เตือน! ห้ามใช้โดรนถ่ายปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad

เจ้าหน้าที่จัดกิจกรรม เตือนห้ามใช้โดรน ในกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

วานนี้ (17พ.ย.58) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมตำรวจทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ เพื่อเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกจัดกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD วันที่ 11 ธันวาคมนี้

พลตำรวจเอกเดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการประสานจาก วิทยุการบินแห่งประเทศไทย ในเรื่องการประกาศงดใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ตั้งแต่ 6 นาฬิกา ถึง 24 นาฬิกา ในวันจัดกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD”

ตลอดเส้นทาง 29 กิโลเมตร ภายในรัศมี 9 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและตลอดระยะความสูง 3,000 ฟุตจากพื้นดิน เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ การใช้โดรนจะต้องได้รับอนุญาตจาก วิทยุการบินแห่งประเทศไทย หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ปั่นเพื่อพ่อ, Bike For Dad, โดรน

ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เล้นซ์ กับ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเช่นกัน เพื่อชี้แจงการเตรียมพร้อมระบบบริการด้านการแพทย์และการสาธารณสุข รองรับกิจกรรม” ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD ” ซึ่งจะมีประชาชนเข้าร่วม 6 แสน 7 พัน 909 คน

โดยในต่างจังหวัดได้ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมการแพทย์ จะร่วมกับทหาร ตำรวจ โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชน พร้อมด้วยมูลนิธิต่างๆ ได้ร่วมซักซ้อมระบบล่วงหน้า 1 ถึง 2 สัปดาห์

ปั่นเพื่อพ่อ, Bike For Dad, โดรน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

แปลกแต่จริง! เผายากลางหลังรักษาโรค

เปิดวิธีการรักษาโรคด้วยสมุนไพรไทยเรียกกันว่า เป็นวิถีล้านนา มีการจุดไฟเผายาให้ลุกกลางหลัง เพื่อรักษาโรค

วันนี้(18 พ.ย. 58) จะพาไปดูการรักษาโรคด้วยการเผาไฟเป็นการรักษาสมุนไพรแบบแพทย์แผนไทย รักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ผังผืด และเส้นต่างๆ จากสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ขมิ้น มะกรูด พลับพลึง ไพล และสมุนไพรที่เก็บเป็นความลับอีก 2 สามอย่าง เป็นหัวใจสำคัญ ที่แม่ครูจรรยาหมอพื้นบ้านล้านนาใช้รักษาโรคมานานหลายปีแล้ว

แปลก! เผายาให้ไฟลุกกลางหลัง ใช้รักษาโรคได้ผลจริง

โดยขั้นตอนการรักษา นำสมุนไพรตามสูตรลับมาผสมรวมกันใช้น้ำมันสกัดทาบริเวณที่มีปัญหา เปิดรูขุมขนด้วยการประคบสมุนไพรร้อนๆ ใช้เวลาประคบนานพอสมควร จากนั้นถึงเวลาสำคัญ นำผ้าขาวบางมาวางบนผิวหนัง ใส่สมุนไพรที่ผสมวางบริเวณที่ต้องการรักษา โรยด้วยการบูรให้ทั่วแล้วจุดไฟเผายา

จากนั้นเผาทิ้งไว้สักครู่ ใช้ผ้าขาบางดับไฟ กดตัวยาให้ซึมลงไป  ไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียวแต่ต้องเผาถึง 3 ครั้งด้วยกัน ผลลัพท์การเผาสมุนไพร นำผ้าออกจะเห็นน้ำสมุนไพรไหลออกมา แม่จรรยา เล่าว่า ไม่ต้องกลัวอันตราย เพราะมีหนังสือแพทย์แผนไทยรับรอง

ด้านการตอกเส้นมีทั้งผ่อนคลาย และรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นต่างๆ ตามร่างกาย จากนั้นเปิดรูขุมขนด้วยการประคบร้อน นำผ้าขนหนูมาวางรอบๆ  ส่วนที่ไม่ต้องเผายาใช้ผ้าขาวบางรองผิวหนังนำสมุนไพรตามสูตรลงไปบนผ้าโรยด้วยการบูรจนสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ ความรู้สึกมันอุ่นๆ บริเวณหน้าท้อง เพราะมีสมุนไพรและผ้ากันผิวหนังการเผายานี้ ต้องทำโดยผู้ที่ศึกษาและมีความรู้เท่านั้นไม่แนะนำให้ทำเอง เพราะอานุภาพของไฟมันแรง อาจเป็นอันตรายได้

ทั้งนี้ ขั้นตอนในการรักษาต้องทำต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วันวันละประมาณ 3-6 ชั่วโมง แม่จรรยารับรักษา 3 วันหรือ 1 คอร์สเพียง 1 คนเท่านั้น คนอ้วนผอม ก็มีผลต่อการเผายา เพราะไขมันของคนอ้วน จำเป็นต้องเผายานานขึ้น เพื่อให้ซึมลึกลงชั้นไขมันอาการของโรคกล้ามเนื้อหนักเบา ก็รักษาแตกต่างกันไป

ที่มา ch7

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เมื่อ ‘วัฒนา’ สอนมวย ‘วิษณุ’ ปมคดี ‘จำนำข้าว’

“วัฒนา” ร่อนจดหมายสอนมวย “วิษณุ” 6 ข้อ เจตนารมณ์กฎหมายละเมิด คดี “จำนำข้าว”ที่ถูกต้องควรเป็นอย่างนี้มิใช่หรือ?

จากกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงเหตุผลในการที่รัฐบาลจะใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยให้เหตุผลว่าเป็นขั้นตอนปกติตามกฎหมายที่บังคับใช้มาแล้ว หากใช้วิธีฟ้องคดีแพ่งธรรมดารัฐบาลจะเสียเปรียบรูปคดีนั้น

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงทำจดหมายเปิดผนึกถึง นายวิษณุ แสดงความคิดแย้งในกรณีดังกล่าว ดังนี้

113-2-0

1.เจตนารมณ์ในการออกพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ คือ “เมื่อการที่ทำไปทำให้หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพียงใดก็จะมีการฟ้องไล่เบี้ยเอาจากเจ้าหน้าที่เต็มจำนวนนั้น”

2. กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยึดอำนาจมา โดยมีข้อกล่าวหาว่าโครงการรับจำนำข้าวทำให้ประเทศชาติเสียหาย ถือเป็นคู่กรณีที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองและมีส่วนได้เสียแล้วตามกฎหมาย

3.ส่วนที่ว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้มากว่า 19 ปี ดำเนินการมากว่า 5,000 คดี พร้อมกับยกตัวอย่างคดีสำคัญ ซึ่งคดีเหล่านั้นเข้าหลักเกณฑ์ คือมีคู่กรณี 3 ฝ่าย

4.หลักการนิติธรรม คือ ความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย การที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นปฏิปักษ์และเป็นคู่กรณีที่มีส่วนได้เสียทางการเมืองจะมาใช้คำสั่งทางปกครองจึงไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม

5.อาจารย์บอกเองเรื่องนี้ รัฐมีทางดำเนินการได้สองทางคือการฟ้องคดีแพ่งต่อศาลยุติธรรม หากรัฐเลือกดำเนินการในทางนี้จะไม่ขัดกับหลักการที่เคยทำมา เพราะการใช้คำสั่งทางปกครองที่ผ่านมามีบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความแตกต่างกับคดีที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ยกเว้นจะเป็นไปตามที่อาจารย์บอกคือรัฐบาลกลัวเสียเปรียบรูปคดีเลยเลือกวิธีเอาเปรียบ น.ส.ยิ่งลักษณ์แทน

6.อาจารย์ยังไม่เห็นหรือว่ากระบวนการในเรื่องนี้ มีความผิดปกติและไม่ชอบธรรมจึงต้องออกคำสั่งมาคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ทางแก้ในเรื่องนี้มีอยู่แล้วคือการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานส่งอัยการสูงสุดให้ฟ้องเป็นคดีแพ่งในมูลละเมิดนอกจากจะลดข้อครหาในทุกเรื่องแล้วความจำเป็นที่ต้องพึ่งคำสั่งที่39/2558 ก็ไม่มีอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ดีใจที่ได้ยินอาจารย์กล่าวว่า ในชั้นนี้รัฐบาลจะเลือกการออกคำสั่งทางปกครอง เว้นแต่จะมีเหตุผลที่ดีกว่า จึงกราบเรียนเหตุผลข้างต้นมาประกอบกับหลักการที่เคยถูกสอนมาว่า”กฎหมายจะต้องอยู่บนหลักนิติธรรม จึงจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายรวมถึงฝ่ายที่ถูกบังคับตามกฎหมายนั้นด้วย ขอให้อาจารย์พิจารณาด้วยความรอบคอบอีกครั้ง

ที่มา .matichon

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News