ช่วยทัน นทท.สาว ลอยคอทะเลสมุยนาน 5 ชม.

สัตวแพทย์สาวชาวเบลเยี่ยมลอยคอกลางทะเล 5 ชั่วโมง เรือประมงช่วยชีวิตได้หวุดหวิด

วานนี้(29 ต.ค. 58) เวลา 19.30 น. เรือประมงชื่อพรสมจิตร 51 ซึ่งเป็นเรือจับปลาโอ จากจังหวัดระยอง โดยมีนายนันทพงศ์ คชาอาจ อายุ 41 ปี เป็นไต๋ก๋งเรือลำดังกล่าว แจ้งว่า ได้ทำการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวสาว ทราบชื่อ นางสาวเฮจิแมน บิกิส อายุ 26 ปี สัญชาติเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ ได้กลางทะเลระหว่างเกาะสมุยและเกาะพะงัน อยู่ในสภาพอิดโรยและอ่อนเพลียอย่างมาก

ต่อมาเรือประมงชื่อพรสมจิตร 51 ก็ได้เข้าเทียบท่าบริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนำตัวนางสาวเฮจิแมน บิกิส ( HAEGEMAN BIRGIT ) สัตว์แพทย์สาวชาวเบลเยี่ยม ที่อยู่ในชุดกางเกงชาวเลสีชมพูอ่อน และเสื้อยืดสีขาว ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ลูกเรือนำมาให้สวมใส่แก้อาการหนาว

เนื่องจากนางสาวเฮจิแมน บิกิส ได้ลอยคออยู่กลางทะเลกว่า 5 ชั่วโมงจนมีเรือประมงมาพบดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกาะสมุย จากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการนเรนทรอ่าวไทย ได้นำตัวขึ้นรถพยาบาลไปยังโรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อพักฟื้นจากอาการอ่อนเพลีย

จากการสอบถามนายนันทพงศ์ คชาอาจ ไต๋ก๋งเรือพรสมจิตร 51 ทราบว่า ในขณะที่กำลังนำเรือเข้าฝั่งเพื่อหลบคลื่นลมที่มีกำลังแรงบริเวณเกาะสมุย ระหว่างที่เรือกำลังแล่นอยู่ระหว่างเกาะสมุย กับเกาะพะงัน ได้ยินลูกเรือร้องเสียงดังว่ามีคนอยู่ในทะเลโบกมือขอความช่วยเหลือ ตนจึงได้หันหัวเรือเข้าทำการช่วยเหลือพบว่าเป็นนักท่องเที่ยวสาว

กระทั่งได้ช่วยกันนำตัวขึ้นบนเรือ จึงพบว่านักท่องเที่ยวสาวรายนี้อยู่ในสภาพที่อ่อนเพลีย และหนาวสั่น เนื่องจากอยู่ในชุดว่ายน้ำ จึงได้ให้ลูกเรือนำเสื้อและกางเกงมาให้ใส่พร้อมชงโอวัลตินและขนมปังให้นักท่องเที่ยวสาวรายนี้ได้รองท้อง จากนั้นได้นำเรือเข้าเทียบท่า บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ธนกร พัฒนนันแก้ว สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้เดินทางมาสอบถามนางสาวเฮจิแมน บิกิส สัตวแพทย์สาวชาวเบลเยี่ยม ภายในโรงพยาบาลเกาะสมุย ทราบว่าได้เดินทางมายังเกาะสมุยพร้อมด้วยแฟนหนุ่มชาติเดียวกัน และเข้าพักยังบังกาโลแฮมม็อคค์ ตำบลแม่น้ำ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้

จากนั้นได้นั่งเรือกลับมายังเกาะสมุยเมื่อเวลา 07.00 น. และได้ลงเล่นน้ำทะเล โดยได้นำเรือคายัคที่อยู่บริเวณชายหาดหน้าบังกะโลพายออกไป จากนั้นได้กระโดดลงจากเรือคายัค แต่ด้วยกระแสน้ำที่แรงทำให้เรือลอยไปไกล จึงพยายามว่ายน้ำ เพื่อไปยังเรือแต่ไม่สามารถทำได้ จึงต้องลอยคออยู่กลางทะเลตั้งเวลาประมาณ 13.00 น. จนถึงเวลาประมาณ 18.40 น. เรือประมงผ่านมาพบจึงได้เข้าช่วยชีวิตสัตวแพทย์สาวชาวเบลเยี่ยมได้

โดย พ.ต.ท.ธนกร พัฒนนันแก้ว สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย จะได้ประสานสถานทูตเบลเยียมและสายการบินในการเลื่อนตั๋วโดยสารเครื่องบินให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้ ส่วนแฟนหนุ่มได้บินกลับประเทศไปแล้วเนื่องจากตั๋วเครื่องบินจะต้องเดินทางวันนี้

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ณัฐพงศ์ พรหมสุวรรณ์ แพทย์โรงพยาบาลเกาะสมุย ได้เข้ามาตรวจร่างกายแต่ไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด พบแต่รอยไหม้แดงจากการถูกแสงแดด จึงได้ให้นอนพักฟื้นให้หายจากอาการอ่อนเพลีย ก่อนอนุญาตให้กลับได้

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

“รด.” เรียนเพื่อฝึกความแข่งแกร่ง หรือ หนีเกณฑ์ทหาร?

ก่อนหน้านี้  MThai ข่าวภาคซ่าส์ เคยหยิบยกเอา กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ถกเถียงกันเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารของชายไทย ซึ่งมีผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องการให้ยกเลิก การเกณฑ์ทหาร เพราะมองว่าบ้านเมืองเราก็สงบดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีทหารก็ได้ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผู้คนบนโลกออนไลน์ได้แชร์แคมเปญเกี่ยวกับความมั่นคง โดยมีผู้สร้างแคมเปญรณรงค์ที่มีชื่อว่า “ไม่เรียนรด.ก็ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร” มีการล่ารายชื่อเพื่อยื่นเสนอต่อรัฐบาลไทย จุดประสงค์ของแคมเปญนี้คือ หากอยากจะให้เป็นทหารต้องมาจากการสมัครใจเท่านั้น เพราะมองว่าการเรียน รด. เป็นเหมือนช่องทางการหลีกหนีให้ชายที่ไม่ต้องการเกณฑ์หทารเท่านั้น

ผู้สร้างแคมเปญระบุรายละเอียดไว้ว่า…ประเทศไทยมีการบังคับเกณฑ์ทหารมาอย่างยาวนานเพื่อเป็นกองกำลังในการรบให้เเก่ประเทศชาติ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 การเรียนรด.ก็เริ่มขึ้นเนื่องจากภัยสงครามโลก เพื่อการเตรียมความพร้อมในการรบ และเมื่อสงครามจบลง ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม มีคนมากมายที่ต้องการที่จะเป็นทหารและทหารกองเกิน (รด.) ที่ดีและมีคุณภาพให้กับประเทศชาติ

แต่ก็ไม่สามารถเป็นได้เพราะมีกลุ่มคนที่เรียนเพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร พวกเขาหมดสิทธิ์ให้กับคนที่เรียนเพื่อขอแบบผ่านไปที หากโครงการรณรงค์สำเร็จและออกมาเป็นรูปธรรมได้เเล้ว กองกำลังทหารของประเทศไทยจะต้องเป็นกลุ่มคนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเเน่นอน

รวมทั้งสวัสดิการและงบประมาณที่เฉลี่ยต่อคนมากขึ้นอีกด้วย ทั้งยังให้โอกาสแก่ผู้ที่ไม่ต้องการเรียนรด.หรือเกณฑ์ทหารในการนำเวลาที่จะเสียไปโดยปล่าวประโยชน์จากการเรียนรด.ด้วย

ความเบื่อหน่ายเกลียดชัง ไปทำประโยชน์ให้กับตนเอง สังคม และประเทศชาติ และยังเป็นการลดการคอรัปชันในการจับใบดำ-ใบเเดง และใบรับรองเเพทย์อีกต่างหาก “เมื่อเราทำในสิ่งที่ชอบที่ใช่ สิ่งนั้นเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ”

cats

รด.! เรียนเพื่อฝึกความแข่งแกร่ง หรือ หนีเกณฑ์ทหาร?

สำหรับ นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) หมายถึง บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างเข้ารับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 เป็นกำลังพลสำรองของกองทัพไทยภายใต้การควบคุมของ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (คนทั่วไปนิยมเรียกว่า รด.)

เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยเริ่มมีการฝึกยุวชนทหารเพื่อผลิตทหารกองหนุน สนับสนุนการรบของกองทัพไทย กล่าวได้ว่าการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) มีต้นกำเนิดและแนวคิดมาจากยุวชนทหาร และปี พ.ศ. 2491 ได้มีการสถาปนากรมการรักษาดินแดน ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2491

cats

รด.! เรียนเพื่อฝึกความแข่งแกร่ง หรือ หนีเกณฑ์ทหาร?

เป้าหมายของการฝึกนักศึกษาวิชาทหารในแต่ละชั้นปี

ชั้นปีที่ 1 และ 2 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารเบื้องต้น เพื่อให้บังเกิดระเบียบวินัย ลักษณะทหาร การเชื่อฟังและการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด สามารถใช้อาวุธประจำกาย และทำการยิงปืนอย่างได้ผล

ชั้นปีที่ 3 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารทั้งทางเทคนิคและยุทธวิธี ให้สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บังคับหมู่ได้

ชั้นปีที่ 4 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารทั้งทางเทคนิคและยุทธวิธี ให้สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้บังคับหมวดได้

ชั้นปีที่ 5 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารทั้งทางเทคนิคและยุทธวิธี ให้สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดได้

อย่างไรก็ตามผู้ที่ออกมาล่ารายชื่อคงต้องย้อนกลับมาถามตัวเองก่อนว่า ที่ออกมาเรียกร้องกันไม่ว่าจะเป็นการไม่อยากเรียน รด. หรือไม่อยากเข้ารับการเกณฑ์ทหารนั้น มันคือการเรียกร้องเพราะต้องการความเปลี่ยนแปลง หรือแท้จริงเราก็แค่เป็นคนรักสบายไม่ชอบความลำบากแค่นั้นหรือเปล่า? สำหรับข้อดีของการเรียน รด.หรือการเป็นทหาร อย่างน้อยก็คงได้เรียนรู้เรื่องกฎระเบียบและฝึกความอดทน ซึ่งถือได้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้เข้ารับการฝึกเองด้วย…

 MThai News

เหี้ยม!! ภาพช้างถูกฆ่าตายสยอง ที่ซิมบับเว

เลือดนองป่า ช้าง 22 ตัว ถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการฆ่าตัดคอ วางยาพิษ และตัดงาช้าง โดยขณะนี้มุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่อุทยาน ที่อาจก่อเหตุเพราะแค้นที่ไม่ได้ค่าจ้าง

ช้าง,ฆ่าตัดคอ,เจ้าหน้าที่อุทยาน,ไม่ได้ค่าจ้าง,ซิมบับเว

เหี้ยม!! ช้างถูกฆ่าตัดคอตายเกลื่อน คาดฝีมือ จนท.แค้นไม่ได้ค่าจ้าง

วานนี้ (29 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์น่าสลดใจ ที่เกิดขึ้นในประเทศซิมบับเว เมื่อช้างจำนวน 22 ตัวของ อุทยาทแห่งชาติฮวางจี ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ด้วยวิธีวางยาพิษ ตัดหัว ตัดงวง และอยู่ในสภาพนอนตายเกลื่อน โดยชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจายไปทั่ว

รายงานระบุว่า มีการพุ่งเป้าไปที่ เจ้าหน้าที่ภายในอุทยาน เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้าง และต้องการประท้วงด้วยวิธีที่รุนแรง เพราะเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในอุทยานแห่งชาตินี้ เป็นที่รู้กันดีว่าจะได้รับเงินค่าจ้างอันน้อยนิด ทั้งที่ต้องทำงานเสี่ยงอันตราย เนื่องจากต้องคอยระมัดระวัง บรรดาผู้บุกรุกที่จ้องจะเอาอาวุธเข้ามาล่าสัตว์

อย่างไรก็ตาม การฆ่าสัตว์ใหญ่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในซิมบับเว เนื่องจากบรรดานักล่าทั้งหลายชอบทำกันเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว โดยสัตว์ที่ตกเป็นเหยื่อบ่อยที่สุดคือช้างและแรด เพราะนักล่าสามารถนำเอางา และนอไปลักลอบขายให้ประเทศทางเอเชียตะวันออกได้

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา  reuters