อ้าง ลูกน้องสารวัตรโจ้ บุกเคลียร์ปมวินจยย.

อ้าง ‘ลูกน้องสารวัตรโจ้’ บุกเคลียร์ปัญหาเรื่องวิน จยย. หน้าห้างดังย่านห้วยขวาง ก่อนตะลุมบอนเดือด 

วันนี้ 30 พ.ย. ตำรวจ สน.ห้วยขวาง รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทมีคนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าห้างเอสพลานาด ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุพบวินจักรยานยนต์รับจ้าง กำลังจับกุมผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ 3 ราย คือ นายนิติพงษ์ จิระ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน นายองอาจ ชูรอด ถูกทำร้ายร่างกายมีบาดแผล และนายสุรเดช พิชัยรัตนา ส่วนอีกฝ่ายเป็นวิน จยย.ข้างห้างเอสพลานาดรัชดา คือ นายพิเศษ หรือ ตี๋ รัตนงาน

ลูกน้องสารวัตรโจ้

จากการสอบสวนนายพิเศษ ให้การว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนเป็นตัวแทนวินจยย.ไปร้องเรียนกับทางเจ้าหน้าที่ทหารและกองบังคับการปราบปรามว่า นายพุฒิเศรษฐ์ หรือ โจ้ สร้อยสุวรรณ อ้างตัวเป็นสารวัตรเรียกเก็บผลประโยชน์วินจยย. หน้าห้างเอสพลานาด สร้างความเดือดร้อนให้กับวินจยย.

จนเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ทางเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามได้ทำการจับกุม นายพุฒิเศรษฐ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ 26 พ.ย. นายพุฒิเศรษฐ์ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ทางเจ้าหน้าที่ทหารเรียกตนเข้าไปพบและเตือนวินจยย. ให้ระมัดระวังตัวเองเวลาลูกค้าเรียกรถออกไปไหนไกล ๆ ให้สังเกตให้ดี

ล่าสุดมีชาย 3 คนลงมาจากรถเก๋ง ไม่ทราบทะเบียน ลงมาถามหาตน เมื่อตนกลับมาจากส่งลูกค้า ได้เห็นนายพุฒิเศรษฐ์ นั่งอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวปรี่เข้ามาหาเรื่องตนพร้อมกับลงไม้ลงมือชกต่อยในทันทีจังหวะชุลมุนตนเห็นท่าไม่ดี จึงควักปืนพกขนาด .45 มม. ยิงลงพื้นเพื่อป้องกันตัว

ด้านกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่า เป็นลูกน้องของ นายพุฒิเศรษฐ์ จริง แต่ไม่ได้ต้องการจะมีเรื่องด้วย เพียงแต่อยากคุยกันเฉย ๆ เนื่องจากเคยขับรถจยย. อยู่ในวินหน้าห้างเอสพลานาดด้วยกันมา แต่หลังจากที่ นายพุฒิเศรษฐ์ ถูกจับกุมดำเนินคดีกลับถูกกีดกันไม่ให้มาขับขี่ในวินจยย.นี้อีก

เบื้องต้นแจ้งข้อหานายพิเศษ ทำร้ายร่างกายโดยอาวุธปืน และพกพาอาวุธปืน ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนโดยละเอียด เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

ขอบคุณ เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ไม่มีใครให้ฟรี! พระเตือนสติชาวเน็ต หลังทดลองแจกไอโฟน

พระดังโพสต์ข้อความ เตือนสติชาวเน็ต หลังทดลองแจกไอโฟน 

แฟนเพจ พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร ได้โพสต์ข้อความเผยว่า จากปรากฎการณ์ชวน Like ชวน Share ภาพกล่องโทรศัพท์ไม่น่าเชื่อว่า จะมีญาติโยมร่วมสนุกกันจำนวนมาก ดูจากยอด Like ที่เกือบถึง 3000 ยอด Share อีกเกือบ 600 คอมเม้นต์อีกเป็นพัน

คือต้องบอกก่อนว่า อาตมาไม่ได้เอากล่องโทรศัพท์มาโพสต์แกล้ง เพื่อต้องการหลอกให้มากดไลค์หรือกดแชร์เฉยๆ  แต่อาตมาได้กล่องโทรศัพท์มาจริง แต่เป็นกล่องเปล่า อย่างในภาพที่สองนี้ มันไม่มีโทรศัพท์อยู่แล้ว แน่นอนว่าคงไม่มีใครใจดี วางกล่องโทรศัพท์พร้อมทั้งโทรศัพท์ให้คนอื่นหยิบไปใช้ง่ายๆ หรือตั้งใจจะแจกโทรศัพท์ราคาแพงให้คนอื่น เพียงเพราะต้องการแลกกับยอดไลค์หรือยอดแชร์เท่านั้น

12273604_1698850750401468_7874911394541224198_o

อาตมาเห็นว่า ถึงจะมีแค่กล่องเปล่า แต่มันก็เป็นประโยชน์ ที่จะเอามาโพสต์ เพื่อทดสอบสติและการใช้วิจารณญาณก่อนที่จะหลงเชื่อสิ่งต่างๆ ของญาติโยมที่ติดตามอาตมา คือจริงๆ ต้องการจะเตือนสติ แต่ใช้วิธีการที่อาจเรียกว่าแรงไปนิด หนามยอกเอาหนามบ่ง

ถ้าโยมอ่านสิ่งที่อาตมาโพสต์ จะเห็นว่า อาตมาตั้งสถานะความรู้สึกว่า ‘ดักแป๊ป’ นั่นหมายถึง ไม่ได้จะแจกโทรศัพท์จริงๆ หรือถ้าอ่านเห็นคำว่า “กล่อง” จะต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่อาตมาโพสต์ทันทีว่า ตกลงท่านแจกกล่องหรือแจกโทรศัพท์ ก่อนที่จะคอมเม้นต์หรือแชร์ ตามที่อาตมาสั่งให้ทำ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดนะ ที่ใครจะคอมเม้นต์คำว่า “สาธุ” ใต้รูปกล่องโทรศัพท์ที่อาตมาโพสต์หรือแชร์รูปนั้นไป ด้วยความรู้สึกมีความคาดหวังว่า อาตมาจะแจกโทรศัพท์จริงๆ เพราะใครก็อยากได้ของฟรีกันทั้งนั้น จริงไหม? 

ที่อาตมาเอาเรื่องนี้มาเล่น ก็เพราะเห็นแบบนี้แหละ เห็นว่า เดี๋ยวนี้มันมีอะไรในลักษณะนี้กันมากเหลือเกิน ประเภทชวน กดไลค์ กดแชร์ แล้วจะแจกของ หรือ กดไลค์กดแชร์ แล้วจะมีโชคลาภร่ำรวยเงินทองอะไรแบบนี้ แล้วเราก็ไม่ตั้งคำถามกับมันเลย ไม่ตั้งคำถามกับรูปที่เรา “สาธุ” ไม่ตั้งคำถามกับรูปที่เราแชร์ ไม่ตั้งคำถามแม้กับไอ้คนที่มันหลอกให้เราทำตามที่มันสั่ง เรา

สาธุ ใต้รูปงูสิบหัวหรือหมาสิบขา โดยที่ไม่รู้สึกว่า มันตลก เรายอมคอมเม้นต์บอกวันเดือนปีเกิดบ้านเลขที่ของเรา เพียงเพราะมีคนมาบอกเราว่า เม้นต์แบบนี้แล้วเราจะร่ำรวยความอยากไม่ใช่สิ่งเสียหาย ใครก็มีสิทธิ์อยากมีอยากได้ แต่เราต้องไม่ลืมนะว่า ความอยากนี่ ถ้ามันมีมากเกินพอดี มันก็ให้โทษได้ อันนี้อยากขอเตือนพวกท่านด้วยความหวังดีไม่มีเจตนาแฝง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ดีเดย์วันนี้! กทม. ลุยรื้อ ‘แผงพระ’ ท่าพระจันทร์

กทม. ลุยรื้อ ‘แผงพระ’ ท่าพระจันทร์ 30 พ.ย.นี้วันเแรก ยก สะพานเหล็ก กรณีตัวอย่าง  ขณะผู้ค้า โอด ไร้ที่ค้าขาย เสียดาย แหล่งค้าพระเก่าแก่ของประเทศ 

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า หลังจากที่รัฐบาล และคสช. มีนโยบายจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะต่างๆ เพื่อคืนความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสวยงามให้แก่ประชาชน เช่น การจัดระเบียบสะพานเหล็ก ภูทับเบิก ชายหาด หาบเร่แผงลอยฯลฯ นั้น

รื้อ 'แผงพระ' ท่าพระจันทร์

พบว่ามีประชาชนจำนวนมากสนับสนุน และชื่นชมการทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะการคืนพื้นที่สะพานเหล็ก ซึ่งทำให้คลองโอ่งอ่างกลับมาสดใสมีชีวิตอีกครั้ง ระบบบำบัดน้ำเสียได้รับการแก้ไข และประชาชนมีที่พักผ่อนหย่อนใจ

ส่วนแผงพระเครื่องย่านท่าพระจันทร์ ซึ่งจะดำเนินการจัดระเบียบในวันที่ (30 พ.ย.58) เป็นวันแรก โดยภาครัฐได้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ค้า เช่น ประสานจัดหาพื้นที่ค้าขายใหม่บริเวณตลาดพระราม 2 หรือ ตลาดบางบัวทอง ให้ประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งรัฐบาลได้ยกกรณีสะพานเหล็กเป็นแบบอย่าง เพื่อให้แต่ละชุมชนเป็นระเบียบสวยงาม และมุ่งหวังให้ทุกชุมชนให้ความร่วมมือดำเนินการให้สำเร็จ เพื่อให้บ้านเมืองน่าอยู่มากขึ้น

นอกจากนี้ มีรายงานว่า กลุ่มผู้ค้าย่านท่าพระจันทร์ ยังอยู่ในความรู้สึกกังวลว่าจากนี้ จะทำอย่างไรต่อไป จะไปค้าขายที่ไหน หรือประกอบอาชีพอะไร เพราะหากไปตลาดอื่น ก็หวั่นขายไม่ได้ หรือ รายได้น้อย ขณะที่ผู้ค้าบางส่วน ก็พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และยอมไปค้าขายในพื้นที่ที่รัฐจัดไว้ให้

ขณะที่เสียงสะท้อนของประชาชน บางส่วนระบุ รู้สึกเสียดายแหล่งค้าพระเครื่องท่าพระจันทร์ ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน แต่บางส่วนก็รู้สึกดีกับการจัดระเบียบครั้งนี้

ภาพ voice

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News