ายต่างประเทศมากยิ่งขึ้น และยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

ที่มา https://www.change.org

เจาะลึกจบป.ตรี เตะฝุ่นอื้อ เลือกมากหรืองานน้อย?

เมื่อเดือนที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำสรุปผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรไทย เผยว่า มีผู้ว่างงาน 3.77 แสนคนคิด โดยระดับการศึกษาที่มีผู้ว่างงานมากที่สุดคือ ระดับอุดมศึกษา 1.57 แสนคน ซึ่งนั่นหมายถึงว่า บัณฑิตระดับปริญญาตรีขึ้นไป เป็นวุฒิที่ตกงานมากที่สุด ซึ่งวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพาไปเจาะลึกตลาดแรงงานไทยว่า งานมีน้อยหรือคนเลือกงาน จึงทำให้เกิดปรากฎการณ์เตะฝุ่น

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยเปิดผลสถานการณ์แรงงานไทย เมื่อปี 2557 พบว่า  แรงงานจบใหม่ โดยเฉพาะระดับปริญญาตรีมีประมาณปีละ 300,000-400,000 คน และเข้าตลาดแรงงานปีละประมาณ 2 แสนกว่าคนเท่านั้น

cats

เลือกมากหรืองานน้อย ?

ซึ่งไม่เพียงแต่จำนวนคนที่จบกันมามากขึ้นเท่านั้น แต่ปัญหายังมาจากผลกระทบทางการเมืองที่หลายธุรกิจปรับตัวชะลอการจ้างงานใหม่ จำกัดใช้กลุ่มเดิมที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งกลุ่มเด็กจบใหม่ถือว่ากระทบมากที่สุด

โดยแต่เดิมกลุ่มนี้ก็มีปัญหาว่างงานสะสมมาต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยเด็กจบใหม่จะต้องเพิ่มความรู้ ทักษะการประกอบอาชีพนั้นๆ และหันไปทำงานอิสระกันมากขึ้น  โดยการว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ยังมีสาเหตุต่างๆดังนี้

dsfgb

เจาะลึกตลาดแรงงานไทยว่า งานมีน้อยหรือคนเลือกงาน

ความต้องการในอัตราเงินเดือนที่ค่อนข้างสูงเกินไป ทั้งที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน ซึ่งเรื่องของเงินเดือนเป็นสิ่งที่เด็กจบใหม่ใช้เป็นตัวเลือกอันดับแรกในการเลือกงานมากกว่างานที่จะทำให้มีความก้าวหน้าทางอาชีพ สถานประกอบการรับเด็กจบใหม่น้อยลง ส่วนใหญ่ต้องการรับผู้ที่มีประสบการณ์เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการสอนงานและดูผลงานจากบริษัทที่ผ่านมา ส่วนวิธีที่นักศึกษาจะได้งานหลังเรียนจบเลย ส่วนใหญ่จะมาจากการทาบทามในช่วงของการฝึกงานระหว่างเรียน นอกจากนี้ยังพบว่า สถานประกอบการจะเป็นผู้กำหนดเงินเดือนแรกเข้าของเด็กจบใหม่เองและไม่เปิดโอกาสให้เรียกสูงมากเท่าไหร่นัก gvbfd

เรียนจบไม่ตรงสาย

ความไม่สอดคล้องของทักษะจากการที่ร่ำเรียนมา คือเรียนจบไม่ตรงสาย หรือสาขาที่เปิดรับมีการแข่งขันกันสูง นอกจากนี้จำนวนนักศึกษาที่มากขึ้นทำให้มหาวิทยาลัยเริ่มผลิตบัณฑิตที่คุณภาพน้อยป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำให้มีตำแหน่งงานว่างมากแต่ก็หาคนทำงานไม่ได้เพราะไม่ตรงกับความต้องการของบริษัทที่อยากจะรับ dgffd

เรียนจบแต่ไม่มีงานทำ

การรับข้อมูลมากขึ้น ในยุคที่โซเชียลรวดเร็ว อินเตอร์เน็ตทั่วถึง ทำให้เด็กจบใหม่ใช้เวลากับการหาข้อมูลข่าวสารจากองค์กรที่อยากสมัคร บริษัทที่อยากร่วมงาน โดยมีการหาข้อมูลเปรียบเทียบเกี่ยวกับอัตราจ้าง สวัสดิการขององค์กร การเดินทาง เข้ามาส่วนตัดสินใจในการสมัครงานเข้าองค์กรนั้น ๆ

นอกจากนี้ยังมีค่านิยมใหม่ที่ว่า หากเรียนจบมาแล้วได้เงินเดือนไม่คุ้มค่ากับการทำงาน ก็นอนเตะฝุ่นอยู่ที่บ้านน่าจะดีกว่า ซึ่งต่างจากทัศนคติสมัยก่อนที่ว่า เรียนจบขอให้มีงานทำไว้ก่อน ค่อยขยับขยายก้าวต่อไป ไม่ว่าจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นค่าประสบการณ์ชีวิต fg

ข้อแนะนำ เกี่ยวกับการว่างงานของเด็กจบใหม่

เว็บไซต์ jobsdb.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์จัดหางานได้มีการจัดทำข้อแนะนำ เกี่ยวกับการว่างงานของเด็กจบใหม่ที่ว่างงาน โดยได้แนะนำ 3 ข้อ เพื่อไม่ให้เสียเวลาว่างโดยเปล่าประโยชน์

1.การเตรียมข้อมูลสมัครงานใหม่ เช่น การเตรียมเรซูเม่ แฟ้มสะสมผลงาน ศึกษาความต้องการของตลาด ทิศทางของการสมัครงานให้ชัดเจน ทบทวนปัญหาและจุดบกพร่องของตัวเองเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาก่อนสมัครงานใหม่

2.รับงานฟรีแลนซ์ คือหางานพาร์ทไทม์ หรือ ชิ้นงานสัญญาจ้างระยะสั้นทำเพื่อหารายได้เล็กๆน้อยๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้ได้พัฒนาทักษะและชิ้นงาน นำไปโชว์ในการสมัครงานที่อื่นๆ ด้วย นอกจากนี้การทำฟรีแลนซ์หากทำดี อาจะทำให้ได้งานชิ้นต่อๆ ไป จนไม่ต้องไปสมัครงานเข้าสู่ระบบงานประจำได้ด้วย

3.การพัฒนาทักษะ ฝีมือ เมื่อสำรวจจุดด้อยแล้วอย่าลืมเพิ่มทักษะ เช่น การฝึกภาษาเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองเพราะเดี๋ยวนี้บางบริษัทรับเด็กที่ได้ภาษาด้วย ยิ่งในช่วงเปิด AEC ถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญ รวมถึงบริษัทส่วนใหญ่รับคนที่มีผลงาน

แม้ว่าเราไม่เคยทำงานที่ไหนมาก็ตาม แต่หากมีงานที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ให้เขาดู ก็อาจะได้รับการพิจารณา เช่น สายงานกราฟฟิค น้องจบใหม่อาจจะลองออกแบบงานที่ตัวเองชอบ

สายงานเขียนอาจจะลองเขียบทความลงบล็อกในอินเตอร์เน็ตก็ได้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้เราพัฒนาขึ้นและทำให้ได้งานมากขึ้น

MThai News

‘บิ๊กป้อม’แจง! ภาพเป่าเค้กวันเกิดคู่ ‘ตั๊น จิตภัสร์’

พล.อ.ประวิตร แจงภาพเป่าเค้กคู่ ‘ตั๊น จิตภัสร์’ เป็นภาพเก่า ระบุแค่หลานสาว ชี้สนิทกับครอบครัว ยืนยันไม่มีการฝากเข้าเป็นตำรวจ

วันที่ 24 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณี น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ ตั๊น อดีตแกนนำกปปส. สมัครเป็นตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ว่า

ตั๊น

ตั๊น ถ่ายภาพคู่พล.อ.ประวิตร

เป็นความคิดของเขาเอง ตอนนี้เขาไม่ได้ทำอะไร ก็อยากเป็นตำรวจ เมื่อตำรวจประกาศรับสมัคร อยู่ในอายุที่สมัครได้ ก็เข้ามาสมัคร ซึ่งตำรวจมีคณะกรรมการคัดสรร

ทั้งนี้หาก น.ส.จิตภัสร์จะสมัครเป็นทหารได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรระบุ ผมไม่รู้ ยังไม่ได้สมัคร เขาจะสมัครรึเปล่า ผมไม่ลำบากใจหลังมีเรื่องนี้เข้ามา คนก็รู้จักกันได้ แบบที่ผมรู้จักสื่อ อย่าทำให้เป็นประเด็น

ส่วนการแชร์ภาพเป่าเค้กร่วมกัน ก็เพราะเขาเป็นหลานผม คุณพ่อคุณแม่เขาสนิทกับผม คุณปู่เขาสนิทกับผม และภาพดังกล่าวก็เกิดขึ้นนานมากแล้ว ยืนยันไม่มีการฝากเข้าเป็นตำรวจแต่อย่างใดใดๆ ส่วนการถอนตัวก็ขอให้ยุติไป

ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังน.ส.จิตภัสร์ถอนตัวไม่เป็นตำรวจว่า เป็นเรื่องดี ทั้งนี้ ยอมรับว่า บุตรชายและบุตรสาว รู้จักและสนิทสนมกับ น.ส.จิตภัสร์ เนื่องจากเป็นนักเรียนอังกฤษด้วยกัน แต่บุตรชายอายุน้อยกว่า 3 – 4 ปี

ส่วนภาพปรากฏทางโซเชียลมีเดียว่า ลูกชายตนเองกอดคอกับ น.ส.จิตภัสร์ นั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ ส่วนกระแสข่าวที่มีนายตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พา น.ส.จิตภัสร์ ไปสมัครและสอบสัมภาษณ์ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น ไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ตนเอง

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก มติชน ,ภาพinstagram chitpas 

MThai News