รัฐบาลยัน ไม่คิดยกเลิก รถเมล์-รถไฟฟรี

รัฐบาลยันไม่คิดยกเลิกรถเมล์-รถไฟฟรี เร่งคลอดมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมโยงระบบตั๋วร่วม

พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทาง หรือโครงการรถเมล์-รถไฟฟรี ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

มีนโยบายชัดเจนให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือลดค่าครองชีพ ด้านการเดินทางแก่ผู้มีรายได้น้อยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

page27

ยกเลิกรถเมล์-รถไฟฟรี

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำรายละเอียดมาตรการใหม่ที่จะให้บริการฟรี เฉพาะกลุ่มแบบมีเงื่อนไขไปเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้คิดยกเลิกรถเมล์-รถไฟฟรี แต่นายกรัฐมนตรีต้องการให้โครงการนี้ได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง และบริหารจัดการงบประมาณของชาติให้คุ้มค่ามากขึ้น เพราะที่ผ่านมาโครงการนี้มีการนำภาษีของส่วนรวมไปอุดหนุนให้แก่คนทั่วไป ซึ่งมีทั้งคนที่ไม่ได้มีรายได้น้อยจริง รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ถือเป็นการใช้จ่ายเงินที่เน้นประชานิยม ทำให้รัฐต้องแบกรับภาระมาก เกิดการขาดทุนซ้ำซาก ไม่ใช่การช่วยเหลือที่ถูกจุด

อย่างไรก็ตาม พลตรี สรรเสริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทั้ง 3 หน่วยงาน บูรณาการร่วมกันเพื่อเร่งรัดการรับลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว พร้อมทั้งจัดทำรายละเอียดทั้งหมดเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณา และดำเนินการประกาศใช้มาตรการดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเชื่อมโยงกับระบบตั๋วร่วม E-ticket ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ตรงจุด ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และลดภาระด้านงบประมาณอย่างยั่งยืน

ตอนกินควรระวัง สาวหน้าพัง! เพราะน้ำในลูกชิ้นระเบิดใส่

กระทู้เตือนภัย! สาวหน้าพัง เพราะน้ำในลูกชิ้นระเบิดใส่

วันนี้ ( 21พ.ย.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปชื่อ คนเป็ดบิน ได้ตั้งกระทู้เตือนภัย หลังเจ้าตัวไปรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ ประเภทต้มในร้านแห่งหนึ่ง ซึ่เพื่อนที่ไปด้วยกันถูกน้ำที่อยู่ในลูกชิ้นกระเด็นใส่ใบหน้าจนเป็นแผล

ny4c3zabvrZawKUpYcr-o

ตอนกินควรระวัง สาวหน้าพัง! เพราะน้ำในลูกชิ้นระเบิดใส่

รายละเอียดเรื่องราวมีดังนี้

“…เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ไปกินบุฟเฟต์ที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง กินอยู่ดี ๆ เพื่อนที่ไปด้วยกันก็เลือกลูกชิ้นที่หน้าตาประหลาด ๆ มีหัวแหลม ๆ มันบอกว่าน่ารักน่าชัง มันตั้งใจมากว่าจะได้กินอย่างเอร็ดอร่อย แต่พอนำลูกชิ้นลงหม้อไปสักพัก และตักขึ้นมาเตรียมจะกิน ด้วยนิสัยของเพื่อนผมที่ไม่ชอบกินอาหารชิ้นใหญ่ ๆ ก็เลยใช้ช้อนตัดลูกชิ้น เท่านั้นหละน้ำสีเหลือง ๆ ก็พุ่งใส่หน้าเพื่อนตนเต็ม ๆ

ตอนนั้นตกใจมาก รีบเช็ดใหญ่ แต่พอเช็ดแล้ว หน้าที่โดนน้ำเหลือง ๆ เปรอะก็ลอกออกมาเป็นแผ่นเป็นขุย ๆ รู้เลยว่าต้องโดนลวกแน่ ๆ รีบเอาน้ำแข็งมาประคบ แล้วแจ้งพนักงาน พนักงานที่สาขาก็ดูจะตกใจรีบหยิบอะโรเวร่ามาให้ (อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่ก็ขอบคุณพนักงานคนนั้นจริง ๆ ) พอทาแล้วแสบกว่าเดิม กลับมาเอาน้ำแข็งประคบอีก จากนั้นก็กินอะไรไม่ลงแล้วครับ รีบกลับไปซื้อยามาทาแทน

ที่อยากจะเตือนก็คือ ถ้าหากมันโดนส่วนอื่นที่บอบบางกว่านี้ผมไม่อยากจะคิดเลย และสิ่งที่ทางร้านควรจะมีก็คือข้อบงใช้ หรือวิธีกิน เพราะเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ข้างในลูกชิ้นประเภทไหนจะมีน้ำร้อน ๆ อยู่ ถึงมันไม่โดนหน้า หากเข้าปากปากก็คงจะสุกกันพอดี…”

หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็รู้สึกเห็นใจทางเพื่อนของเจ้าของกระทู้ที่ต้องมาเจ็บตัว เพราะความไม่รู้ ขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งเห็นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของทางร้าน ในส่วนของลูกค้าเองเวลากินก็ควรระมัดระวัง

MThai News 

ขอบคุณภาพและข้อความจาก สมาชิกพันทิปชื่อ คนเป็ดบิน

อีกด้านที่ควรมอง! ภาพทหารเงินเดือนหลักพัน Vs นักฟุตบอลเงินแสน

ภาพอีกด้านระหว่างทหารเงินเดือนหลักพัน Vs นักฟุตบอลเงินแสน ขณะที่ชาวเน็ตบอกมันมีความหมายคนละประเด็น เทียบกันไม่ได้

กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์เมื่อมีการแชร์ภาพนักฟุตบอลทีมชาติได้เงินแสน แต่ทหารผู้เสียสละชีพเพื่อชาติได้เงินเดือนหลักพัน จนกลายเป็นเรื่องราวที่หลายคนแสดงความคิดเห็นไปในหลายมุม

12246692_10153675942881147_4303921462672481031_n

ล่าสุดชาวเน็ตได้มีการแชร์ข้อความอีกด้านของดราม่าที่ไม่ควรมองข้าม โดยเจ้าของโพสต์เผยว่า “มีข้อน่าสังเกตบางประการเกี่ยวกับรูปนี้” เงินเดือนหลักแสนของนักฟุตบอลนั้น เป็นเงินที่สโมสรต้นสังกัดเป็นคนจ่ายในฐานะ “นักฟุตบอลอาชีพ” ของแต่ละสโมสร ไม่เกี่ยวกับทีมชาติแต่ประการใด ส่วนการเตะทีมชาติมีรายรับนั้นทีมมีแค่เบี้ยเลี้ยง และโบนัสถ้าได้แชมป์ เงินเดือนไม่มี

ซึ่งหาก ลองคิดดูว่างบทหารที่ว่ากันว่าเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ในส่วนงบประมาณ มันกระเด็นไปที่ไหนบ้าง กว่าที่จะมาตกอยู่ที่ทหารชั้นผู้น้อย นอกจากนี้ รูปมีการใช้ข้อความแสดงถึงอคติ (ง่าย ๆ คือคำว่า “เล่น” กับ “สู้”)

อันนี้แสดงถึงธงที่ผู้โพสต์มีอยู่ในใจแล้ว ปัญหาของรูปนี้ไม่ใช่การโลกสวย แต่อยู่ที่การไม่รู้ข้อเท็จจริง จนเอาเรื่องสองเรื่องมาชนกัน และพยายามเชื่อมโยงโดยใช้อคติส่วนตัว เพื่อยกสิ่งหนึ่ง ข่มสิ่งหนึ่ง ถ้าจะเรียกว่า “ตรรกะวิบัติ” ก็คงจะได้”

ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊ค Panuwat Nui Apiwattanachai