แฉ! เทคนิควัดควันดำ หากินง่าย ๆ จากใบสั่ง

เพจดังเปิด เทคนิควัดควันดำเกินมาตรฐาน หากินกับใบสั่ง

แฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับจราจรกลาง โดยเผยว่า ได้มีการพิสูจน์การวัดควันดำ ต่อหน้าสื่อมวลชน  ในกรณีที่มีการนำรถของนายทองเพียร ใจยง และรถของตำรวจจราจรกลางเองมาทดสอบ

12234924_906644746116314_8130828329507827_n
ซึ่งรถของนายทองเพียร ใจยง ได้ค่าควันดำ ครั้งที่ 1 ได้ 20% ครั้งที่ 2 ได้ 26% ส่วนรถของตำรวจจราจรกลาง ซึ่งเป็นรถปีเดียวกัน ครั้งที่ 1 ได้ 31% ครั้งที่ 2 ได้ 39%

ซึ่งสังเกตตัวเลขค่าควันดำกันหรือไม่ รถที่โดนตรวจสอบใช้หลักมาตรฐานโดยใช้แผ่นกรองวงกลมใส่ในกระบอก แล้วใช้วิธีเหยียบคันเร่งจนมิด แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ปลายท่อจะบีบลูกยาง ก็จะได้เขม่าท่อไอเสียที่ติดกับแผ่นกรองแล้วนำมาวัดกับเครื่องก็จะได้ผลออกมาว่า มีควันดำกี่เปอร์เซ็นต์

ซึ่งการวัดครั้งแรกทั้ง 2 คัน คันแรกครั้งที่ 1 ได้ 20% คันที่ 2 ครั้งแรก ได้ 31% พอมาวัดครั้งที่ 2 ทำไมค่าคันแรกกลายเป็น 26% แล้วคันที่ 2 กลายเป็น 39% เพราะมีเขม่าครั้งแรกค้างอยู่ในกระบอกวัดควันดำ ยิ่งคันหลัง ยิ่งค่าสูง เพราะเขม่าท่อไอเสียสะสมอยู่ในกระบอก

นี่คือเทคนิคของตำรวจจราจรกลาง ที่รู้ล่วงหน้าว่า ถ้าทำแบบนี้ ค่าจะได้สูงขึ้น แล้วทุกคันจะต้องถูกใบสั่ง รถใหญ่ คันละ 1,000 บาท รถเล็ก คันละ 500 บาท ตำรวจจราจรกลางได้ส่วนแบ่งค่าปรับ 50% วันหนึ่งทั่วกรุงเทพมหานคร ส่งสายไปตั้งด่านตรวจควันดำ ไม่อยากคิดเลยว่าได้เท่าไรต่อเดือน ? ที่ได้ส่วนแบ่งค่าปรับ 

โดยทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขอยืนยันกับผู้ใช้รถใช้ถนน และ ขอส่งเรื่องนี้ต่อไปยังผู้บังคับการตำรวจจราจรกลาง และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าบทความ การรู้ทันตำรวจจราจรกลางในวันนี้ เรื่องการตรวจวัดควันดำ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยมุ่งหวังรางวัลค่าปรับใบสั่งควันดำ ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการปราบปรามรถที่สร้างมลภาวะ ตามท้องถนน แต่เป็นเทคนิคในการแสวงหาผลประโยชน์จากใบสั่งค่าปรับ

ที่มา แฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

หมอลักษณ์ ตั้งจิตขอ ปอ ทฤษฎี หายป่วย

หมอลักษณ์ ตั้งจิต ขอ ปอ ทฤษฎี หายป่วย แง้ม รู้ดวงแต่พูดไม่ได้

แฟนเพจ โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ  ได้โพสต์ข้อความแสดงความห่วงใยและขอให้ ปอ ทฤษฎี ให้หายจากอาการป่วย โดยเผยว่าตน ขอเเรงตั้งดวงจิตอธิษฐานกันอีกสักครั้ง เพราะเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมงาน ละครเวทีเฉลิมพระเกียรติ “นางเสือง”กับ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เป็นห่วงในความเป็นไป รู้ดวงแต่มิอาจพูดอะไรได้ ซึ่งอยากจะขอให้ทุก ๆ คนส่งกำลังอธิษฐาน ให้ปาฏิหาริย์บังเกิดให้ ปอ ทฤษฎี คนดีศรีแผ่นดิน ได้กลับมาทำหน้าที่  โดยระบุว่า

560371_381083811934960_1725766954_n

ข้าพเจ้าขอตั้งจิต ด้วยบุญกิริยาในทุกสถานท่ีเคยสร้าง ด้วย บุญ คุณความดีที่สะสม ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทุกทิศานุทิศ ข้าแต่พญายมราช นายนิรยบาล เจ้ากรรมนายเวร บัดนี้ คนดี ปอทฤษฎี สหวงษ์ บุตรอันเป็นที่รักแห่งบิดามารดา คนไทยที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หลายชาติภพอาจมีวิบากกรรมที่สะสม ขอจงให้โอกาส ให้เขากลับมาทำหน้าที่ เป็นคุณความดีในทุกสถาน ที่ประจักษ์ทั้งคนใกล้คนไกล ขอจงได้มีแสงนำทาง ให้ดวงจิตกลับคืนคงร่าง บุญของข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอให้เป็นแสงสว่าง นำทาง ให้กลับคืนร่างที่โรงพยาบาลรามาธิบดีโดยเร็ววัน โดยทันทีด้วยเทอญ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เตือนอย่าคิดเสี่ยงดวง หนีทำงานผิดกม.ในญี่ปุ่น

เตือนอีกครั้งแรงงานไทย อย่าคิดเสี่ยงดวง หนีทำงานผิดกฎหมายในแดนปลาดิบ

แฟนเพจ สถานเอกอัครราชทูตไทย 〆 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความระบุว่า สถานทูตฯ ขอเรียนย้ำเตือนสติคนไทยที่คิดจะลักลอบเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายที่ญี่ปุ่น ว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ท่านจะ “ได้ไม่คุ้มเสีย” แม้ว่าการเดินทางเข้ามาญี่ปุ่นของคนไทยในปัจจุบันจะทำได้อย่างง่ายดาย เพราะไม่ต้องขอวีซ่า จนทำให้มีคนไทยจำนวนหนึ่งเข้ามาแล้วไม่ยอมกลับ เพื่อลักลอบทำงานต่อที่ญี่ปุ่น

12243304_467782013423128_6267491598440030394_n

แต่จากประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่สถานทูตฯ ได้พบเจอก็คือ คนไทยที่ลักลอบเข้ามาดังกล่าวในระยะหลังนี้ส่วนใหญ่แล้วต้องมาติดต่อขอรับคำ แนะนำการมอบตัวกับ ตม. ญี่ปุ่นเพื่อกลับไทย ติดต่อขอความช่วยเหลือหยิบยืมเงินทองจากญาติที่ประเทศไทย เพื่อใช้เป็นค่าที่อยู่อาศัยระหว่างการรอกลับประเทศไทยหลังมอบตัว ซึ่งใช้เวลาราว ๆ 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีค่าตั๋วเครื่องบินกลับไทยอีก คร่าว ๆ รวมแล้วก็ไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นบาท

แทบทุกคนมีเงินติดตัวไม่ถึง 6 หมื่นบาทหรือ 2 แสนเยน แม้ว่าจะลักลอบทำงานในญี่ปุ่นมาแล้วสักระยะก็ตาม สาเหตุนั้น ก็เนื่องมาจากคนไทยเหล่านั้นไม่สามารถหางานทำในญี่ปุ่นได้เพียงพอ นายหน้าส่วนใหญ่ที่เป็นคนไทยที่พาเข้ามาก็ไม่สามารถรับรองได้ว่า จะมีงานให้ท่านทำตามที่ท่านต้องการ

และถึงทำงานได้เท่าไหร่ส่วนใหญ่ก็ถูกนายหน้าหักไปกว่าครึ่งเหมือนทำงานให้ นายหน้า จนแม้ว่าจะลักลอบอยู่ในญี่ปุ่นต่อได้ภายหลังวีซ่าหมด แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะหา “งานและเงิน” ที่ญี่ปุ่นไม่ได้ จนหมดทางเลือก บางคนต้องป่วยทั้งทางกายและทางใจ จนต้องขอรีบกลับประเทศไทยไปพร้อมกับหนี้ก้อนโต และโดนห้ามเข้าญี่ปุ่นเข้าไปอีกกระทงหนึ่ง

สถานทูตฯ รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์ “ได้ไม่คุ้มเสีย” ข้างต้น ที่จะมาช่วยกันแชร์ประสบการณ์ของตนในคอมเมนท์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คนไทยที่คิดจะมาเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงที่ญี่ปุ่น เพราะส่วนใหญ่แล้ว แทบจะพูดได้เลยว่า เป็นการเสี่ยงที่ “ได้ไม่คุ้มเสีย”

อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกท่านงดการพาดพิงถึงชื่อของบุคคลอื่นในคอมเมนท์ของตนเอง โดยสถานทูตฯ ขอเตือนใจนายหน้าทั้งหลายที่พาแรงงานเข้ามาอีกครั้งหนึ่งโดยรูปภาพเช่นเคย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News