ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการสาธารณะสุขของบ้านเราได้มีการเปิดเวทีถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นการเปิดเสรีกัญชา ซึ่งขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกได้ผลักดันให้ยาเสพติดชนิดนี้ถูกกฎหมาย ซึ่งสำหรับในไทย แม้การเปิดเสรีกัญชาจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าหากทำจริงจะสร้างผลกระทบอย่างหนักในด้านสังคม เพราะเรายังเป็นสังคมที่เปราะบางขาดภูมิคุ้มกันในด้านการคิด รวมถึงยังมีความกังวลว่าการเปิดเสรีกัญชาจะยิ่งทำให้ปัญหาเยาวชนไทย จากที่หนักอยู่แล้วจะเละมากขึ้นไปอีก โดยวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะพาไปเจาะลึกเรื่องราวของการเปิดเสรีกัญชา จะเป็นอย่างไรอยากให้ลองใช้วิจารณญาณในการรับชมและคิดไปพร้อม ๆ กัน
กัญชาเป็นพืชที่มีสารออกฤทธิ์ที่มีผลต่อร่างกายและสมอง ถ้าเสพเข้าไปจะกดประสาทส่งผลให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้าเห็นมีภาพลวงตา ความคิดสับสน มีอาการคล้ายกับติดยาเสพติดประเภทอื่น ๆ บ้างเรียกกัญชาว่ายาสุขีหรือยานันทนาการ สำหรับประเทศไทยจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ห้าม บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้รับอนุญาตจะผลิต(เพาะปลูก) จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ถือว่าเป็นความผิด
ซึ่งขณะนั้นบ้านเราประสบปัญหายาเสพติดทั้งในด้านการเป็นพื้นที่ผลิต พื้นที่การค้า การเป็นพื้นที่แพร่ระบาด และการเป็นทางผ่านยาเสพติด กระทบต่อภาคสังคมอย่างหนักหน่วง แม้จะมีโทษตามกฎหมายแต่อีกแง่หนึ่งกัญชาก็มีประโยชน์ในการที่มีสารสามารถสกัดเป็นยารักษาโรคด้วย

เสรีกัญชา..มอมเมาสังคม หรือ สร้างรายได้ให้กับรัฐ
การให้กัญชาผิดกฎหมายแม้จะเป็นการป้องกันไม่ให้คนในสังคมมัวเมา แต่อีกนัยหนึ่งก็สร้างความสูญเสียโอกาสทางการพัฒนาด้านการแพทย์ ยารักษาโรค ทำให้ไทยยังขาดดุลการค้า และพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ แต่ในชนบทบางพื้นที่หมอชาวบ้านยังคงมีการใช้กัญชาในการรักษาคนไข้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม
ซึ่งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยังกำหนดให้กัญชาเป็น 1 ใน 37 รายชื่อยาแผนโบราณที่เป็นยาอันตราย ไม่อนุญาตให้ใช้ในตำรับยาแผนโบราณ สรุปง่ายๆคือในประเทศไทยกัญชาผิดกฎหมายในทุกมิติ ทั้งการเสพเพื่อความบันเทิงและทางการแพทย์แผนใหม่/โบราณ

เสรีกัญชา..มอมเมาสังคม หรือ สร้างรายได้ให้กับรัฐ
ในฝั่งของสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีเสรีภาพมากที่สุดในโลกได้เล็งเห็นว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ จึงมีการทำให้ถูกกฎหมายทางการแพทย์ 20 มลรัฐ นอกจากนี้ในบางรัฐยังสนับสนุนให้มีการวิจัยต่อยอดทางวิทยาศาสตร์ด้วย ซึ่งกฎหมายกัญชาในสหรัฐฯ
ที่ถูกพูดถึงโด่งดังมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นกรณีของรัฐ โคโลราโดที่เปิดให้ประชาชนลงมติผ่านการเปิดเสรีกัญชา โดยมีข้อแม้ว่าสามารถมีการเพาะปลูก จำหน่าย และให้ประชาชนที่มีอายุไม่น้อยกว่า 21 ปี ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้ เหมือนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่ได้เคลิบเคลิ้มกัน ต่อมาที่กรุงวอชิงตันดีซก็กลายเป็นมลรัฐที่สองที่เปิดให้เสรีกัญชาสามารถเสพเพื่อความบันเทิงได้ แต่ต้องแลกด้วยภาษีที่สูงมาก ส่งผลให้กัญชามีราคาแพงสูงลิ่วตามไปด้วย

เสรีกัญชา กับอนาคตประเทศไทย
ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา เสรีกัญชา กับอนาคตประเทศไทย ได้มีการสะท้อนข้อดีและข้อเสียของการเปิดเสรีกัญชา โดยมีหนึ่งข้อเสนอที่ว่า ก่อนจะอนุญาตหรือแก้ไขกฎหมายใด ๆ ควรมีการทำประชาพิจารณ์จากคนในสังคมเสียก่อน
นอกจากนี้ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า คนไทยได้รับการปลูกฝังทัศนคติด้านลบกับกัญชา ทำให้ขาดการพัฒนาต่อยอดในอีกหลาย ๆ ด้านและการเปิดเสรีกัญชาก็ควรจะมีข้อบัญญัติที่ชัดเจนเหมือนการจำหน่ายบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ รวมถึงไม่อยากให้รัฐเป็นผู้ชี้นำอยากให้คนในสังคมได้ตัดสินใจด้วยวิจารณญาณด้วยตัวเอง
ซึ่งผลที่ตามมาหากไทยมีการเปิดเสรีกัญชาจะช่วยให้รัฐลดงบประมาณด้านการป้องกับและปราบปรามยาเสพติด และทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีมากขึ้นตามไปด้วยถือเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่งที่จะเพิ่มเม็ดเงินให้รัฐบาลได้ด้วย
MThai News