เสียงตูม!! ดังสนั่น 1 ครั้ง ร่างเด็กน้อยกระเด็นไกลกว่า 5 เมตร กลิ้งเกลือกกระเสือกกระสนทุรนทุรายหมายเอาชีวิตรอดจากเปลวไฟที่โหมไหม้คลอกร่างกาย ซ้ำร้ายกว่านั้น ขณะเพลิงแผดเผาร่างอยู่นาน กลับไม่มีใครสังเกตเห็นหรือได้ยิน เพราะครอบครัว คิดว่า สิ่งนั้นแค่ “ท่อนไม้ติดไฟกลิ้งไปมาในความมืด” และ ไม่ใช่ “ลูกชาย” ของตนเอง !?
นี่คือเรื่องราวของ “เด็กชายตุลา”วัย 6 ขวบ สัญชาติเขมร ที่หากใครได้พบเห็น เป็นต้องตกใจในสภาพร่างกายที่คล้ายกับ “ดักแด้”เพราะพิษแผลไฟไหม้ได้ลวกร่างน้องไปกว่า 90% ไล่ลงไปตั้งแต่ใบหน้าตลอดถึงปลายเท้า ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก เพราะผิวหนังถูกยึดติดกลายเป็นผังผืดขนาดใหญ่
หากเมื่อใดพยายามฝืนเดินเคลื่อนไหว ก็ต้องยอมทรมานกับความเจ็บปวด ซึ่งแต่ละก้าวของการเดิน ต้องอยู่ในลักษณะ “ถ่างขา” ทุกทวงท่าราวกับ “อุรังอุตัง” หนำซ้ำ พลังความร้อนยังเล่นงานกระทบระบบทางเดินหายใจ น้องมีชีวิตอยู่ได้เพราะ “เจาะสายท่อช่วยการหายใจผ่านลำคอ”
เหตุใดหนอ น้องต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ ?

นายสาน อายุ 55 ปี และ นางทิม อายุ 54 ปี ชาวสัญชาติเขมร พ่อแม่ของน้องตุลา เปิดใจกับ MThai News ย้อนเหตุการณ์ให้ฟังว่า ครอบครัวพร้อมลูกชาย 6 คน ได้เข้ามาทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างตรงข้ามวัดสังวร ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2557 ช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงหัวค่ำ ในทุกๆคืนคนงานมักก่อฝืนไฟไว้รอบแคมป์
ฝืนไฟ คือ ชนวนเหตุของเรื่องนี้ !
เมื่อน้องตุลา ซึ่งอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น สังเกตว่าฝืนไฟที่ก่อไว้ใกล้มอดไหม้ ประกอบกับมีถังทินเนอร์อยู่ละแวกนั้น จึงนำทินเนอร์เทใส่ลงในกองไฟ เพียงไม่กี่หยดจึงเกิดโศกนาฏกรรม กองไฟใกล้ดับกลับปะทุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ร่างของน้องกระเด็นหายไปในความมืด ไร้เสียงกรีดร้อง มีเพียงการชักดิ้นอย่างทรมาน
ขณะที่ครอบครัวไม่ทันสังเกต คิดว่า “เป็นท่อนไม้” โชคช่วยเมื่อพี่ชายของน้องเคลือบแคลงใจ วิ่งเข้าไปดู กลับตกใจสุดขีด พบเป็นน้องชายตนเอง จึงรีบหาน้ำมาราดสกัดไฟ พร้อมใช้ผ้าห่อตัวน้องนำส่งโรงพยายาบาล
“ได้ยินแต่เสียงบึ้ม แต่ไม่รู้กันจริงๆว่าเป็นลูก คิดว่าเป็นท่อนไม้ ทุกคนต่างตกใจ น้ำตาไหลร้องไห้เมื่อเห็นไฟไหม้ทั่วตัวลูก อาการเขาหนักมาก แต่เขากลับไม่ร้องสักแอะ ตื่นลืมตาตลอด อดทนมาก สงสารมาก ยิ่งเขาไม่ร้อง ยิ่งรู้สึกว่าเขาเข้มแข็ง แต่ทำไมเราอ่อนแอเหลือเกิน”

เมื่อร่างไหม้เกรียมของเด็กน้อย ถูกส่งถึงมือหมอในโรงพยาบาลชุมชน ด้วยความไม่พร้อมของเครื่องมือ ทำได้เพียงปฐมพยาบาลบาดเเผลเบื้องต้น น้องจึงต้องระหกระเหินไปรักษาตัวอีก 2 โรงพยาบาลในกรุงเทพ และใช้เวลายื้อชีวิต-ผ่าตัด เกือบ 6 เดือน น้องตุลาจึงกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้
“ตอนถึงมือหมอ หมอบอกให้ทำใจ คิดว่าไม่รอด เพราะแผลสาหัสมาก แต่เขาใจสู้ จึงรอดมาได้ หมอก็งง เราก็งง สภาพจิตใจดีมาก ยังเล่น หัวเราะเริงร่า เพียงแต่พูดไม่ค่อยได้ มีสายเจาะคอไว้ คันแผล เจ็บแผลตลอด เวทนาเหลือเกิน ที่ร่างกายเขาไม่เหมือนเด็กอื่น โดยเฉพาะเวลาเขามองกระจก”
ความหวัง-กำลังใจ คือ สิ่งสำคัญสำหรับน้องตุลา ไม่ใช่เพียงพ่อแม่ที่หวัง “ปาฏิหาริย์” ช่วยให้น้องตุลาสามารถกลับมามีร่างกายที่ปกติดังเดิม แต่เหล่าพี่น้องของน้องตุลาก็มีหวังเช่นเดียวกัน ให้น้องคนเล็กกลับมาวิ่งเล่นได้ และ ไม่ต้องเป็นภาระของใครในอนาคต
“อยากให้หายปกติ วิ่งเล่นได้เหมือนเด็กอื่น เป็นแบบนี้ก็สงสาร ทำอะไรก็ลำบาก เดินก็ไม่ค่อยได้ ใครเห็นก็นึกว่า “ผี” นี่่ยิ่งเป็นคนต่างด้าว ไม่ใช่คนไทย กลัวแต่คนจะรังเกียจ หากหายไว จะได้ไม่เป็นต้องภาระพ่อแม่หรือคนอื่นๆ” ด.ช.สู วัย16ปี กล่าว…
เปิดใจ..ครอบครัว “น้องตุลา
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายและชีวิตความเป็นอยู่นั้น นับว่าน่าเห็นใจ เพราะรายได้หลักมาจากผู้เป็นพ่อ ที่ต้องรับจ้างงานก่อสร้าง ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ส่วนแม่ไม่ได้ทำงาน ต้องคอยดูแลน้องตุลาและพาไปหาหมอ ขณะที่เหล่าพี่น้องต่างก็มีครอบครัว ค่าแรงที่ได้มาก็นำไปเลี้ยงครอบครัวตนเอง
แต่โชคยังดี ที่น้องตุลามีบัตรประกันสุขภาพบุคคลต่างด้าว ที่สามารถช่วยเรื่องค่ารักษาที่ผ่านมาไปกว่า 1 ล้านบาท แต่ขณะนี้วงเงินค่ารักษาครบจำนวนแล้ว และยิ่งโชคดีไปอีกที่มี “เจ้านาย” ใจดี และครอบครัวใจบุญอย่าง คุณสราวุฒิ มีคุณสมบัติ เจ้าของไซต์งานก่อสร้างและร้านอาหารครัวชายคลองที่คอยช่วยออกค่ารักษาส่วนต่างไปหลายแสนบาท รวมถึงค่าอาหารและค่ารถพาน้องตุลาไปหาหมอ ซึ่งน้องยังต้องเดินทางไปหาหมอในทุกเดือน
โดยคุณวรวลัญช์ ฤดีเลิศมีชัย อายุ 36 ปี น้องสาวเจ้าของไซต์งานฯ เล่าว่า ทางครอบครัวได้เข้าช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายน้องตุลาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากสงสารที่น้องยังเด็กและต้องมาประสบชะตากรรมเช่นนี้ ขณะที่ครอบครัวของน้องก็เป็นเพียงแรงงานต่างด้าว

ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ และก่อนหน้านี้ไปติดต่อขอความช่วยเหลือ ถูกตอกกลับมาว่าติดปัญหาอุปสรรคหลายประการ จึงตัดปัญหาและรับไว้ดูแลรวมถึงรักน้องตุลาเสมือนคนในครอบครัว พร้อมยอมรับในความใจสู้ของน้อง ที่เข้มแข็งพยายามต่อสู้กับความเจ็บปวดทรมานจนรอดเงื้อมมือยมทูตมาได้
“นับถือน้ำใจเขา ใจสู้มาก หมอบอกไม่รอด แต่น้องกัดฟันฟันฝ่ากลับมามีชีวิตใหม่ได้ แม้สภาพร่างจะผิดปกติ แต่จิตใจต่อสู้ รู้ว่าเดินไม่ได้ ก็พยายาม รู้ว่าผังผืดเป็นปัญหา ก็ไม่ท้อ รู้ว่ารูปร่างหน้าตาผิดแผก ก็ยังกล้าจ้องส่องกระจงมองทุกวัน เปรียบกับเรา ลองคิดดู ใจสู้น้องได้ไหม”
ส่วนเรื่องที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพของน้องตุลาทำนองว่า พบแม่กับน้องตุลานั่งขอทานเพื่อหาเงินเป็นค่าเดินทางไปโรงพยาบาลนั้น คุณวรวลัญช์ขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ความจริง จากการสอบถาม แม่น้องตุลา ยืนยันว่า ระหว่างทางที่พาน้องไปหาหมอ ต้องคอยอุ้มน้องตลอดเวลาและน้ำหนักน้องก็มาก แม่ของน้องจึงรู้สึกเมื่อยล้า จึงวางร่างน้องไว้บริเวณทางเท้า ผู้คนผ่านไปมาจึงเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นการขอทาน และเกิดความสงสาร จึงแบ่งปันเงินให้แม่ของน้อง รวมเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้น แม่ของน้องก็ไม่กระทำการดังกล่าวอีกเลย

นอกจากนี้ คุณวรวลัญช์ ยืนยัน ทางครอบครัวจะไม่มีวันทอดทิ้งน้องตุลาโดยเด็ด โดยจะช่วยเรื่องค่ารักษาไปตลอดการรักษาจนกว่าน้องจะหายหรือดีขึ้น แต่ทั้งนี้ เนื่องจากสิทธิ์ของน้องถูกจำกัดการรักษาแล้ว จากที่เคยช่วยเรื่องค่าส่วนต่างไม่กี่แสนบาท อาจต้องรับเรื่องค่ารักษาทั้งหมดไว้ ซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก
โดยเฉพาะวันที่ 3 ธ.ค.58 น้องต้องเข้าทำการผ่าตัดครั้งใหญ่ โดยการผ่าผังผืดและเอ็นข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง เพื่อช่วยให้น้องกลับมาเดินได้ จึงขอกำลังใจให้กับน้องตุลาและหากผู้ใจบุญใด ต้องการช่วยเหลือบริจาคสิ่งของ หรือเงินสมทบทุนค่ารักษาสามารถติดต่อมาได้ที่ครอบครัวนี้
“ครอบครัวเราก็ไม่ได้มีเงินมากมาย เพียงแค่อยากช่วยเหลือน้องเขา ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่อยากให้แบ่งแยกว่าคนไทยหรือไม่ เชื่อว่าคนไทยมีน้ำใจ ไม่ทิ้งกัน ยิ่งน้องเขาตกอยู่ในสภาพนี้ แถมจิตใจสู้ขนาดนี้ เชื่อว่า ทุกคนที่ทราบเรื่อง อยากเห็นเขาหาย และกลับมาเดินได้แน่นอน”
เปิดใจ..ครอบครัวที่ช่วยเหลือ “น้องตุลา
เรื่องราวเด็กต่างด้าวนาม “ตุลา” สะท้อนแง่คิดหลายมุมมอง ยกให้เป็นอุทหรณ์สำหรับผู้เป็นพ่อแม่และคนเลี้ยงเด็ก ที่ต้องหมั่นระมัดระวังทุกย่างก้าวของลูกน้อย เพราะหากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เหตุสลดอาจพลันเกิดได้ในพริบตา หรือ ยกเป็นเด็กใจสู้ ที่แม้แต่บาดแผลฉกรรจ์ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว และ สภาพรูปร่างหน้าตา ไม่สามารถบั่นทอนจิตใจ หรือ ยกน้ำใจในความดี ของครอบครัวใจบุญสุนทาน ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทั้งที่ไม่เกี่ยวพันญาติ และ สัญชาติเดียวกัน
MThai News ขอเป็นกำลังใจให้กับ “น้องตุลา” และครอบครัว รวมถึงครอบครัวคุณสราวุฒิ มีคุณสมบัติ ที่มีน้ำใจเข้าช่วยเหลือน้องตุลา และหากผู้ใจบุญท่านใดต้องการให้ความช่วยเหลือบริจาคสิ่งของและเงินสมทบทุนค่ารักษาน้องตุลา สามารถติดต่อเบอร์โทรศัพท์ 089-448-8088 (คุณวรวลัญช์ ฤดีเลิศมีชัย) ส่วนบัญชีธนาคารทางครอบครัวน้องตุลาไม่มี เนื่องจากเป็นคนต่างสัญชาติ
ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ธเนตร พุทธิตระกูล ถ่ายภาพ
ขอบคุณติดต่อประสานงาน ทีมงานจิตอาสา “ปรเมศร์ มีสมภพ”
แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com
ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


