กรุงเทพเมืองคุณภาพชีวิตแออัดและตกต่ำจริงหรือ?

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเผยถึงข้อมูลของบทศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ต่ำลง โดยมีปัญหามาจากการบริหารงานของกรุงเทพฯเอง ซึ่งบทศึกษาดังกล่าวนำมาสู่ข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าแท้จริงแล้ว คนกรุงเทพมหานครคุณภาพชีวิตต่ำจริงหรือ? แล้วมันยังเป็นเมืองหลวงที่น่าอาศัยอยู่หรือเปล่า ? วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพาคุณไปสำรวจคุณภาพชีวิตคนกทม.กัน

ข้อศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนกรุงนี้มาจาก สถาบันอนาคตไทย เผย10 ข้อเท็จจริงชีวิตคนเมืองกรุง ซึ่งเราขอยกเพียง 4 ข้อที่น่าสนใจและใกล้ปากท้องเรามากที่สุดมาลองพูดคุยกันว่าเป็นแบบนี้จริงหรือ ?

จากข้อมูลของผลการศึกษาเปิดเผยในตอนต้นว่า กรุงเทพฯ ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวให้ได้รางวัลเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน แต่เมื่อมีการจัดอันดับ “เมืองน่าอยู่” กรุงเทพฯ กลับตกไปอยู่ในอันดับที่ 102 จาก 140 เมืองทั่วโลกในปี 2557 พร้อมกับตั้งคำถามว่าทำไมกรุงเทพฯจึงกลายเป็นเมืองที่น่าเที่ยว แต่ไม่น่าอยู่?

aa

กรุงเทพฯ ได้รางวัลเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน

1.ระบบขนส่งมีปัญหา มีหน่วยงานกำกับดูแลแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

คนกรุงเทพเคยชินกับการตื่นแต่เช้าเพราะต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนที่รถติดแสนสาหัส การใช้เวลาเดินทางราว 3ชม.ต่อวันเพื่อไปกลับระหว่างบ้านและที่ทำงานกลายเป็นเรื่องธรรมดา เพราะรถยนต์สามารถทำความเร็วได้เท่ากับจักรยาน ยังไม่รวมพ่อแม่ที่จะต้องเผื่อเวลามากขึ้นเพื่อไปส่งลูกไปโรงเรียนไกลบ้าน เพราะไม่มั่นใจในคุณภาพโรงเรียนใกล้บ้าน

เรือและรถตู้กลายเป็นทางเลือกเพื่อย่นระยะเวลา แต่เราก็ต้องยอมรับว่าสวัสดิภาพ ของคนที่ใช้บริการเรือนั้นไม่ดีสักเท่าไหร่ ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสกปรกเวลาที่ น้ำจากคลองสาดเข้าเรือ เสียงเครื่องยนต์เรือที่ดังหนวกหู ส่วนรถตู้ก็มีชื่อเสียงใน ด้านความเร็ว บรรทุกผู้โดยสารเกิน ปัญหาเรื่องจุดจอด คนที่โดยสารเรือด่วน เจ้าพระยา และเรือแสนแสบมีมากถึง 29 ล้านคนต่อปี

bb

ระบบขนส่งมีปัญหา มีหน่วยงานกำกับดูแลแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

ส่วนจำนวนผู้โดยสารรถตู้ถึงจะไม่เคยมีใครเก็บข้อมูลไว้แต่ก็มีจำนวนไม่น้อย การที่ไม่มีข้อมูลยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า การจะตัดสินใจจะลงทุนด้านระบบขนส่งแต่ละอย่างไม่ได้ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการ ตัดสินใจ แต่ทั้งนี้รู้หรือไม่ว่ากรุงเทพฯ  มี 37 หน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจราจร หน่วยงานทั้งหลายต่างก็ทำหน้าที่แก้ปัญหาจราจร เช่น สำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและการจราจร กำหนดเส้นทางการเดินรถเมล์และรถไฟฟ้า ส่วนบีทีเอสเป็นกทม.ให้สัมปทาน กรุงเทพมหานครสร้างและซ่อมสัญญาณไฟจราจร แต่เป็นตำรวจจราจรที่คอยคุมสัญญาณไฟ ไม่น่าแปลกใจที่ปัญหาจราจรจึงแก้ไม่ได้เสียที

2.มหานครแห่งป้ายบิลบอร์ด

กรุงเทพเป็นเมืองที่มีป้ายเยอะมาก จึงทำให้ เรายังต้องคอยเดินหลบป้าย ทั้งป้ายบอกทาง ป้ายชื่อสถานที่ ป้ายโฆษณา บางทีก็เป็นป้ายโฆษณาของกรุงเทพมหานครเอง จนกรุงเทพได้รับฉายา “เมืองบ้าป้าย” โดยนอกจากจะอยู่บนทางเท้ากีดขวางคนเดินถนน ยังมีป้ายโฆษณาขึ้นไปอยู่บนตึก ตามสี่แยก บนทางด่วนที่เต็มไปด้วยป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่

aaaa

มหานครแห่งป้ายบิลบอร์ด

ก่อให้เกิดมลภาวะทางสายตาให้แก่ผู้พบเห็น จากตัวเลขของกรุงเทพมหานคร พบว่ามีป้ายโฆษณากว่า 100,000ป้ายต่อปี เฉพาะป้ายบิลบอร์ดมีราว 1,000 ป้ายทั่วกรุงเทพฯ แต่อย่าคิดว่ากรุงเทพมหานครจะได้รายได้เป็นกอบเป็นกำจากภาษีป้าย เพราะปีหนึ่งเก็บภาษีได้เพียง 778 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจำนวนป้ายที่เยอะแยะขนาดนี้ส่วนหนึ่ง มาจากงบประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานครปีละ 377 ล้านบาท

จากตัวเลขงบประมาณของสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่เป็นการประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ ของกรุงเทพ เช่น “กรุงเทพฯ มหานครแห่งความสุข”(30 ล้าน) “รักกรุงเทพร่วมสร้างกรุงเทพ” (20 ล้าน) “กรุงเทพฯ มหานครแห่งอนาคต” (8 ล้าน)

3.คนแออัดแห่ไปอยู่ชานเมือง เพราะค่าครองชีพในเมืองสูงกว่า 

ด้วยความกรุงเทพเป็นเมืองแสนแพงทำให้คนต้องออกไปอยู่นอกเมืองมากขึ้น ด้วยราคาที่ดินและบ้านที่ถีบตัวขึ้นสูงและเร็ว ถ้าเราเป็นมนุษย์ออฟฟิศกรุงเทพฯ ทั่วไป ที่ถึงแม้จะไม่มีหนี้ แต่เงินเก็บไม่ได้มากนักลำพังเงินเดือนของคนคนเดียวอาจจะไม่พอที่จะใช้ยื่นกู้ซื้อคอนโดห้องเล็กๆ ในกรุงเทพฯ หรือชานเมืองได้ด้วยซ้ำแต่ถ้าแต่งงานแล้ว เงินเดือนของ 2 คน ถึงจะพอกู้ซื้อคอนโดไซส์เล็กในเขตกรุงเทพรอบนอกอย่างแถวอ่อนนุช อุดมสุข หรือคอนโดไซส์ใหญ่ขึ้นมาหน่อยในแถบชานเมืองอย่างรัตนาธิเบศร์หรือแจ้งวัฒนะ

cats

คนแออัดแห่ไปอยู่ชานเมือง เพราะค่าครองชีพในเมืองสูงกว่า

แต่ก็อีกนั่นแหละ การอยู่นอกเมืองก็มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ไม่ใช่ถูกๆ ค่ารถไฟฟ้าในเมืองไทยนั้นก็ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับรายได้และค่าครองชีพ โดยราคาที่ดิน และคอนโดมีเนียมในกรุงเทพฯและปริมณฑลเพิ่มปีละ 8% จากปี 2551-2558 สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยแรงงานในกรุงเทพที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4% ต่อปี ทำให้แม้แต่ครัวเรือนที่มีรายได้เท่ากับรายได้เฉลี่ย ก็สามารถซื้อคอนโดได้ตั้งแต่เขต รอบนอกเป็นต้นไป และยิ่งอาศัยอยู่ไกลออกไป ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ยิ่งมากขึ้น ค่าโดยสารรถไฟฟ้านั้นแพงกว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าในเมืองอื่นๆ เช่น โตเกียว (1.4 เท่า) ฮ่องกง (1.7 เท่า) และเซี่ยงไฮ้(4 เท่า) เมื่อเทียบกับรายได้และค่าครองชีพ

4.อุโมงค์ยักษ์ไม่ช่วยอะไร?

อีกปัญหาที่กระทบการเดินทางของคนกรุงคือฤดูฝน ยิ่งฝนตกติดต่อกันหลายชั่วโมง ก็ต้องลุ้นกันว่าน้ำจะท่วมขังหรือเปล่า จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าอุโมงค์ระบายน้ำที่มีอยู่ 7 อุโมงค์นั้นกำลังทำงานอยู่หรือไม่ หรือเป็นเพราะเราอยู่นอกพื้นที่ แต่กทม.ก็มีแผนจะสร้างอุโมงค์ยักษ์เพิ่มอีก 5 อุโมงค์

a

อุโมงค์ยักษ์ไม่ช่วยอะไร ?

โดยน้ำท่วมขังอาจจะเกิดจากขยะที่อุดตันท่อระบายน้ำ แต่จะโทษใครได้ คนกรุงเทพผลิตขยะมากถึงวันละกว่าหมื่นตัน ส่วนขยะที่ได้ถูกนำไปรีไซเคิล หรือหมักเป็นปุ๋ยได้ น้อยมากแค่ 13% ทำให้ต้องนำส่วนที่เหลือไปฝังกลบ และต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยขนไปฝังในจังหวัดใกล้เคียงอย่างนครปฐม และฉะเชิงเทรา

อย่างไรก็ตามที่เรายกมานี้เป็นเพียง 4 ใน 10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาของกรุงเทพเท่านั้น ซึ่งหากใครสนใจหาอ่านเพิ่มลองเข้าไปศึกษาได้ที่เว็บไซต์ของ สถาบันอนาคตไทยศึกษา http://www.thailandfuturefoundation.org/

MThai News

ข้อมูลที่มาจาก สถาบันอนาคตไทยศึกษา

กห.แจงตั้งคกก.สอบวินัย ‘คชาชาต’ ตามระเบียบ

ปลัดกระทรวงกลาโหม แจงตั้งคณะกรรมการสอบวินัย “พ.อ.คชาชาต” ตามระเบียบราชการ รอพิจารณาอยู่

พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย พ.อ.คชาชาต บุญดี ฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 หลังขาดราชการเกิน 7 วัน ว่า เป็นไปตามระเบียบราชการ เพราะตามระเบียบข้าราชการทหาร หากจะเดินทางออกนอกประเทศ ต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพต้นสังกัด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมล่วงหน้า และยอมรับว่า นายทหารยศพลตรี เพื่อนสนิท พ.อ.คชาชาต ได้ทำหนังสือลาออก และส่งมาถึงกระทรวงกลาโหมตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงกลาโหม

กห.แจงตั้งคกก.สอบวินัย ‘คชาชาต’ ตามระเบียบ

ขณะที่มีรายงานว่า กองทัพภาคที่ 3 ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอน ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนมี พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน ซึ่งได้ไปตรวจสอบข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด เพื่อขอยืนยัน ทั้งหลักฐานว่า ได้เดินทางออกไปจริง เมื่อเช้าวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 06.35 น.

จากนั้น คณะกรรมการได้นำข้อมูลทั้งหมดรวบรวมแล้วส่งเรื่องทั้งหมดให้กับกองทัพบก เพื่อพิจารณา ซึ่งตามขั้นตอนของระเบียบราชการทหาร หากกำลังพลต้องคดีอาญาในมาตราที่ร้ายแรง จะต้องถูกเสนอชื่อให้ออกจากราชการ และเสนอถอดยศ ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่การเสนอเรื่องขึ้นมาจากต้นสังกัด เพื่อให้กระทรวงกลาโหม เป็นผู้พิจารณาด้วย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

บรรหารป่วย! ญาติเร่งนำตัวส่งโรง’บาล

บรรหาร ศิลปอาชา เข้าโรง’บาลเมื่อวันที่ 9 พ.ย. หลังป่วยภูมิแพ้ หายใจติดขัด แพทย์สั่งพ่นยารักษาอาการ เบื้องต้นปลอดภัย คาดกลับบ้านได้พรุ่งนี้

บรรหาร ศิลปอาชา, บรรหารป่วยภูมิแพ้

บรรหาร ศิลปอาชา

วันนี้ (11 พ.ย. 58) รายงานข่าวแจ้งว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ถูกนำตัวเข้ารับรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลรามาธิบดี หลังเกิดอาการภูมิแพ้ หอบ หายใจไม่ค่อยสะดวก ตั้งแต่คืนวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยนายนิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และกรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า หลังจากนายบรรหารถึงโรงพยาบาลทีมแพทย์ก็ได้ทำการรักษาโดยการพ่นยา ซึ่งขณะนี้มีอาการดีขึ้นมาก ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่คงต้องพักฟื้นเพื่อรอดูอาการ 2-3 วัน ทั้งนี้คาดว่าพรุ่งนี้ (12 พ.ย.58) คงออกจากโรงพยาบาลกลับไปรักษาตัวที่บ้านพักได้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News