นักข่าวไทยโพสต์ฟ้องถูกเจ้าของร้านอาหารโพสต์หมิ่น

นักข่าวไทยโพสต์ ร้อง ปอท. อ้างถูกเจ้าของร้านอาหาร โพสต์หมิ่นประมาท ทางโซเชียล

นายสุวัฒน์ ปัญจวงศ์ อายุ 31 ปี ผู้สื่อข่าวสังกัดหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ประจำศาลยุติธรรม ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.อาคม จำปามูล พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. อ้างถูกโพสต์หมิ่นประมาททางเฟซบุ๊กและทางโซเชียลมีเดีย

'นักข่าวไทยโพสต์' ถูกเจ้าของร้านอาหารโพสต์หมิ่น

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า หลังมีเรื่องกับกลุ่มชายฉกรรจ์และถูกรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในซอยด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ย่านรัชดาภิเษก ตนพบว่าคู่กรณีได้โพสต์ข้อความมีเนื้อหาลักษณะหมิ่นประมาท

เช่นข้อความว่า “ผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ เบ่งข่มขู่จะปิดร้าน” ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่คู่กรณีกล่าวอ้าง จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความในวันนี้ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์

นายสุวัฒน์ ระบุอีกว่า ความคืบหน้าของคดีทำร้ายร่างกายนั้น จากการสอบถามตำรวจเจ้าของสำนวนคดีทราบว่า อยู่ระหว่างสอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะสามารถส่งให้อัยการดำเนินการสั่งฟ้องได้ตามกฎหมาย และเชื่อหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จะสามารถพิสูจน์ข้อเท็จเอาผิดกับคู่กรณีได้

ด้าน ร.ต.ท.อาคม กล่าวว่า จากนี้จะทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี แต่หากเนื้อหาคดีมีความเกี่ยวเนื่องกับของ สน.พหลโยธิน เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุก็จะรวบรวมประสานส่งข้อมูลให้อีกครั้ง ส่วนเรื่องความผิดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ตำรวจจะเร่งสอบสวนและดูว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดหรือไม่

เสรีกัญชา..มอมเมา หรือ สร้างรายได้

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการสาธารณะสุขของบ้านเราได้มีการเปิดเวทีถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นการเปิดเสรีกัญชา ซึ่งขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกได้ผลักดันให้ยาเสพติดชนิดนี้ถูกกฎหมาย ซึ่งสำหรับในไทย แม้การเปิดเสรีกัญชาจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าหากทำจริงจะสร้างผลกระทบอย่างหนักในด้านสังคม เพราะเรายังเป็นสังคมที่เปราะบางขาดภูมิคุ้มกันในด้านการคิด รวมถึงยังมีความกังวลว่าการเปิดเสรีกัญชาจะยิ่งทำให้ปัญหาเยาวชนไทย จากที่หนักอยู่แล้วจะเละมากขึ้นไปอีก โดยวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะพาไปเจาะลึกเรื่องราวของการเปิดเสรีกัญชา จะเป็นอย่างไรอยากให้ลองใช้วิจารณญาณในการรับชมและคิดไปพร้อม ๆ กัน

กัญชาเป็นพืชที่มีสารออกฤทธิ์ที่มีผลต่อร่างกายและสมอง ถ้าเสพเข้าไปจะกดประสาทส่งผลให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้าเห็นมีภาพลวงตา ความคิดสับสน มีอาการคล้ายกับติดยาเสพติดประเภทอื่น ๆ บ้างเรียกกัญชาว่ายาสุขีหรือยานันทนาการ  สำหรับประเทศไทยจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ห้าม บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้รับอนุญาตจะผลิต(เพาะปลูก) จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ถือว่าเป็นความผิด

ซึ่งขณะนั้นบ้านเราประสบปัญหายาเสพติดทั้งในด้านการเป็นพื้นที่ผลิต พื้นที่การค้า การเป็นพื้นที่แพร่ระบาด และการเป็นทางผ่านยาเสพติด กระทบต่อภาคสังคมอย่างหนักหน่วง แม้จะมีโทษตามกฎหมายแต่อีกแง่หนึ่งกัญชาก็มีประโยชน์ในการที่มีสารสามารถสกัดเป็นยารักษาโรคด้วย

cats

เสรีกัญชา..มอมเมาสังคม หรือ สร้างรายได้ให้กับรัฐ

การให้กัญชาผิดกฎหมายแม้จะเป็นการป้องกันไม่ให้คนในสังคมมัวเมา แต่อีกนัยหนึ่งก็สร้างความสูญเสียโอกาสทางการพัฒนาด้านการแพทย์ ยารักษาโรค ทำให้ไทยยังขาดดุลการค้า และพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ แต่ในชนบทบางพื้นที่หมอชาวบ้านยังคงมีการใช้กัญชาในการรักษาคนไข้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม

ซึ่งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยังกำหนดให้กัญชาเป็น 1 ใน 37 รายชื่อยาแผนโบราณที่เป็นยาอันตราย ไม่อนุญาตให้ใช้ในตำรับยาแผนโบราณ สรุปง่ายๆคือในประเทศไทยกัญชาผิดกฎหมายในทุกมิติ ทั้งการเสพเพื่อความบันเทิงและทางการแพทย์แผนใหม่/โบราณ

a

เสรีกัญชา..มอมเมาสังคม หรือ สร้างรายได้ให้กับรัฐ

ในฝั่งของสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีเสรีภาพมากที่สุดในโลกได้เล็งเห็นว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ จึงมีการทำให้ถูกกฎหมายทางการแพทย์ 20 มลรัฐ นอกจากนี้ในบางรัฐยังสนับสนุนให้มีการวิจัยต่อยอดทางวิทยาศาสตร์ด้วย ซึ่งกฎหมายกัญชาในสหรัฐฯ

ที่ถูกพูดถึงโด่งดังมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นกรณีของรัฐ โคโลราโดที่เปิดให้ประชาชนลงมติผ่านการเปิดเสรีกัญชา โดยมีข้อแม้ว่าสามารถมีการเพาะปลูก จำหน่าย และให้ประชาชนที่มีอายุไม่น้อยกว่า 21 ปี ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้ เหมือนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่ได้เคลิบเคลิ้มกัน ต่อมาที่กรุงวอชิงตันดีซก็กลายเป็นมลรัฐที่สองที่เปิดให้เสรีกัญชาสามารถเสพเพื่อความบันเทิงได้  แต่ต้องแลกด้วยภาษีที่สูงมาก ส่งผลให้กัญชามีราคาแพงสูงลิ่วตามไปด้วย

cats

เสรีกัญชา กับอนาคตประเทศไทย

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา เสรีกัญชา กับอนาคตประเทศไทย ได้มีการสะท้อนข้อดีและข้อเสียของการเปิดเสรีกัญชา โดยมีหนึ่งข้อเสนอที่ว่า ก่อนจะอนุญาตหรือแก้ไขกฎหมายใด ๆ ควรมีการทำประชาพิจารณ์จากคนในสังคมเสียก่อน

นอกจากนี้ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า คนไทยได้รับการปลูกฝังทัศนคติด้านลบกับกัญชา ทำให้ขาดการพัฒนาต่อยอดในอีกหลาย ๆ ด้านและการเปิดเสรีกัญชาก็ควรจะมีข้อบัญญัติที่ชัดเจนเหมือนการจำหน่ายบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ รวมถึงไม่อยากให้รัฐเป็นผู้ชี้นำอยากให้คนในสังคมได้ตัดสินใจด้วยวิจารณญาณด้วยตัวเอง

ซึ่งผลที่ตามมาหากไทยมีการเปิดเสรีกัญชาจะช่วยให้รัฐลดงบประมาณด้านการป้องกับและปราบปรามยาเสพติด และทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีมากขึ้นตามไปด้วยถือเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่งที่จะเพิ่มเม็ดเงินให้รัฐบาลได้ด้วย

MThai News

โหดมาก รุมปาหิน หญิงสาวหนีตามชายคนรัก

หญิงอัฟกานิสถาน ถูกกลุ่มผู้นำทางศาสนา รุมปาด้วยหินจนตาย ข้อหาว่าผิดประเวณี หลังหนีตามชายคนรัก เพราะไม่ต้องการแต่งงานกับคนที่ครอบครัวหามาให้

2E1392CC00000578-3301424-A_30_second_video_shows_the_woman_known_only_as_Rokhsahana_lying-a-22_1446581724004

วานนี้ (3 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่คลิปวีดีโอ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่ หญิงสาวชาวอัฟกานิสถานถูกรุมปาหิน จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ราว 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้

คลิปแสดงให้เห็นว่า สตรีชาวอัฟกานิสถานคนหนึ่งอายุราว ๆ 19-20 ปี ถูกฝังอยู่ในหลุมที่ถูกชายฉกรรจ์ที่กำลังสวมผ้าคลุมหน้าล้อมรอบอยู่ พร้อมทั้งรุมขว้างก้อนหินใส่เธอ ในขณะที่เหยื่อร้องประกาศความศรัทธาในศาสนาอิสลามซ้ำ ๆ อย่างไม่มีทางสู้

ทว่า เหยื่อและชายคนรักวัย 23 ปี ถูกกล่าวหาว่าพากันหนีจากครอบครัวของพวกเขา เพื่อจะไปแต่งงานกัน ซึ่งครอบครัวของสตรีผู้เคราะห์ร้ายนี้ เตรียมจับเธอคลุมถุงชน และเธอถูกจับได้ว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนสมรสกับชายคนรัก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ชาวมุสลิมสายอนุรักษ์นิยมในชนบทของประเทศยอมรับไม่ได้ ส่วนทางด้าน ชายคนรักของสาวน้อยคนนี้ ถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนแล้วปล่อยตัวไป

รายงานระบุว่า ว่าฝูงชนที่มามุงดูเหตุการณ์จับภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ แสดงให้เห็นเหยื่อ กำลังส่งเสียงร้อง โดยทางฝั่งเจ้าหน้าที่ของจังหวัดกอร์เผยว่าผู้ที่รุมปาก้อนหินใส่สตรีผู้นี้คือ บรรดาผู้นำศาสนาท้องถิ่น และพวกนักรบของตาลีบัน คาดการณ์ว่า พื้นที่ดังกล่าว ถูกยึดครองโดยกลุ่มตาลีบัน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองฟิโรซอห์ เมืองเอกของจังหวัดกอร์ ตอนกลางของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในประเทศแถบตะวันออกกลางหลายประเทศ ใช้วิธีการลงโทษผู้กระทำผิดจารีต ด้วยการรุมประชาทัณฑ์จนเป็นเรื่องปกติ

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

News MThai
ที่มา theguardian