ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหากยังจำกันได้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ได้นำเสนอเรื่องดอกเบี้ยรถยนต์และการเปิดให้กู้เงินของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ให้คนฝันมีบ้านกู้ผ่านได้ง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นโครงการดังกล่าวก็สำหรับคนชนชั้นกลางที่ฝันอยากจะมีบ้านและราคากู้ส่วนใหญ่บ้านก็เป็นล้านกันทั้งนั้น ล่าสุดมีข่าวดีจากทางรัฐบาลว่ามีการเตรียมตัวไฟเขียวโครงการบ้านคนจนเพื่อให้คนรายได้น้อยได้มีบ้านและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพาไปลัดเลาะโครงการนี้ว่าฝันอีกไกล หรือ ใกล้เป็นจริงแล้ว
โครงการบ้านคนจนนี้มีที่มาจาก การที่ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พร้อมกับสมาคมสังหาริมทรัพย์ ได้ประกาศนโยบายบ้านคนจน ซึ่งเป็นคนละโครงการของบ้านยั่งยืนหรือบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งนโยบายบ้านคนจนนี้ระบุว่า จะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียมก็ได้แต่ต้องราคาไม่เกิน 6แสนบาท และต้องสามารถผ่อนได้เดือนละไม่เกิน 4,000 บาท ซึ่งจำกัดว่าคนที่จะซื้อบ้านโครงการนี้ได้จะต้องมีรายได้ครัวเรือนไม่เกินละ 15,000 บาท

สาเหตุที่ต้องแยกโครงการนี้ออกมาจากบ้านเอื้ออาทรเพราะมีการมองเห็นจุดอ่อนของ บ้านเอื้ออาทรที่ติดปัญหาเรื่อง ทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไกล ทำให้เพิ่มค่าครองชีพในการเดินทาง รวมถึงสภาพแวดล้อมและสังคมที่เสื่อมโทรมด้วย ซึ่งงานของการเคหะปัจจุบันถือว่ามีความล่าช้าในการเพิ่มจำนวนบ้านของโครงการเพราะตั้งแต่ปี 2519 นับตั้งแต่มีการเดินหน้าโครงการของการเคหะแห่งชาติ เพิ่งจะสร้างบ้านไปได้แค่ 709,256 หน่วยเท่านั้น

โดยโครงการบ้านคนจนนี้ มุ่งหวังยกระดับให้เป็นโฉมใหม่ของบ้านคนจน คือ ทำเลดีสาธารณูปโภคน้ำไฟฟ้าและรถเมล์เข้าถึงมีบริการหลังการขายที่ดี รวมถึงการดึงบริษัทเอกชนด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาเป็นผู้ร่วมโครงการ รับรองได้ถึงความมีมาตรฐานน่าอยู่ของโครงการแน่นอน
ตามแผนแม่บทโครงการนี้มีแผนกำหนดเวลา 10 ปี (2559-2568) จะต้องสร้างบ้านได้มากถึง 2.7 ล้านหน่วย ถามว่าคนจนจะคุ้มมั้ย หากทำโครงการนี้ มีการคาดการณ์ว่าปัจจุบัน มีคนที่เช่าบ้านอยู่ประมาณ 4.5 ล้านครัวเรือน ถือว่าเยอะกว่าจำนวนที่จะสร้างเท่าตัวเลย แต่ก็ช่วยทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ เปลี่ยนจากเอาเงินไปจ่ายค่าเช่ารายเดือน เอามาผ่อนบ้านดีกว่า ได้บ้านและได้สิ่งแวดล้อมด้วย

แต่ถ้าถามว่า บ้านถูกขนาดนี้แล้วเอกชนจะได้กำไรอะไรล่ะ ? คำตอบง่ายๆ คือ โครงการนี้จะถูกรวมเข้าไปอยู่ใน CSR ของบริษัทนั้นสามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ด้วย ซึ่งบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำให้คุ้มทุน ไม่หวังผลกำไร และถ้าหากให้บริหารจัดการโดยเอกชนก็จะมีรายได้จากค่าส่วนกลางของหมู่บ้านอีกด้วย ซึ่งรัฐบาลจะเป็นผู้จัดหาที่ดินให้อีกด้วย ทำให้ลดต้นทุนในการก่อสร้างเข้าไปอีก

หากมองในแง่ของไอเดียแนวคิดถือว่าเป็นฝันของคนอยากมีบ้านเลยทีเดียวแต่ทั้งนี้ก็ยังพบอุปสรรคอีกมากมาย เพราะทำได้ยาก ในแง่ของกำลังของเอกชนในการสร้างบ้าน ความพร้อมของคนซื้อเองที่มีรายได้ต่ำไม่แน่นอน รวมถึงที่ดินที่มีทำเลดีอย่างที่รัฐบาลว่าก็ไม่ได้มีเยอะและจัดสรรได้ง่ายขนาดนั้น
ยิ่งไปกว่านั้นนับวันโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นดอกเห็ดและราคาสูงหลักล้านขึ้นไปแล้ว เอกชนคงไม่อยากเสียเวลากับการลงทุนที่ได้เพียงภาพลักษณ์และการลดหย่อนภาษี สู้เอาเวลาไปขยายโครงการจะได้กำไรมากกว่า อีกแง่หนึ่้งก็คือหากต้องมาร่วมงานกับรัฐบาลก็จะมีความซับซ้อนของระบบราชการเข้าไปด้วย ทำให้งานไม่คล่องตัว นี่ก็กลายเป็นอุปสรรคของโครงการบ้านคนจน

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องคอยจับตาดูว่าโครงการนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่ ? ซึ่งจะมีการประชุมเรื่องความคืบหน้าของโครงการอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้อีกครั้ง แต่อย่าลืมว่า ของถูก ของฟรี ไม่มีในโลก ทุกอย่างต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงอยู่แล้ว ใครอยากได้บ้านโครงการนี้ หากเปิดให้จองจริงๆ คงจะต้องแย่งชิง ไขว่คว้ากันหน่อย รวมถึงต้องรอว่า ฝันจะเป็นแค่ฝันหรือไม่ ? และรัฐบาลที่มาสานต่องานจากรัฐบาลคสช. ยังจะเก็บโครงการนี้ไว้หรือเปล่า ?
MThai News