จำคุกผู้บริหารแชร์ลูกโซ่ ‘บลิสเซอร์’ 120,945 ปี

ศาลอาญาไม่รับฎีกา 2 อดีตผู้บริหารบริษัท ‘บลิสเซอร์’ ให้บังคับคดีตามศาลอุทธรณ์ จำคุก คนละ 120,945 ปี

วันนี้ 23 พ.ย. ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอัยการ ยื่นฟ้องบริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด กับพวกรวม 5 คน ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จากกรณีระหว่างปี 2534 ถึง ปี 2537 บริษัท บลิสเซอร์ ได้ประกอบธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือ ไทม์แชร์ลิ่ง และมีการให้สมาชิกหาสมาชิกเพิ่มเติม

บลิสเซอร์

โดยมีค่าตอบแทนให้ในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ มูลค่าความเสียหายกว่า 826 ล้านบาท คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยกระทำผิดจริงให้จำคุก น.ส.อังสุนีย์ พัฒนานิธิ อดีตกรรมการบริษัทบลิสเซอร์ นายแสงทอง แซ่กิม อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทฯ และ นายอรรณพ กุลเสวตร์ อดีตผู้จัดการสาขาศูนย์สีลม ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2, 4 และ 5 ฐานฉ้อโกงประชาชน คนละ 120,945 ปี

แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยคนละ 20 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 และ 3 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับการวางแผนบริหารนโยบายดังกล่าว ต่อมา น.ส.อังสุนีย์ และ นายแสงทอง ยื่นฎีกา แต่ไม่เดินทางมาศาล และศาลได้ออกหมายจับครบกำหนด 1 เดือนแล้ว แต่ไม่สามารถติดตามตัวจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษาได้ จึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย

ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ซึ่งต้องห้ามฎีกา จึงพิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง โดยให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองคน และบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำคุก 120,945 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยคนละ 20 ปี

ขอบคุณข้อมูล INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

‘สรรพากร’ ลุยปรับ ‘ภาษีบุคคลธรรมดา’ คาดประกาศใช้ปีภาษี 60

กรมสรรพากร เตรียมเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนอัตราภาษีบุคคลธรรมดา พร้อมยืนยันรายได้เดือนละ 20,000 บาท ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีเหมือนเดิม

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากร เตรียมเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนอัตราภาษีบุคคลธรรมดาให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง พิจารณาเรื่องดังกล่าว ก่อนนำเสนอให้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในต้นปี 2559 เพื่อประกาศใช้ในปีภาษี 2560

ภาษีบุคคลธรรมดา

โดยเบื้องต้นสรรพากร มีแนวคิดการปรับเปลี่ยนภาษีดังกล่าวประมาณ 3-4 แนวทาง ซึ่งจะพิจารณาในหลายด้านให้มีความครอบคลุม ทั้งค่าลดหย่อนภาษี การหักค่าใช้จ่าย และอัตราภาษี โดยจะครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มฐานราก ระดับกลาง และเศรษฐี ซึ่งแนวทางการปรับเปลี่ยนอัตราภาษีบุคคลธรรมดา จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ครอบคลุม เหมาะสม และ ชัดเจน จะต้องเป็นธรรมต่อประชาชนทุกกลุ่ม

ขณะที่ผู้ที่มีรายได้เดือนละ 20,000 บาท จะได้รับการยกเว้นการเสียภาษีเหมือนเดิม และอาจปรับเพิ่มช่วงเงินเดือนที่ไม่ต้องเสียภาษีได้อีกด้วย รวมทั้งการพิจารณาครั้งนี้จะขยายฐานผู้ที่ยื่นเสียภาษีให้เพิ่มขึ้น เพราะหากฐานผู้ที่เสียภาษียังเป็นเท่าเดิม จะทำให้ภาครัฐเก็บรายได้ในส่วนนี้ลดลงเหมือนเดิม

สำหรับการหักค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา อาจเป็นรูปแบบการหักค่าใช้จ่ายตามจริง ด้วยการนำใบกำกับภาษี มาใส่ในข้อมูลการยื่นเสียภาษี หรือจะเป็นแบบเหมาจ่าย ซึ่งจะขอดูรายละเอียดอีกครั้ง ขณะที่ แนวคิดการปรับเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายของผู้มีเงินได้สามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ 40% ของเงินได้แต่รวมกันแล้วต้อง ไม่เกิน 60,000 บาท เป็น 120,000 บาทนั้น จะต้องมีความเหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น โดยจะพิจารณาจากรายได้และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก  เดลินิวส์

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

มาเฟียเกาหลีโหด! รุมยำเพื่อนร่วมชาติดับ

มาเฟียเกาหลีโหด! รุมยำเพื่อนร่วมชาติดับหมกศพไว้ในรีสอร์ทหรูเมืองพัทยา เบื้องต้นคาดว่าอาจขัดแย้งกันเรื่องธุรกิจมืด

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการประสานงานจากสถานกงสุลเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย ว่ามีชายชาวเกาหลีใต้ถูกฆาตกรรมอยู่ภายใน “เลอเวอร์ซ่า รีสอร์ท” ถนนเทศบาล 1 ซอย 36 ข้างวัดห้วยใหญ่ ม.3 ต.ห้วยใหญ่ อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี

_MG_0401

ที่เกิดเหตุภายในรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน 2 กผ-1920 กทม. พบศพนายอิม ดอง จุน (Mr.Im Dong Jun) อายุ 24 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ นั่งเสียชีวิต พบร่องรอยถูกของแข็งทุบตีจนฟกช้ำ ใบหน้าบวมปูด คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 วัน

จากการสอบสวนนายยอน ยอง กุน (Mr.Yoon Myung Kun) อายุ 31 ปี สัญชาติเกาหลี เพื่อนผู้ตายและเป็นแจ้งไปยังสถานกงสุล ให้การว่า ก่อนหน้านี้นายอิม ดอง จุน ผู้ตาย ได้ถูกนายคิม ซอง โย (Mr.Kim Sung Pyo) อายุ 30 ปี (หัวหน้าแก๊ง) กับ นายคิม ยอง จิน (Mr.Kim Hyong Jin) อายุ 31 ปี รุมทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่องมาหลายครั้ง จนเสียชีวิต

3500871875603

ทั้งคู่จึงนำศพใส่รถยนต์แล้วให้ตนขับออกจากห้องพักย่านมีนบุรี กรุงเทพฯ เดินทางมาที่เมืองพัทยา พร้อมกับเปิดรีสอร์ทหรูดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่ค่อนข้างห่างไกลชุมชน เพื่อนำรถยนต์และศพมาทิ้ง ก่อนที่ นายคิม ซอง โย กับนายคิม ยอง จิน จะยึดหนังสือเดินทางของตนไว้แล้วหลบหนีออกนอกประเทศ ตนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สถานกุงสุลเกาหลีใต้ให้ทราบ

โดย พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด กระจายกันออกหาข่าวทั้งในจุดเกิดเหตุ และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่า นายคิม ซอง โย กับนายคิม ยอง จิน ที่ร่วมกันก่อเหตุ ได้ขึ้นเครื่องบินเดินทางหลบหนีไปที่ประเทศเวียดนามแล้ว

ผู้ตาย

อิม ดอง จุน (ผู้เสียชีวิต)

เบื้องต้นได้คุมตัวนายยอน ยอง กุน ไว้ก่อน เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมกับพาไปตรวจค้นที่ห้องพักเพื่อหาหลักฐานอื่นๆ มาประกอบสำนวนคดี แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากความขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ในธุรกิจบางอย่าง แต่จะมาจากเรื่องธุรกิจรับแทงพนันทายผลฟุตบอลออนไลน์หรือไม่นั้น ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News