หลวงปู่คีย์ เกจิสุรินทร์ละสังขารแล้ว สิริอายุ 88 ปี

“หลวงปู่คีย์ กิตติญาโณ” เกจิเมืองสุรินทร์ได้ละสังขารแล้ว สิริอายุ 88 ปี พบเส้นเลือดในสมองแตก

วันนี้ (23 พ.ย. 58) เวลา 09.09 น. พระครูพิพิธวรการ หลวงพ่ออึก อดควณฺโณ เจ้าคณะอำเภอปราสาท จ.สุรินทร์ เผยหลวงพ่อคีย์ กิตติญาโณ อายุ 88 ปี วัดศรีลำยอง บ้านโคกจ๊ะ ต.สมุด อ.ปราสาท เกจิชื่อดัง ได้ละสังขารแล้วที่กุฎิ จากนั้นได้จัดงานทำบุญ และพิธีเปลี่ยนผ้าไตรจีวร ถวายแด่หลวงพ่อคีย์ ภายในห้องโถง

ทั้งนี้มีประชาชนที่ทราบข่าว เริ่มเดินทางมาสักการะศพ โดยจะตั้งศพบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรม ที่ วัดศรีลำยอง พิธีรดน้ำศพ เวลา 13.00 น. วันที่ 24 พ.ย. 58

ด้าน นายวิชิต ดวงสาม ลูกศิษย์ปรนนิบัติ เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา หลวงปู่คีย์ ได้รับผ้ากฐินสามัดคี ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. หลวงปู่คีย์ ไม่รู้สึกตัว จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปราสาท  แพทย์เอ็กซเรย์ พบเส้นเลือดในสมองแตก ตั้งแต่เมื่อวาน หลวงปู่คีย์ฉันอาหารไม่ได้ กระทั่ง 09.09 น. วันที่ 23 พ.ย. หลวงปู่คีย์ จึงสิ้นลมอย่างสงบ

3

สำหรับประวัติ หลวงปู่คีย์ กิตติญาโณ มีนามเดิมว่า คีย์ จงพูนศรี เกิดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2471 บ้านโคกจ๊ะ ต.สมุด (ต.ปรือ) อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

บรรพชาและอุปสมบท เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2492 เข้าบรรพชา อุปสมบท ณ วัดเพชรบุรี ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จำพรรษาที่ วัดเพชรบุรี ก่อนย้ายไปจำพรรษาที่ วัดศรีลำยอง และเดินธุดงค์ เพื่อปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พร้อมศึกษาวิชาอาคมต่าง ๆ ตามแถบเทือกเขาพนมดงรักร่วมกับ หลวงปู่เชิด วัดเพชรบุรี เป็นเวลาหลายปี

หลวงปู่คีย์ เชี่ยวชาญพิธีเสริมดวง เสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา ราศี ด้วยการสาวน้ำตาเทียนจากบาตรน้ำมนต์ครอบลงบนศีรษะของผู้เข้าพิธี ครอบมงกุฎพระเจ้า วิทยาคมด้าน เมตตามหานิยม ด้านวัตถุมงคล หลวงปู่คีย์ อนุญาตให้สร้าง 30 รุ่น แต่ละรุ่นล้วนได้รับความนิยมจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม หลวงปู่คีย์  กิตติญาโณ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูวิสุทธิกิตติญาณ เมื่อปี 2536 และเมื่อปี 2542 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งมน

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News

แชร์ว่อน! ภาพบิ๊กไบค์เกือบ 20 คัน จอดกลางแยกไฟแดง

แชร์ว่อนภาพกลุ่มบิ๊กไบค์เกือบ 20 คัน จอดกลางแยกไฟแดงทับปุด จ.พังงา ด้านเจ้าตัวออกโรงขอโทษ พร้อมอธิบายเหตุผล

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 58 โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อ เพื่อพังงา น่าอยู่ ได้โพสต์ภาพบิ๊กไบค์เกือบ 20 คัน จอดอยู่กลางแยกไฟแดงทับปุด จ.พังงา โดยไร้เจ้าของรถ พร้อมข้อความระบุว่า

“21 พย. 58 คนทับปุดงง จอดได้หรือแบบนี้ กลางถนนแยกไฟแดงทับปุด มาตรฐานไหนครับพี่ตำรวจ ชาวบ้านมึน เมื่อเวลา 13.00”

ScreenHunter_106 Nov. 23 17.49

แต่ล่าสุดวันเดียวกัน ได้มีบุคคลท่านหนึ่ง อ้างตนว่าเป็นคนนำทางกลุ่มบิ๊กไบค์กลุ่มนี้ เข้ามาคอมเม้นขอโทษคนในพื้นที่พร้อมชี้แจงรายละเอียดที่ต้องจอดรถกลางแยกไฟแดงแบบนี้ โดยระบุว่า

ScreenHunter_107 Nov. 23 17.52

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เพื่อพังงา น่าอยู่

MThai News

ช็อก! หนุ่มขับรถมาดี ๆ เจอศพนอนอยู่กลางถนน

ช็อก! หนุ่มขับรถกลับจากงานรับปริญญาหลานสาวมาดี ๆ เจอศพนอนอยู่กลางถนนต้องขับคร่อมร่าง

วันนี้ (23 พ.ย. 58) ร.ต.อ.เดช ภูมิสถาน ร้อยเวร สภ.ระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัยสว่างบำเพญธรรมสถานปราจีนบุรี เกิดเหตุมีคนถูกรถยนต์ไม่ทราบชนิด และยี่ห้อชนเสียชีวิต บริเวณหลักกม. 130-131 ถนนสาย 304 (พนมสารคาม-กบินทร์บุรี) ขาขึ้น หมู่ 12 บ้านปรือวาย ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ

1

ช็อก! หนุ่มขับรถมาดี ๆ เจอศพนอนอยู่กลางถนน

ทั้งนี้จุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนตะแคงข้างในสภาพ ศีรษะแตก ขาหัก ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมนึก ทองพาส อายุ 59 ปี โดยจากการสอบถาม นางศรีนวล สุพระนิกรณ์ ซึ่งเป็นน้องสาวผู้ตาย เล่าว่าก่อนหน้าที่นายสมนึก จะถูกรถชนประมาณ 21.00 น. ผู้ตายเดินออกมาจากบ้านแต่ไม่รู้ว่าจะไปไหน จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกัน จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. จึงมีคนรู้จักวิ่งเข้าไปบอกว่า พี่ชายถูกรถชนเสียชีวิต ซึ่งน่าจะถูกรถชนขณะเดินข้ามถนนเพื่อเข้าบ้าน

ด้าน นายพิสิษฐ์ ชนะเกียรติ์ ซึ่งขับรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน กค 8499 นครราชสีมา ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนขับรถกลับจากไปรับพระราชทานปริญญาบัตรของหลานสาวที่ จ.ชลบุรี มุ่งหน้ากลับ จ.นครราชสีมา มาถึงจุดเกิดเหตุเห็นมีอะไรอยู่บนถนนพยายามหักหลบเมื่อเห็นว่าเป็นคน แต่ไม่พ้นจึงวิ่งคร่อมจนทำให้ท่อไอเสียรถขาด รถเสียการทรงตัวเล็กน้อย
หลังจากนั้นจึงจอดรถรอข้างทางรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า นายสมนึก น่าจะถูกรถชนเสียชีวิต เนื่องจากเป็นเวลาดึกและถนนค่อนข้างมืดจึงไม่ทันสังเกตว่ามีรถวิ่งมาด้วยความเร็ว จึงข้ามถนนเพื่อกลับบ้านจนถูกรถชนเสียชีวิต ก่อนที่รถคันก่อเหตุจะอาศัยความมืดหลบหนีไป ซึ่งจะรวบรวมหลักฐานและหาภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงมาตรวจสอบ และติดตามรถคันดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News