เช็คสภาพจราจรเย็นนี้ พบเกิดอุบัติเหตุหลายพื้นที่

วันนี้ (26 พ.ย.) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่

a132221113544คืนนี้ ปิดสะพานกลับรถ ถ.วิภาวดี ขาออก หน้าบริษัทยาคูลท์ เพื่อฉาบผิวกันลื่น(Anti-Skiding) ตั้งแต่เวลา 23:00-5:00ของวันรุ่งขึ้น

a13222111354417:54น. ซอยจรัญฯ13 ขาออก ก่อนถึงแยกราชพฤกษ์ เล็กน้อย จักรยานยนต์เสียหลักชนขอบทาง หญิงบาดเจ็บ1คน กีดขวางช่องทางซ้าย รถติดขัด

a13222111354417:46น.อุบัติเหตุ ถนนร่มเกล้า จากแยกเจ้าคุณทหาร มุ่งหน้าแยกลาดกระบัง จุดเกิดเหตุก่อนถึงโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้าเล็กน้อย รถจักรยานยนต์กีดขวางช่องทางขวา

a13222111354417:40น. ถนนเอกชัยบางบอน ขาออก เลยโลตัส บางบอน เล็กน้อย ปิคอัพชนกับเก๋ง กีดขวางช่องทางขวา การจราจรเคลื่อนตัวช้า

a13222111354417:33น.อุบัติเหตุ ทางหลวงหมายเลข331 จากสี่แยกบ่อวิน มุ่งหน้าสัตหีบ จุดเกิดเหตุเลยสามแยกอมตะซิตี้ประมาณ 3กิโลเมตร รถเก๋ง ชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางกลาง

a13222111354417:28น. บนทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ ขาออก ช่องทางพิเศษ ก่อนถึงโค้งสายใต้เก่า เล็กน้อย มียางรถยนต์ ตกขวางอยู่กลางถนน ฝากระวัง การจราจรเคลื่อนตัวช้า

a13222111354416:58น.ถนนลำลูกกา ขาออก จากคลอง7 มุ่งหน้าคลอง10 หน้าสหกรณ์ลำลูกกา คลอง7 มีเศษปูนซีเมนต์ผสมเสร็จหล่นบนถนน ระยะทางประมาณ 20เมตร ในช่องทางกลาง ฝากระมัดระวัง

a13222111354416:56น.ถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าบางปะอิน ก่อนถึงด่านเก็บเงินทับช้าง ประมาณ200เมตร พบสุนัขสีน้ำตาลเดินย้อนทางรถอยู่ช่องทางกลาง ฝากระวัง

a13222111354416:51น.ถนนเจริญนคร ขาออก เลยวัดบางน้ำชน เล็กน้อย รถเก๋งจอดเสียอยู่ช่องทางขวา การจราจรเคลื่อนตัวช้า

661616-01

รายงานสภาพจราจร พบเกิดอุบัติเหตุหลายพื้นที่

a13222111354416:34น.ถนนบางนาตราด ขาออก เลยมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ประมาณ 500เมตร รถบรรทุก10ล้อ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวาของคู่ขนาน รถชะลอตัว

a13222111354416:24น. ถนนกาญจนาภิเษก จากถนนพระราม2 มุ่งหน้าด่านบางครุ กิโลเมตรที่5+800 แท็กซี่ชนท้ายรถบรรทุก กีดขวางช่องทางซ้าย รถชะลอตัว

a13222111354416:17น.ทางด่วนขั้นที่ 2 ขาเข้า เลยทางขึ้นด่านงามวงศ์วาน เล็กน้อย ปิคอัพจอดเสียช่องทางขวา การจราจรชะลอตัว

a13222111354416:04น.ถนนจตุรทิศ ขาเข้า เชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกหมอเหล็ง เก๋งชนกับจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางซ้าย การจราจรเคลื่อนตัวช้า

a13222111354416:00น. ถนนพหลโยธิน ขาออก จากอำเภอขาณุวรลักษบุรี มุ่งหน้าอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ช่วงกิโลเมตรที่272 ก่อนถึงแยกสลกบาตร ประมาณ5กิโลเมตร รถบรรทุก 4ล้อพลิกตะแคง กีดขวางช่องทางขวา รถเคลื่อนตัวช้า

a13222111354415:53น. ถนนเพชรเกษม ขาออก ก่อนถึงสะพานข้ามแยกบางแพ ประมาณ 1กิโลเมตร ปิคอัพเสียหลักตกร่องกลาง ประสานเจ้าหน้าที่แล้ว

a13222111354415:38น.ถนนอโศกมนตรี ขาเข้า ก่อนถึงแยกอโศกเพชร ประมาณ500เมตร รถทัวร์จอดเสียในช่องทางที่2จากซ้าย การจราจรเคลื่อนตัวช้า

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100

หนุ่มอ้างชื่อ ‘อั้ม พัชราภา’ ตุ๋นเงินเจ้าของเต็นท์รถกว่า 8 ล้าน

หนุ่มเจ้าของร้านเสื้อผ้า อ้างชื่อ ‘อั้ม พัชราภา’ หลอกเงินเจ้าของเต็นท์รถสูญกว่า 8 ล้าน

วันนี้ (26 พ.ย. 58) นายปรีชา ชินวาณิชย์ อายุ 50 ปี นักธุรกิจเต็นท์รถยนต์มือ2 ย่านถนนศรีนครินทร์ และ น.ส.ชญาดา ชินวาณิชย์ พี่สาว เดินทางเข้าพบมาที่กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายพัชราวรรธน์ คำแหง เจ้าของร้านเสื้อผ้า “พัชราภากรุ๊ป บาย พัชราวรรธน์” ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช ในข้อหาฉ้อโกง หลังแอบอ้างชื่อของ น.ส.พัชราภา ไชยเชื้อ หรือ อั้ม ดารานางเอกชื่อดัง มาขอยืมเงินเพื่อนำไปใช้รักษาอาการป่วยของนางเอกสาว พร้อมนำหลักฐาน สลิปการโอนเงิน รวมทั้งภาพถ่ายของนายพัชราวรรธน์มามอบให้ไว้เป็นหลักฐาน

18

จาการสอบสวน นายปรีชา ให้การว่า เมื่อ 6 ปีก่อน น.ส.ชญาดา พี่สาวของตนมีโอกาสไปรู้จักกับ นายพัชราวรรธน์ เนื่องจากเป็นแฟนคลับของ “อั้ม พัชราภา” เหมือนกัน โดย นายพัชราวรรธน์ ยังอ้างด้วยว่า มีความสนิทสนมกับนักแสดงสาวมาก และยังเคยพาพี่สาวของตนไปพบกับ อั้ม พัชราภา หลายครั้งด้วย ทำให้น.ส.ชญาดาเชื่อใจสนิท และไว้ใจนายพัชราวรรธน์มากขึ้น

กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา นายพัชราวรรธน์ ได้มาบอกกับพี่สาวของตนว่า อั้ม พัชราภา กำลังป่วยหนัก ต้องใช้เงินเป็นค่ารักษาจำนวนมาก จึงให้มาขอยืมเงินกับ น.ส.ชญาดา เพื่อนำไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล ครั้งแรกได้ขอยืมไปแสนกว่าบาท โดยพี่สาวของตนก็โอนเงินให้ผ่านทางธนาคารกสิกรไทย สาขาโรบินสัน นครศรีธรรมราช ชื่อบัญชีของ นายพัชราวรรธน์ หลังจากนั้นก็มายืมเงินไปอีกหลายหน รวมแล้ว 10 ครั้ง ยอดเงินทั้งหมดประมาณ 8 ล้านบาท ทุกครั้งก็อ้างชื่อ อั้ม พัชราภา ตลอด

นายปรีชา กล่าวว่า นายพัชราวรรธน์ ยังอ้างอีกด้วยว่า อั้ม พัชราภา ฝากมาบอกด้วยว่า จะคืนเงินที่ขอยืมไปทั้งหมดให้ภายในเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งตลอดมาตนก็ไม่ทราบเรื่อง จนกระทั่งตนมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อนำไปใช้หมุนเวียนทำธุรกิจ จึงมาสอบถามพี่สาวเลยทราบเรื่อง

โดยพี่สาวบอกว่า นายพัชราวรรธน์ มาขอเลื่อนระยะเวลาคืนเงินเป็นช่วงกลางปีหน้า ตนจึงรู้สึกผิดปกติเลยตัดสินใจโทรศัพท์ไปสอบถามกับทาง อั้ม พัชราภา ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรทั้งสิ้น เรื่องให้ใครมาขอยืมเงินนั้น ก็ไม่ทราบเลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร นายพัชราวรรธน์ ก็ไม่เคยเจอกันมานานแล้ว จึงรู้ทันทีว่าพี่สาวของตนถูกหลอกแน่นอน จึงตัดสินใจพากันเข้ามาแจ้งความดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับเรื่องไว้ โดยจะสอบปากคำผู้เสียหายก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด พร้อมกันนี้ก็จะอาจต้องเชิญตัว อั้ม พัชราภา มาสอบปากคำ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด หลังจากนั้นก็จะเรียกตัว นายพัชรวรรธน์ มาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News

โดนแล้ว! ออกหมายจับ 9 ผู้ต้องหา หมิ่นสถาบัน-เตรียมก่อวินาศกรรม

ศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับ 9 ผู้ต้องหา ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 

จากเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เจ้าหน้าที่พบว่ามีการวางแผนซ่องสุมอาวุธ เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนขยายผล จับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 26 คน ข้อหาสมคบกันก่อการร้าย มีอาวุธระเบิดและยุทธภัณฑ์ ทั้งยังมีการหมิ่นสถาบัน

ต่อมา ฝ่ายความมั่นคงได้มีการสืบสวนเฝ้าติดตามข่าวสารในโซเชียลมีเดีย พบว่ามีการกระทำความผิดซ้ำ จากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีขอนแก่นโมเดล โดยได้ส่งข้อความผ่านโซเชียลมีเดียในลักษณะหมิ่นสถาบันเช่นเดียวกัน ทั้งยังมีการวางแผนปรึกษาหารือกัน เตรียมอาวุธเพื่อก่อเหตุในในพื้นที่สำคัญ ช่วงเทศกาลต่างๆ

ดังนั้น พนักงานสอบสวนได้ขอให้ศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับ เพื่อดำเนินคดีกับ 9 คน ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้แก่

จ่าสิบตรีประธิน จันทร์เกศ อายุ 60 ปี
นายณัฐพล ณวรรณ์เล อายุ 26 ปี
นายพิษณุ พรหมศร อายุ 58 ปี
นายวัลลภ บุญจันทร์ อายุ 33 ปี
นายฉัตรชัย ศรีวงษา อายุ 24 ปี
นายมีชัย ม่วงมนตรี อายุ 49 ปี
นายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม อายุ 49 ปี
นายวีรชัย ชาบุญมี อายุ 33 ปี
นายพาหิรัณ กองคำ อายุ 44 ปี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วคือ จ่าสิบตรีประธิน จันทร์เกศ (จำเลยที่ 1 ในคดีขอนแก่นโมเดล) และ นายณัฐพล ณวรรณ์เล ส่วนที่เหลืออีก 7 คนยังคงหลบหนี

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News