พระมหาอภิชาติ ปิดเฟซบุ๊กชั่วคราว หลังถูกเตือน

พระมหาอภิชาติ ประกาศปิดเฟซบุ๊กชั่วคราว ระบุมหาเถรสมาคมส่งหนังสือเตือนมา หลังโพสต์ให้ชาวพุทธตอบโต้การกระทำชายแดนใต้

จากกรณีที่พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ แนะให้ชาวพุทธตอบโต้การกระทำใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระบุว่า “หมดเวลาแล้วที่ชาวพุทธจะใช้คำว่า “เมตตาปรานี” ถ้าพระใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกระเบิดหรือถูกยิงตาย 1 รูป ต้องแลกกับการไปเผามัสยิดทิ้งไป 1 มัสยิด”

พระมหาอภิชาติ ปิดเฟซบุ๊กชั่วคราว หลังถูกส่งหนังสือเตือน

หลังจากที่โพสต์ข้อความข้างต้น ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเชิงสนับสนุนและคัดค้านจำนวนมาก  จนกลายเป็นกระแสชาวเฟซบุ๊กร่วมกันติดแฮชแท็ก #ต่อต้านวีระธุโมเดล ซึ่งระบุว่า อย่าให้คนๆ เดียว ทำลายความสัมพันธ์อันเกื้อกูลของ 2 ศาสนิก ชี้ข้อเสนอขัดหลักพุทธที่ว่า “เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร”

ล่าสุด พระมหาอภิชาติ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “เมื่อรัฐบาลขอให้อาตมาหยุด อาตมาก็ยินดีจะหยุดโดยไม่ขัดขืน…แต่หยุดให้แค่ชั่วคราวเท่านั้น ในรอบ 2 วันที่ผ่านมานี้ อาตมาได้รับหนังสือตักเตือนจากมหาเถรสมาคม แล้วก็ยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงของชาติ เข้ามาเจรจาขอร้องให้อาตมาระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมรณภาพของพระภิกษุสามเณรและชาวไทยพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

อันเกิดจากการกระทำของโจรก่อการร้ายมลายู เพราะว่าทางสถานทูตตุรกีไม่พอใจในบทความของอาตมา และได้ทำการร้องเรียนไปที่รัฐบาลไทย ทำให้ทางรัฐบาลต้องลำบากใจจึงจำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจากับอาตมาถึงวัด จากบทความที่อาตมาเขียนไปนั้น ทางหน่วงงานความมั่นคงของชาติ ต้องลำบากใจอย่างมากไม่แพ้กัน เพราะกลัวว่าจะเกิดการลุกฮือขึ้นมาของชาวพุทธในประเทศไทย และเหตุการณ์อาจจะบานปลายเหมือนกับประเทศพม่าจนยากจะควบคุมได้

ทั้งที่อาตมาได้อธิบายไปแล้วว่า เราชาวพุทธถูกทำร้ายมานานเป็น 10 ปีแล้ว เราต้องลุกขึ้นมาป้องกันตัวเองและตอบโต้บ้างตามสิทธิ์ของเรา ทางหน่วยงานความมั่นคงเขาก็เข้าใจในจุดนี้ แต่ทางหน่วยก็ไม่อยากให้เกิดการลุกฮือขึ้นเช่นกัน เขาจึงขอให้อาตมาปิดเฟซบุ๊กนี้สักระยะหนึ่ง เพื่อลดความร้อนแรงของกระแสต่อต้านชาวมุสลิมของชาวพุทธในประเทศไทย

เมื่อทางหน่วยงานทั้ง 3 คือ มหาเถรสมาคม รัฐบาล หน่วยงานความมั่นคงของชาติ มาขอเช่นนี้แล้ว อาตมาก็ไม่ใช่พระที่พูดคุยไม่รู้เรื่อง เมื่อกล้ามาขอร้องให้อาตมาหยุด อาตมาก็จะหยุดเผยแพร่บทความตามที่ขอ เพราะที่ผ่านมาการที่อาตมาต้องลุกขึ้นมาปลุกชาวไทยพุทธให้ตื่นขึ้นจากโลกที่สวยงาม เพราะอยากให้พวกเขาได้เห็นความจริงที่โหดร้ายและทารุณที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวไทยพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

อันเกิดจากการกระทำของโจรก่อการร้ายมลายู เมื่ออาตมาปลุกชาวไทยพุทธทั้งประเทศให้ตื่นแล้ว ก็ถือว่าการกระทำของอาตมานั้นไม่ได้สูญเปล่าเช่นกัน เมื่อรัฐมาเจรจาขอร้องให้อาตมาหยุด รัฐก็จะต้องปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาของชาวไทยให้มั่นคงยิ่งขึ้น ไม่ใช่ปล่อยประละเลย ไม่ยอมฟังเสียงเรียกร้องของชาวพุทธ ซึ่งเป็นประชากรหมู่มากของประเทศเลยว่า ต้องการอะไร เหมือนกับรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา

และรัฐต้องปกป้องคุ้มครองชีวิตพระภิกษุสามเณรและชาวไทยพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้รัดกุมมากกว่านี้ เพราะถ้าหากว่าพระภิกษุสามเณรเหล่านั้นต้องมรณภาพด้วยฝีมือโจรก่อการร้ายมลายูอีกศพ คงจะไม่มีใครห้ามการตอบโต้อย่างรุนแรงจากชาวพุทธได้อีกแล้ว เพราะพวกเขาทราบวิธีการตอบโต้แล้วว่าจะจัดการกับมัสยิดในชุมชนของพวกเขาอย่างไร ซึ่งอาตมาไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำอีก

หลายปีที่ผ่านมาอาตมาได้ใช้วิชาสื่อสารมวลชนที่ได้ร่ำเรียนมา เอามาช่วยเหลือพระพุทธศาสนาอย่างสุดความสามารถที่พระเล็กๆ รูปหนึ่ง ซึ่งมีถิ่นฐานบ้านเกิดในภาคใต้จะช่วยเหลือได้แล้ว แต่บัดนี้อาตมาต้องถูกหน่วยงานทั้ง 3 ปิดกันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่จะส่งไปยังชาวพุทธทั่วโลกให้ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของพี่น้องชาวพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นพี่น้องร่วมชาติร่วมภาษาเดียวกันกับอาตมา

อาตมายินดีทำตามที่รัฐต้องการโดยไม่ขัดขืน เพื่อลดความขัดแย้งกับรัฐในเบื้องต้นนี้ก่อน แต่ถ้าวันหนึ่งชาวไทยพุทธทนไม่ไหวกับการแก้ปัญหาการเข่นฆ่าพี่น้องชาวพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐอีก และเรียกร้องให้อาตมากลับมา วันนั้นอาตมาก็จะกลับมาอีกเช่นกัน แล้วรัฐจะมาปิดปาก ปิดตา อาตมาอีกก็คงไม่ได้แล้ว

อาตมาจะยอมตามที่รัฐขอเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะเราชาวพุทธเคยยอมปิดปากเงียบตามคำสั่งรัฐมานานกว่า 10 ปีแล้ว มันมากเกินพอแล้วสำหรับความอดทนของชาวไทยพุทธเราที่ถูกกระทำฝ่ายเดียวมาโดยตลอด

อาตมาจะปิดเพซบุ๊คนี้ลงชั่วคราวในวันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ตามที่หน่วยงานความมั่นคงของชาติขอไว้ แต่อย่าลืมว่า วันใดชาวพุทธเรียกหาอาตมา วันนั้นอาตมาจะกลับมาเช่นกัน”

ขอบคุณภาพ พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

บทเรียน! วู้ดดี๊ เตือนอย่านิ่งนอนใจ หากได้รับข้อความลาตาย

วู้ดดี๊ เปิดไลน์สั่งเสียของ เสี่ยอู๊ด พร้อมเตือน “ถ้าคุณได้รับข้อความแบบนี้ อย่านิ่งนอนใจ” 

วานนี้ (4 พ.ย.58) นายวุฒิธร มิลินทจินดา หรือ วู้ดดี้ เปิดใจกลางรายการ “ตื่นมาคุย” ถึงกรณีข่าวการเสียชีวิตของ นายสิทธิกร บุญฉิม หรือ เสี่ยอู๊ด เซียนพระชื่อดัง ว่าหลังจากรู้เรื่องตนถึงกับนอนไม่หลับ และรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ เสี่ยอู๊ด ได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาหาผู้ช่วยของ วู้ดดี้ เพื่อบอกถึงการกินยานอนหลับ 100 เม็ด เป็นการลาตาย

16   17

แต่ผู้ช่วย วู้ดดี้ คิดว่าการที่ เสี่ยอู๊ด ส่งมาในครั้งนี้คงจะส่งให้ทุกคนในวงการ หรืออาจคิดมาก เครียด แต่เดี๋ยวก็ดีขึ้นเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ตอน วู้ดดี้ บวช เสี่ยอู๊ด ได้บินไปหาที่ไร่เชิญตะวัน แต่ วู้ดดี้ เดินทางไปอินเดีย จึงทำให้คลาดกันและ วู้ดดี้ ก็ไม่ได้ติดต่อกลับไป จนถึงวันที่มาเห็นข่าวการจากไปของ เสี่ยอู๊ด ทำให้ วู้ดดี้ ค้างคาใจ และรู้สึกผิด

วู้ดดี้ จึงอยากเตือนให้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคนว่า “ถ้าคุณได้รับข้อความแบบนี้ อย่านิ่งนอนใจ อย่าคิดว่าเดี๋ยวเขาก็ดีขึ้น เป็นเรื่องเล่น ๆ ไม่ใส่ใจ และปล่อยไปโดยไม่ช่วยเหลือใดใด เพราะวันหนึ่งคนที่เขามาพูดกับคุณ อาจจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว และจะทำให้คุณรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต ที่เมื่อคุณมีโอกาสที่จะช่วย แต่คุณไม่ได้ช่วยเหลือเขาเลย”

ขอบคุณภาพ เสี่ยอู๊ด หรือคุณสิทธิกร บุญฉิม

MThai News

ระวัง! หนุ่มโรคจิต โชว์เจ้าโลกชักอวดสาวในสระบุรี

สาวประชาสัมพันธ์ผงะ! หลังพบหนุ่มโรคจิต งัดเจ้าโลกชักอวดสาว หน้าคลินิคทันตกรรมเมืองสระบุรี 

วานนี้(4 พ.ย.) มีรายงานว่า พบชายโรคจิตชักเจ้าโลกอวดสาวกลางคลินิก ศูนย์ทันตกรรม ถ.สุดบรรทัด อ.เมือง จ.สระบุรีตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นาวสาว ขนิษฐา (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ประชาสัมพันธ์ ในศูนย์ทันตกรรมดังกล่าว

เตือนระวัง! หนุ่มโรคจิต โชว์เจ้าโลกชักอวดสาวในสระบุรี

นางสาวขนิษฐา เล่าว่า เวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 3 พ.ย. 58 ขณะที่ตนนั่งคุยอยู่กับเพื่อนๆ อีกสองคนในคลินิค ตอนนั้นแพทย์ยังไม่มา และยังไม่มีลูกค้า เมื่อมองไปนอกคลินิก บนถนนเห็นชายคนหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง-ดำ ไม่ทราบยี่ห้อและเลขทะเบียน สวมเสื้อแจ๊ตเก็ต สวมหมวกกันน็อกสีแดง จอดรถจักรยานยนต์ ชายคนดังกล่าว ได้มองมาทางตน แล้วใช้มือล้วงงัดเจ้าโลกออกมาชักต่อหน้า โดยไม่เกรงกลัวว่าจะมีคนอื่นมาเห็น

หลังจากที่นางสาวขนิษฐา ตกใจ จนตั้งสติได้ จึงใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปไว้ หนุ่มโรคจิตเห็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิป ยิ่งชักเจ้าโลก ปั่นเจ้าโลก และขยับรถให้เดินหน้าถอยหลัง เพื่อให้มองผ่านกระจกหน้าร้านชัดๆ ถึง สามครั้ง  เมื่ออวดอยู่นานจนพอใจแล้ว ได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีไป

ทั้งนี้ นางสาวขนิษฐา โทรแจ้ง 191 และได้รับการแนะนำให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน แต่ตนไม่ได้ไปแจ้งความ และนำคลิปดังกล่าวไปลงเฟสบุ๊คในสระบุรี เพื่อเตือนสาวๆ ให้ระวังพวกโรคจิต ซึ่งหนุ่มโรคจิตรายนี้ คาดว่าอายุประมาณ 30 ปี

ที่มา bangkokbiznews

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News