สวดยับ! อาจารย์ม.ดัง ขับรถชนคนจนต้องตัดขา แล้วยังคิดหนี

พลเมืองดีเข้าช่วยหนุ่ม  18 ถูกอาจารย์ม.ดังขับรถชน เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา 

วันนี้ (4พ.ย.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Chotika Srirat ได้โพสต์เรื่องราว ที่เธอได้เข้าช่วยเหลือชายหนุ่มอายุเพียง 18 ปี ที่ขี่รถจักรยายนต์มา แล้วถูกอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังขับชน จนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นต้องตัดขาทิ้ง

ซึ่งทางผู้โพสต์ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่ทั้งคู่ขับรถขนกันและพบว่าคู่กรณีของเด็กอายุ 18 กำลังจะขับรถหนี เธอจึงตัดสินใจขับรถตัดหน้าเพื่อสกัดไม่ให้เขาขับหนี พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

12193580_1102159373169861_477647164406996237_n

รายละเอียดเรื่องราวมีดังนี้

ผู้โพสต์เผยว่า เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ตนขับรถลงจากสะพานพระราม 5 ลงตรงพิบูรณ์สงคราม กำลังจะกลับรถ ได้พบกับรถ CRV คันหนึ่ง จอดอยู่ข้างหน้าเพื่อรอกลับรถเช่นกัน จากนั้นรถคันดังกล่าวก็ออกตัวเพื่อกลับรถ ในขณะเดียวกันมีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งตรงมา ซึ่งทางคนขับรถ CRV เขาก็เห็นจึงชะงักไป 1 ที

จากนั้นก็ออกตัวด้วยความเร็ว ชนกับ รถมอเตอร์ไซค์จัง ๆ ทางฝั่งรถมอเตอร์ไซค์ก็กลิ้งไปอยู่ข้างทาง ตนคิดว่าคนขับ CRVคงจะจอด แต่เขากลับขับหลบหมวกกันน๊อคแล้วเหยียบแบบคิดจะหนีแน่นอน ตนเลยขับไล่ตามไปปาดหน้ารถ ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุน่าจะประมาน 500 เมตร

จากนั้นตนได้บอกให้คนขับ CRV ลงมาจากรถ และพอเปิดประตูมา คนขับทำหน้าซึม ๆ คล้ายคนเมา ตนเลยถามว่า “ไม่เห็นรถมอเตอร์ไซค์หรอ ชนเข้าเต็ม ๆ คิดจะหนีใช่ไหม เมาใช่ไหม ลงมาสิ” จากนั้นคนขับ CRV ได้ควักบัตรข้าราชการขึ้นมา แต่ตนไม่สนใจ ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นก็เข้ามาช่วย มีรถกะบะอีกคันมาจอดปิดท้ายกันไม่ให้เขาหนี

ส่วนตนได้วิ่งไปดูคนเจ็บ ไม่คิดว่าจะเจ็บหนักขนาดนี้ คนเจ็บเลือดกลบปาก ฟันหน้าหัก 2 ซี่ หัวกระแทก ขาหักจนกระดูกโผล่ออกมา จะขาดอยู่แล้ว เลยพยายามขอเบอร์ญาติเพื่อติดต่อให้ ยังดีที่คนเจ็บยังพอมีสติ และเขาก็ยังถามด้วยว่า ขาเขาจะพิการไหม สิ่งที่ตนเห็นก็รู้แล้วว่ามันเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่กล้าพูด เลยบอกไปว่า พี่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียกรถพยาบาลแล้วไปหาหมอ

จากนั้นเธอได้แจ้งให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งมารับคนเจ็บ ส่วนคนที่ขับรถชนก็ลงมานั่งรอตำรวจ ดูไม่สำนึกเลยสักนิด ตนได้เข้าไปถามเขาว่า ทำงานอะไร ทางฝั่งคนขับ CRV ได้ตอบกลับมาว่า “เป็นอาจารย์อยู่ราชมงคล พระนครเหนือ”

ตนได้ไปให้การกับตำรวจ พร้อมกับเข้าไปตำหนิคนขับ CRV ว่า “เป็นถึงอาจารย์ ทำไมไม่มีจิตสำนึก” เมื่อถึงโรงพัก คนขับ CRV ก็นั่งนิ่ง จากนี้ต่อไปคงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนอาการคนเจ็บล่าสุดคือต้องตัดขา น้องเขาเพิ่งจะอายุ 18 เรียน อยู่ปวส. เทคโนพระราม 6 ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ช่วยเหลือที่บ้าน

MThai News

ขอบคุณเรื่องราวและภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Chotika Srirat

แผ่นดินไหวติมอร์ตะวันออก แรง 6.3 ริกเตอร์

เกิดเหตุแผ่นดินไหว ใกล้เมืองหลวงติมอร์ตะวันออก ความรุนแรง 6.3 แมกนิจูด

แผ่นดินไหว,ติมอร์ตะวันออก,6.3 ริกเตอร์,เมืองหลวง

ด่วน !! แผ่นดินไหว ติมอร์ตะวันออก รุนแรง 6.3 ริกเตอร์

วันนี้ (4 พ.ย.) หน่วยงานเพื่อการสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 แมกนิจูด เขย่าเมือง ดิลิ เมืองหลวงของติมอร์ตะวันออก ไม่มีสัญญาณการเกิดสึนามิ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บ และเสียชีวิต หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

News MThai
ที่มา  rt

รักแท้มีอยู่จริง! หนุ่มแต่งงานกับสาวถูกสาดน้ำกรด หลังแอบชอบมานาน

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราว รักแท้มีอยู่จริง! หนุ่มแต่งงานอยู่กินกับสาวถูกสาดน้ำกรด หลังแอบชอบมานาน 

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกส่งต่ออย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ สำหรับภาพสาวถูกสาดน้ำกรด จนทำให้เสียโฉม หลังเหตุการณ์เลวร้ายทำให้เธอพบกับชายหนุ่มที่แอบหลงรักมานาน เข้ามาช่วยเหลือและดูแล อีกทั้งคดีคนร้ายสาดน้ำกรดก็ไม่คืบหน้า

รักแท้มีอยู่จริง! หนุ่มแต่งงานกับสาวถูกสาดน้ำกรด หลังแอบชอบมานาน

โดยเฟซบุ๊กเพจบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้โพสต์ภาพครอบครัวหญิงสาวเคราะห์ร้ายถูกน้ำกรดสาด  พร้อมบอกเล่าเรื่องราวระบุว่า “สวัสดีครับเพื่อนๆ..วันนี้ผมมาช่วยเหลือครอบของน้องนุช หรือ สาธิมา แช่มช้อย อายุ28 ปี ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว น้องนุช เป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียว น้องนุชเล่าให้ผมฟังว่าคนที่ทำร้ายเธอคือ น้องสาวของเพื่อนที่สนิทกันมากที่อาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน

ตอนนั้นเป็นลูกจ้างอยู่ในร้านรองเท้าแห่งหนึ่งที่อำเภอแกลง วันที่เกิดเหตุเธอนอนเล่นอยู่ในห้อง พอประตูห้องเปิดเธอก็ลุกขึ้นนั่ง เพราะเห็นน้องสาวของเพื่อน แต่เธอไม่ได้สังเกตว่าในมือของผู้หญิงนั้นถืออะไรมาด้วย แล้วก็หยุดมองหน้าเธอ เธอก็มองแล้วจะถามว่า มีอะไรเหรอ แต่ยังไม่ทันถามอะไร เขาก็สาดอะไรบางอย่างเข้าที่หน้าเธออย่างแรง เธอรู้สึกว่ามันร้อนและแสบมาก เธอร้องให้คนเข้ามาช่วย

ตอนนั้นเธอมีสติทุกอย่างแต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกคือเธอมองอะไรไม่เห็นเลย คนที่เข้ามาช่วยเธอบอกว่าตอนเข้ามาเห็นตาของเธอไหลออกมาจากเบ้าตา เป็นน้ำเหนียวๆ และมีตาดำออกมาด้วย เธอถูกนำตัวส่ง รพ. และรักษาตัวอยู่กว่า 5 เดือน ทุกวันนี้บาดแผลของเธอรักษาหายแล้ว แต่คนที่ทำร้ายเธอก็ยังจับตัวไม่ได้ คดียังไม่คืบหน้า เธอไปแจ้งความไว้ที่ สถานีตำรวจ อ.แกลง เธออยากให้ช่วยตามจับคนที่ทำร้ายเธอให้ได้ เธออยากจะถามว่า ทำเธอทำไม

ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันเลย..ทุกวันนี้เธอต้องอยู่ในโลกที่มืดมิดต้องทนทุกข์ทรมานกับใบหน้าที่อัปลักษณ์ เธอบอกว่าเคยไปที่ รพ. เพื่อล้างแผลทำแผล เด็กๆ เห็นหน้าเธอก็ตกใจและร้องไห้เลย เธอจึงคิดหางานทำด้วยการเปิดร้านนวดแผนโบราณ บางคนก็มานวดเพราะสงสารเธอแต่บางคนผ่านมาและอยากมานวด แต่เมื่อเห็นหน้าเธอก็ต้องออกจากร้านไป..ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว

เมื่อ 2 ปีที่แล้วเธอได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่เคยแอบรักเธอมาตั้งแต่เธอทำงานที่ร้านรองเท้า ได้เข้ามาแทน ในสิ่งที่เธอขาดหายไป นั่นคือดวงตา เขาบอกกับผมว่าเขารักเธอมานานจนทราบข่าวว่าเธอถูกทำร้ายแต่ตอนนั้นเขาทำงานอยู่ พอเขาเก็บเงินได้ส่วนหนึ่งก็รีบเข้ามาหาเธอทันที และบอกเธอว่าเขาจะทำงานหาเลี้ยงเธอเอง จะเป็นทุกอย่างให้เธอ

ทุกวันนี้ผ่านไปกว่า 2 ปี เขาและเธอก็มีลูกน้อยวัยเพียงขวบเศษๆ หน้าตาน่ารักมาก ลูกจะหอมแก้มแม่ตลอด ไม่กลัวหน้าแม่สักนิดเดียว..นี่แหละครับ ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน..ผมได้ฟังเธอพูดแล้วก็สงสาร เธอพูดไปน้ำตาเธอก็แอบไหลออกมารู้ถึงความเสียใจและทรมานใจของเธอ

ท่านตำรวจครับ ยังไงก็ช่วยรื้อฝื้นคดีให้เธอด้วยนะครับ อย่าให้เป็นแค่รับแจ้งและรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ขอให้เธอได้รับความเป็นธรรมด้วยนะครับ..ทุกวันนี้เธอเช่าห้องอยู่กับลูกและสามี เดือนละ 1,500 บาท สามีทำงานรับจ้างขับรถขนของ..วันนี้ผมช่วยเธอ 20,000 บาท ทางรายการพิสูจน์ความจริงอีก10,000 บาท ถ้าเพื่อนๆ อยากช่วยเหลือเธอก็โอนไปให้เธอได้ที่บัญชีของเธอ

ชื่อบัญชี น.ส.สาธิมา แช่มช้อย ธ.กรุงไทย สาขาแกลง เลขที่บัญชี 2-2405-2-0922 ออมทรัพย์ ท่านสามารถชมภาพจริงเสียงจริงและเรื่องราวของเธอได้ที่ รายการพิสูจน์ความจริงกับผมบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ที่ช่อง3sdช่อง28 ในวันพฤหัสที่ 5ตุลานี้ เวลา22.20-23.20น. ขอบคุณครับ”

ขอบคุณภาพ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News