เพจดังท้าชนทุกร่างทรง ลั่นขอตีแผ่ให้สังคมตื่นรู้

เพจคุณท้าว ลั่นท้าชนร่างทรง ยันตีแผ่เพื่อสังคมตื่นรู้

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพร่างทรงจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับความงมงายและการหากินกับศรัทธาความเชื่อ สร้างกระแสไม่พอใจในหมู่ร่างทรงและต้องการเอาผิดแฟนเพจที่ออกมาแฉ

ซึ่งล่าสุดเพจ คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี นารีพิฆาต ผู้จุดประเด็นดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่าตนต้องการตีแผ่ให้สังคมรับรู้และขอลุยเรื่องนี้แบบยาวๆ

05

โดยทางเพจระบุว่า ตนต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นห่วงเป็นใยส่งข้อความกันมามากมายจนเปิดอ่านไม่หมด ตนได้ทำตามคำสั่งแล้วไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ขอบพระคุณเจ้านายที่ได้ให้ความเมตตา ต่อไปตนขอลุยแบบยาวๆ เลย

ต่อไปนี้ตนกล้าพูดได้เต็มปากว่านี่คือหน้าที่ซึ่งตนไม่มีหน้าที่ไปวิ่งไล่จับร่างทรง แต่หน้าที่ของตนคือตีแผ่ให้สังคมรับรู้ โปรดรับรู้ไว้ด้วย พร้อมทั้งได้มีการเปิดพื้นที่บนแฟนเพจให้เข้ามาแสดงความคิดอย่างสุภาพด้วย

อย่างไรก็ตามประเด็นเกี่ยวกับร่างทรงเป็นที่พูดถึงกันมากในสังคมออนไลน์และถูกสื่อหลักนำไปตามต่อจนกระทั่งมีการเชิญ 3 ร่างทรงไปออกรายการและโต้เถียงกับเพจต่อต้านงมงาย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสจับผิดร่างทรงที่หลอกลวงประชาชน

ที่มา แฟนเพจ คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี นารีพิฆาต

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ยังไม่ชัด! ‘อาเดม’คือชายเสื้อเหลืองหรือไม่ รอสอบเพิ่ม

พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังไม่ยืนยัน “อาเดม” คือชายเสื้อเหลืองวางระเบิดราชประสงค์ แต่อาจเป็นไปได้ว่าพรางตัวและใบหน้า ขอรอผลยืนยันอีกครั้ง 

วันที่ 24 ก.ย. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า นายอาเดม คาราดัก หรือ บิลลาร์ มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวได้ และฝากขังที่เรือนจำชั่วคราว ที่ มทบ.11ได้ยอมรับสารภาพว่า เป็นชายเสื้อเหลืองที่นำเป้ระเบิดไปวางไว้ที่ศาลพระพรหมแยกราชประสงค์นั้น

อาเดม

อาเดม คาราดัก-ภาพสเกตช์ชายเสื้อเหลือง

กรณีนี้อาจเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเช่นนั้น เพราะตนเองได้สังหรณ์ใจตั้งแต่เกิดเหตุแล้วว่า คนร้ายจะต้องพรางตัว พรางใบหน้าที่แท้จริง เพื่อเข้าไปก่อเหตุในครั้งนี้

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการยืนยันจากชุดสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่เข้าไปสอบเพิ่มเติมจากผู้ต้องหาอีกครั้ง ก่อนที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม หากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนมากกว่านี้อีกครั้งหนึ่ง

โดยตนเองอาจจะเข้าไปสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 อีกครั้ง ในเร็วๆ นี้ เพื่อที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างประสานงานกับทางการมาเลเซีย เกี่ยวกับการติดตามตัวผู้ต้องหาขบวนการระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งหลังจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้น ประเภทรูปถ่ายและลักษณะของผู้ต้องหา เป็นแนวทางเชิงเบาะแสให้ตำรวจมาเลเซียใช้ในประกอบกับข้อมูลที่มีอยู่

ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมที่มาเลเซียจะเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดหรือไม่ ส่วนจะมีการส่งผล DNA หรือ ข้อมูลเชิงลึกให้เพิ่มเติมหรือไม่ อาจจะต้องรอเป็นขั้นตอนต่อไป

MThai News

รวบชายสุดวิปริต แช่อวัยวะเพศหญิงในตู้เย็น

ตำรวจแอฟริกาใต้จับกุมชายชาวเดนมาร์กสุดวิปริต หลังแอบซุกซ่อนอวัยวะเพศหญิงเอาไว้ในตู้เย็นที่บ้านพัก เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมเหยื่อ

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.58 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแอฟริกาค้นพบขวดแก้วและกระปุกซึ่งภายในบรรจุชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์บริเวณอวัยวะเพศของผู้หญิงเป็นจำนวน 21 ชิ้น

ภายในบ้านพักของนายปีเตอร์ เฟรเดอริคเซน เจ้าของร้านจำหน่ายปืนชาวเดนมาร์กวัย 58 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองบลูมฟองเทน ประเทศแอฟริกาใต้ โดยขวดแก้วเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ภายในตู้เย็น

ดอง,อวัยวะเพศ,ตัดอวัยวะเพศ,ฆาตกรรม

ซึ่งนอกจากหลักฐานที่ถูกดองอยู่ภายในขวดแก้วแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอุปกรณ์ผ่าตัดและยาสลบจำนวนมากอยู่ภายในบ้านหลังเดียวกัน

นอกจากนี้รายงานข่าวได้เปิดเผยว่า นายเฟรเดอริคเซน ได้ล่อลวงเหยื่อซึ่งเป็นผู้หญิงหลายคนมาจากประเทศเลโซโท ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน

จากนั้นเขาได้วางยาสลบและผ่าตัดนำเอาอวัยวะเพศหญิงออกมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุในการนำเอาอวัยวะเพศเหล่านี้มาเก็บไว้ รวมทั้งยังไม่ทราบชะตากรรมของหญิงที่ถูกผ่าตัดอวัยวะเพศออกมา

อย่างไรก็ตามทางการเดนมาร์ก ได้เข้าควบคุมตัวนายเฟรเดอริคเซน จากคดีการค้าอาวุธผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไต่สวนหาแรงจูงใจของการก่อเหตุและวิธีการล่อลวงผู้หญิงมาทำร้าย พร้อมทั้งเตรียมตั้งข้อหาทั้งทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดทางเพศ และข่มขู่คุกคามให้เกิดความกลัวก่อนส่งตัวเขาขึ้นศาล เพื่อฟังการพิจารณาคดีในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ต่อไป

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา  tuko.co.ke