พรรคฝ่านค้านมั่นใจชนะเลือกตั้ง พร้อมจัดตั้งรัฐบาล โวยฝ่ายรัฐบาล นับคะแนนเลือกตั้งช้า ส่อสัญญาณการทุจริต ควรรีบออกมาชี้แจง !!

อองซานซูจี เลขาธิการพรรคเอ็นแอลดี มั่นใจ ได้รับชัยชนะ จากศึกการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ทั้งคะแนนเสียงที่ได้รับสามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้เองอย่างแน่นอน
ในขณะที่การนับคะแนน ที่ล่าช้า ล่วงเลยมาถึง 2 วัน อาจเป็นสัญญาณของการทุจริต บิดเบือนผลการเลือกตั้ง ของทางฝ่ายรัฐบาล โดยที่ไม่มีการชี้แจงที่แน่ชัด
กกต.เมียนมา ประกาศผลเลือกตั้ง พรรคเอ็นแอลดี ของนางซูจี ชนะขาด กวาดที่นั่งในสภา 56 ที่นั่ง
ผลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในเมียนมา ปรากฎว่า พรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี คว้าชัยชนะไปอย่างถล่มทลาย กวาดที่นั่ง ส.ส. 56 ที่นั่ง ขณะที่ตัวแทนพรรคสหภาพ สามัคคี และการพัฒนา (ยูเอสดีพี) หรือพรรครัฐบาลเมียนมาได้รับเลือกเข้าไปในสภาสูงเพียง 1 ที่นั่ง
ส่วนทางด้านรักษาการประธานพรรคยูเอสดีพียอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมทั้งเตรียมเรียกประชุมสมาชิกหารือประเมินสถานการณ์ระหว่างรอผลเลือกตั้งเป็นทางการ
————————————————————————————————————————————
ล่าสุด ขณะนี้ยังไม่มีความรุนแรงใดๆ เหมือนเดิม หลังทราบผลการเลือกตั้งแบบไม่เป็นทางการ แต่สัญญาณมือถือใช้ไม่ค่อยได้ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมลุ้นผลเลือกตั้งกันอย่างมหาศาล

สำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยน รายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาอย่างเป็นทางการในเบื้องต้นแล้ว แถลงว่า กกต.สามารถประกาศผลการนับคะแนนในพื้นที่ที่มีการนับคะแนนเสร็จแล้ว 17 เขต ในนครย่างกุ้ง พบว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี)ของนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ชนะการเลือกตั้ง ถึง 16 ที่นั่ง มี 12 เขตที่พรรคเอ็นแอลดี ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย

Lower house
ทั้งนี้ 16 ที่นั่ง เป็นผู้สมัครผู้หญิง 3 คน ขณะเดียวกัน ผลการเลือกตั้งในเทศบาลต่างๆ ในนครย่างกุ้งเริ่มทยอยมาถึง กกต. พบว่า พรรคเอ็นแอลดี คว้าชัยชนะเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ได้ไปเพียง1 ที่นั่ง มีการคาดหมายว่า พรรคเอ็นแอลดี อาจจะแพ้การเลือกตั้งในเขตเมถิลา แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพรรคเอ็นแอลดีจะชนะการเลือกตั้ง กกต.จะแถลงผลการเลือกตั้งเป็นช่วงๆ

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าจัดขึ้นโดยไม่เกิดเหตุวุ่นวาย มีประชาชน 30 ล้านคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อวานนี้ นับเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 25 ปี บรรยากาศการนับคะแนน มีสมาชิกสองพรรคและอาสาสมัครนับหมื่นคน มาสังเกตการณ์การนับคะแนนการเลือกตั้งด้วย และแสดงความพอใจในการจัดการเลือกตั้ง
ที่มา js100
ฉ่วย มาน ประธานรัฐสภาเมียนมา แถลงรับความพ่ายแพ้ หลังคะแนนโหวต เทเสียงส่วนใหญ่ ให้พรรคฝ่ายค้านของนางออง ซาน ซูจี

ฉ่วย มาน ประธานรัฐสภาเมียนมา
16.30 น. แม้การนับคะแนนเลือกตั้งในเมียนมา จะยังไม่สิ้นสุดลง แต่กระนั้น นายฉ่วย มาน ก็ทราบดีว่า ศึกทางการเมืองในครั้งนี้ มีความหวังริบหรี่ที่จะประสบชัยชนะพรรคฝ่านค้านของนางออง ซาน ซูจีได้
โดย นายฉ่วย มาน ประธานรัฐสภาเมียนมา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ต่อพรรคคู่แข่งสำคัญอย่าง NLD ของนางอองซานซูจี กระนั้น ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบ การเสนอชื่อของเขา เพื่อขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่อาจมีผลกระทบต่อผู้สนับสนุนทางการเมืองในอนาคต

นางออง ซาน ซูจี ออกมากล่าวขอบคุณ ประชาชนที่ให้การสนับสนุน หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ เมียนมา ลั่น เป็นชัยชนะของคนทั้งชาติ
นางออง ซาน ซูจีเดินทางไปถึงที่ทำการพรรค NLD ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ขณะที่สื่อเมียนมามั่นใจพรรคเอ็นแอลดีของ “ออง ซาน ซูจี” ผู้นำฝ่ายค้านจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้

(Photo credit should read Phyo Hein Kyaw/AFP/Getty Images)
เมื่อพูดถึงเรื่องราวที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ เห็นจะหนีไม่พ้นกรณีที่ทั่วโลกจับตา ผลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในเมียนมา ที่เพิ่งปิดหีบเลือกตั้งไปเมื่อช่วงเย็นวานนี้ หลังจากที่ประเทศ ตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองในระบอบเผด็จการมากว่า 50 ปี

ควันหลง ‘เลือกตั้งเมียนมา’ ทั่วโลกจับตา ผลเลือกตั้งวันนี้ !!
บรรยากาศการเลือกตั้งในนครย่างกุ้งวานนี้ เป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนมาเข้าคิว ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกันตั้งแต่เช้ามืดโดยมีรายงานว่า มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ราว 80 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 30 ล้านคน โดยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีประชาชน ให้ความร่วมมือมาเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นไปอย่างโปร่งใส มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
แต่ทว่ามีรายงานว่า ประชาชนมากกว่า 4 ล้านคนที่ไม่มีชื่อในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง บางคนมาที่คูหา และต้องกลับไปอย่างผิดหวังเนื่องจากพบว่าตนไม่มีชื่อ ว่ามีสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียง โดยชาวมุสลิม โรฮีนจา ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 5 แสนคนไม่ได้รับสิทธิ์ให้เลือกตั้ง ในขณะที่พรรคของนาย “เต็ง เส่ง” และ นาง “อองซาน ซูจี” ก็ไม่มีผู้สมัครที่เป็นมุสลิมเลยแม้แต่คนเดียว
ทว่าวานนี้ประชาชนชาวเมียนมา ซึ่งมีความตื่นตัวในเรื่องการเลือกตั้ง จากจำนวนผู้ตบเท้าเข้าคูหา เดินทางไปเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ต่างพากันโพสต์ภาพนิ้วก้อยจุ่มสีม่วง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ผ่านการออกเสียงเลือกตั้งเป็นที่เรียกร้อย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

แม้จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่กระนั้นกองทัพยังคงเป็นกลุ่มที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศในทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง โดยสัดส่วนที่นั่งในรัฐสภาของเมียนมา 25% มาจาก การแต่งตั้งของกองทัพ และ กองทัพยังกุมอำนาจ ในกระทรวงด้านความมั่นคง เช่น กระทรวงกลาโหมกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงความมั่นคงชายแดน นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญระบุว่า ให้อำนาจกองทัพ ล้มล้าง หรือ ยึดอำนาจจากรัฐบาลได้ทุกเมื่อ ในทุก ๆ สถานการณ์
ทางด้านนาย ‘อเล็กซานเดอร์ กราฟ แลมปซ์ดอฟ’ หัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์จากอียูเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนข้างน่าเชื่อถือได้ และปราศจากความรุนแรง และยังไม่พบสัญญาณการทุจริต แต่ไม่มีประเทศใด ที่มีการเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังอยู่ระหว่างรอยต่อของจุดเปลี่ยน ไปสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่หวังว่าในอนาคตการเลือกตั้งในเมียนมาจะเป็นไปอย่างโปร่งใสมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพรรค NLD ของนางซูจี จะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่ อำนาจของกองทัพก็ยังคงอยู่เมียนมา ที่ออกกฎเกณฑ์ เพื่อกีดกันไม่ให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ แต่เธอได้ลั่นวาจาไว้ว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เธอจะเป็นให้มากกว่า และอยู่เหนือประธานาธิบดีของประเทศ เนื่องจากพรรค NLD ต้องการจำนวนที่นั่งในสภาแห่งสหภาพไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 จากทั้งหมด 664 ที่นั่ง แต่UNDPของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ผู้นำคนปัจจุบัน ต้องการที่นั่งเพียง 1 ใน 3 เนื่องจากร้อยละ 25 ของที่นั่งสำรองไว้สำหรับทหารซึ่งไม่จำเป็นต้องลงสมัครรับเลือกตั้ง
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com
MThai News
ที่มา bbc