ตีแผ่อาชีพเสี่ยงตาย คนงานขุดเพชรในเหมืองนรกที่อินโดฯ

เพชรเป็นสิ่งที่มีค่า และหายาก รวมทั้งเป็นอัญมณี ที่มนุษย์ตีตราให้เป็นของล้ำค่าเป็นที่ปรารถนา เพราะเป็นตัวชี้วัดความร่ำรวยของมนุษย์

และกว่าจะมาเป็นอัญมณีให้ผู้คนได้ครอบครอง ชื่นชม สวมใส่ อัญมณีเหล่านี้ มีประวัติความเป็นมา และเรื่องราว ทั้งในด้านผลประโยชน์ทับซ้อน สัมปทาน และความหวังของคนงานที่ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิต เพื่อหาเพชรที่มีค่า และหายาก มาเลี้ยงชีวิต

Gettyimages-495849886

แต่กระนั้น อีกด้านหนึ่งคือ ผู้ซึ่งเป็นที่มาของเพชรเหล่านี้ จะต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก อันตราย เปรียบได้กับการเดินอยู่บนเส้นด้ายก็ไม่ปาน

เหมือง ‘เซมปาก้า’ สถานที่มาของเพชรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย มีคนงานกว่า 500 คน ที่ประกอบอาชีพ ขุดเพชรมาเป็นเวลานานกว่าหลายสิบปี เพื่อค้นหาเพชรที่หายาก และมีขนาดใหญ่ ซึ่งนั่นหมายความว่า จะสามารถนำไปขายได้ราคาแพงตามไปด้วย

Indonesia's Largest Diamond Producer

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer คนงานแบกโคลนและทราย

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer
ซาญา คนงานวัย 54 ปี ที่ทำงานในเหมืองเซมปาก้ามานานกว่า 30 ปีแล้ว

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

ในอดีต เมื่อปี 2549 เคยมีการค้นพบเพชรฟ้าขนาด 3.02 กะรัต ในอินโดนีเซีย ซึ่งถือได้ว่า เป็นเพชรที่หายาก และยากพอที่จะให้ เจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ในสหราชอาณาจักร ประกาศต่อผู้ถือหุ้นให้พิจารณาเพชรเม็ดนี้

เช่นเดียวกับเพชร Trisakti ซึ่งพบในเกาะกาลิมันตัน ในปี 2508 ขนาดมหึมา 166 กะรัต หรือเทียบเท่ากับไข่ของนกพิราบ และถูกนำมาประมูลขายออกไปในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ คนงานในเหมือน ‘เซมปาก้า’ อยู่ในวัย 17-70 ปี บางคนทำงานในเหมือนแห่นี้มานานกว่า 50 ปีแล้ว เพราะมีความหวังจะพบเพชรในประวัติศาสตร์ ดังเช่นเพชร Trisakti ในสักวัน

Indonesia's Largest Diamond Producer

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer
คนงานกำลังแบกโคลนออกจากหลุมเพื่อหาอัญมณีต่อไป

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer
มาซดา วัย 70 ปี ที่ยังคงทำงานในเหมืองเพชร

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer
คนงานในเหมืองกำลังละหมาด

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

แต่กระนั้น ความหวังที่จะเจอเพชร อยู่ท่ามกลางความเสี่ยงเช่นเดียวกัน เพราะมีอันตรายจากการเกิดดินถล่ม การพังทลายของหน้าดิน ที่เป็นผลกระทบมาจากการขุดหาเพชร รวมถึงข้อพิพาทเรื่องดินแดน เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และการเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงอัญมณีเหล่านี้  อย่างไรก็ตาม ‘เซมปาก้า’ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และตลาดเพชรแห่งใหญ่ มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ซึ่งขณะนั้น อินโดนีเซียยังอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์

Indonesia's Largest Diamond Producer คนงานเหมืองพบเพชรในที่สุด

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer
A craftsman, Fuad (29), polishes up a diamond inside his house in Pesayangan village at Martapura.

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

Indonesia's Largest Diamond Producer
ร้านขายเพชรในเมือง

Image: Ulet Ifansasti/Getty Images

ดูบทความต้นฉบับ : The hundreds hoping for fortune at Indonesia’s largest diamond mine

ดราม่า! อ่าวปิเละ เกาะพีพี เกิดวิกฤตขยะเกลื่อน

ดราม่า! ชาวเน็ตแชร์ภาพอ่าวปิเละ เกาะพีพี เกิดวิกฤตขยะเกลื่อนเต็มไปหมด ปะการังที่เคยมีหายไป

กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ สำหรับภาพสุดเละของอ่าวปิ หมู่เกาะพีพี ที่เต็มไปด้วยกองขยะลอยเกลื่อนเป็นแพเหนือน้ำ ส่งผลให้ทัศนียภาพไม่สวยงามอย่างมาก

ดราม่า! อ่าวปิเละ เกาะพีพี เกิดวิกฤตขยะเกลื่อน ปะการังหาย

โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าวว่า “กู้วิกฤตพีพี ผมเข้าไปในอ่าวสวยที่สุดของเมืองไทย เพื่อพบว่าอ่าวปิเละ เกาะพีพี เป็นอ่าวที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในไทย ในสายตาของผม ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งมาที่นี่ตอนอยู่ม.5 (กี่สิบปีแล้วนะ อ๋อ…34 ปี)

ครั้งนั้นผมลงน้ำที่แนวปะการังด้านนอก ว่ายผ่านหย่อมปะการังน้ำตื้นอันงดงาม เข้าไปพบกับสิ่งมหัศจรรย์โอบล้อมด้วยผาหินปูน ปะการังอยู่ตรงนั้นตรงนี้บ้าง รอบด้านเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจวัยรุ่นเต้น จะยกเว้นก็ตอนนกแก๊กร้องมาจากริมผา ผมกลับไปปิเละอีกหลายหน

โดยเฉพาะช่วงดำน้ำ SCUBA ที่ริมหน้าผาทางเข้าอ่าว ผมมักใช้เวลาก่อนขึ้น ลอยคอนิ่งๆ ดูปะการังน้ำตื้นในแถบนี้ ดูปลาการ์ตูนว่ายทักทายดอกไม้ทะเล ไม่อยากบอก แต่ครั้งหนึ่งผมเคยมีความชอบกับใครคนหนึ่ง ระหว่างที่มาเยี่ยมเยือนอ่าว (ไม่ได้รักนะ รักภรรยาคนเดียว) ผมยังมีโอกาสบินสำรวจทะเลไทย ตั้งแต่ปี 40 เรื่อยมา ครั้งใดที่บินผ่านพีพี ผมจะขอให้นักบินไปปิเละ เพราะแค่เห็นก็วาบหวามใจ

เมื่อพีพีเข้าสู่ยุคบรรลัย ผมไม่ยอมกลับไปปิเละอีกเลย คนรักเก่า แม้จะแยกกันแล้ว แต่เราย่อมอยากเห็นเธอไปดี แต่เธอกลับเละ…และเละยิ่งขึ้น จนผมรับหน้าที่ปฏิรูปทะเล ผมกลั้นใจมามองเธออีกครั้ง เริ่มจากทางฟ้า ผมนั่งฮ.ของสกายรีพอร์ตไปสำรวจ 2 ครั้งในเวลาใกล้เคียงกันเมื่อกลางปี ยังจำได้ ครั้งแรกที่เห็น พอเราบินจากมานักข่าวสัมภาษณ์ ผมพูดแทบไม่เป็นภาษาคน มันพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อสายตา

ทั้งอ่าวมีเรือจอดเรียงกันอย่างต่ำ 30 ลำ (ไม่เชื่อเชิญนับในภาพ) ไม่มีอีกแล้ว ปะการังในอ่าว แม้แต่แนวปะการังด้านหน้า เรือวิ่งเข้าออกด้วยความถี่มากกว่าเรือในคลองแสนแสบ ตะกอนทรายที่ฟุ้งกระจายทับปะการังทุก 4-5 นาที จะมีอะไรเหลือนี่หรือคือสิ่งที่เราปล่อยให้เกิดขึ้นในจุดสวยที่สุดของทะเลไทย ?

ผมกลับไปอีกครั้ง เมื่อหัวหน้าพีพีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ขอให้ผมลงไปช่วยในพื้นที่ ในบรรดาทะเลทั้งหมดของพีพี ที่นี่คือจุดที่ผมไม่อยากไปที่สุด บ่ายวันนั้นผมเข้าไปในอ่าว เรือเล็กของเราวิ่งเข้าไปช้าๆ (ไม่กล้าว่ายน้ำเข้าเพราะมั่นใจว่าโดนเรือชนตายแน่) อ่าวที่ผมเคยจำได้ของผมจากไปแล้ว จากไปจริงๆ ผมไม่เจอปะการังที่เคยมีแม้แต่หย่อมเดียว เธอสูญสลายจนไร้หลักฐานปรากฏ

ความเงียบสงบถูกแทนด้วยเเสียงนักท่องเที่ยวหลายร้อย นักเที่ยวจีนกำลังเล่นวอลเล่ย์บอลในน้ำ บ้างปีนไปบนหัวเรือแล้วกระโดดตีลังกาลงน้ำ มันเหมือนสระน้ำ เหมือนสวนน้ำ เหมือนอะไรก็ได้ยกเว้นอุทยานแห่งชาติ มุมหนึ่งใกล้หน้าผาคือแพสีขาว เมื่อเข้าไปใกล้ ผมเปลี่ยนไปใส่แว่นตาดำ อาจารย์ธรณ์ก็ร้องไห้เป็น ผมไม่บรรยายเกี่ยวกับแพขยะ ภาพบ่งบอกดีกว่าคำพูด

เรากลับมาข้างนอก หัวหน้าถามว่าผมต้องส่งลูกน้องมาเก็บขยะทุกวันเหรอ ผมตอบไป อุทยานมีเรือยาง 1 ลำ อยู่เกาะไม้ไผ่ ห่างจากที่นี่ไปไกลโข อีกทั้งภารกิจมีมหาศาล อุทยานไปดูแลคนทิ้งสมอ ทำโน่นทำนี่ ดีกว่ามาเก็บขยะ ผมไปอุทยานมาไม่รู้กี่ร้อยแห่งทั่วโลก ก็ไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่ต้องมาคอยเก็บขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้ง นักเที่ยวต้องมีสำนึกเอง ผู้ประกอบการต้องช่วยดูแล เจ้าหน้าที่แค่คอยควบคุมความเรียบร้อย

จิวจ่ายโกว เมืองจีน นักเที่ยววันละ 2-3 หมื่นคน ตลอดเส้นทางเดินนับสิบกิโลเมตร ผมเห็นขยะน้อยกว่าในอ่าวปิเละในวันนั้น อย่าไปโทษคนชาติใด มันอยู่ที่การจัดการ ผมไปอุทยานเมืองจีนมานับสิบแห่ง ผมยังไม่เคยเห็นที่ไหนเละตุ้มเป๊ะเท่าเมืองไทย ไม่งั้นเมืองจีนคงไม่มีเขตมรดกโลกหลายสิบแห่ง

การจัดการขยะในปิเละ หรือในที่อื่นของพีพีไม่ใช่เรื่องยาก หากเรามีเครือข่าย เราช่วยกันคนละมือละไม้ อย่าไปโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ยังมีการจัดการเรื่องอื่นที่ยากกว่านั้นมากที่ปิเละ และยากกว่านั้นมากที่อื่นๆ รอบพีพี และมันจะเป็นไปไม่ได้ หากเราไม่คิดกอบกู้เธออย่างจริงจัง หลงละเมอเพ้อพกไปกับยุทธศาสตร์และแผนงาน จนลืมดูศักยภาพในการดูแลพื้นที่ของหน่วยงาน

หากผู้บริหารท่านใดมีความสุขกับตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกวัน ชอบอกชอบใจกับโครงการรณรงค์รักโลกรักแหล่งท่องเที่ยวไทยโน่นนี่นั่น ลองใช้เวลาสักนิดเหลียวมามองแพขยะในอ่าวสวยสุดของไทยบ้าง คำพูดในห้องประชุม ตัวอักษรในบทสรุปผู้บริหาร กับความเป็นจริงในทะเล บางครั้งมันต่างกัน ไม่ต้องการทำลายภาพพจน์การท่องเที่ยวไทย แต่เราปิดความจริงต่อไปไม่ไหว ไม่ไหวจริงๆ ครับ

ผมไปปิเละวันแรกๆ ของทริปพีพี ผมกลับมาคิดถึงภาพปิเละในวันเก่าก่อน คิดถึงความทรงจำกับใครคนหนึ่งคนนั้น สุดท้าย ผมคิดถึงคุณพ่อ ผู้เป็นคนเปิดอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี รุ่นน้องที่เป็นคนสำรวจปะการัง บอกว่าเรียกร้องมาเป็นสิบปี ไม่เห็นมีอะไร พี่ธรณ์มาทีเดียว เหมือนกับระเบิดลงพีพี ใช่สิน้อง เพราะพี่ธรณ์บอกตัวเองหลังจากเห็นภาพปิเละในวันนั้น ถึงเวลาลุย

หมายเหตุ ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ผมได้รับการติดต่อจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย หัวหน้าก็บอกว่าใครต่อใครพากันโทรสอบถาม ความเปลี่ยนแปลงกำลังเริ่มต้น เพราะฉะนั้น ทุกไลค์ทุกแชร์ของเพื่อนธรณ์กำลังส่งผล สะเทือนไปทั้งอันดามัน ขอให้ช่วยกันอีกหน่อย โดยเฉพาะคนพีพี คนกระบี่ เราปล่อยให้เธอโดนโทรมมานานเกินไป

ไม่อยากลุยบ้างหรือครับ

วิธีลุย ใช้ช่องทางร้องทุกข์ 1111 สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการยกระดับการจัดการท่องเที่ยวอุทยานหมู่เกาะพีพี ให้สนับสนุนอุปกรณ์ เรือ และกำลังคน โดยใช้เงินจากค่าธรรมเนียมอุทยานและอื่นๆ ให้มีคณะทำงานบูรณาการ เพื่อแก้วิกฤตเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ทั้งอุทยาน กรมทะเล กระทรวงท่องเที่ยว จังหวัด เครือข่ายท้องถิ่น กลุ่มอนุรักษ์ ฯลฯ และให้ปฏิรูปอุทยานทางทะเลและจัดการให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอย่างเห็นผลได้สักที ผ่านมาเกือบปีหลังจากที่ผมเสนอไปแล้วครับ

(อย่าขอให้ย้ายหัวหน้าอุทยานนะครับ เขาเป็นคนขอให้ผมลงไปช่วย ลุยกันไปได้หลายเรื่องแล้ว ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ ปัญหาอยู่ที่ไม่มีผู้ใหญ่ระดับใหญ่จริงสนใจอยากแก้ไขจริงจังให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เราไม่ได้ขอเงินภาษีมาใช้ พีพีเก็บค่าธรรมเนียมได้เดือนละ 15-16 ล้าน แต่ไม่เคยสามารถใช้เงินได้เลย ส่งส่วนกลางแล้วหายหมด ขอเงินวางทุ่นก็ไม่มี นี่แหละครับที่ต้องปฏิรูป)”

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ออกไป บรรดาชาวโซเชียลได้เข้ามาแสดงความคิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างรู้สึกเสียดายกับความสวยงามของธรรมชาติของทะเลไทย รวมถึงแนะนำให้ทำการควบคุมและปิดอ่าว เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติอีกด้วย

ขอบคุณภาพ Thon Thamrongnawasawat

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ไฟเขียวขยายเวลา รถไฟ-รถเมล์ฟรี ต่อ 6 เดือน

ครม.ไฟเขียวขยาย รถไฟ-รถเมล์ฟรี ออกไปอีก 6 เดือน หวังลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการด้านการเดินทาง ในส่วนของ รถไฟ-รถเมล์ฟรี ออกไปอีก 6 เดือน เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

รถไฟ-รถเมล์ฟรี

ขยายเวลารถไฟ-รถเมล์ฟรี ต่อ 6 เดือน

ซึ่งจากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค.นี้ และขยายเวลาออกไปเป็นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.58 – 30 เม.ย.59 โดยรัฐบาลจะมีการชดเชยรายได้ประมาณ 2,013 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ถือว่าเป็นการดำเนินการเพื่อสาธารณะประโยชน์

ขอบคุณข้อมูลจาก  เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News