“แจ็ค หม่า” ลั่น เราจะเข้ามาในไทยแน่นอน

“แจ็ค หม่า” ลั่น อีคอมเมิร์ซไทยเกิดแน่ หากอาลีบาบานำบริการด้านการเงินให้สินเชื่อขนาดย่อมกับ SME เข้ามาในไทย

ที่ Stanford Graduate School of Business สหรัฐอเมริกา “แจ็ค หม่า” ผู้ก่อตั้ง อาลีบาบา ซึ่งเป็นเว็ปอีคอมเมิร์ซ รายใหญ่ของจีน พร้อมด้วย ทีมผู้บริหารจาก อาลีบาบา กรุ๊ป ร่วมงานประกาศรางวัล ENCORE ประจำปี ครั้งที่ 38 โดยภายในงาน แจ็ค หม่า ได้สนทนาเรื่องการบริหาร และความสำเร็จในการก่อตั้ง บริษัท อีคอมเมิร์ซ รายใหญ่ของจีน

cats

“แจ็ค หม่า”

โดยใจความช่วงหนึ่งระบุว่า บริษัท อาลีบาบา มีความยิ่งใหญ่กว่าบริษัทขายสินค้าบนเว็บไซต์อย่าง Amazon, Ebay และ Walmart มาก อาลีบาบาไม่ใช่การซื้อของมาและขายไปตามโมเดลอีคอมเมิร์ซทั่วไป ซึ่งบริษัทไหนๆ ก็ทำอีคอมเมิร์ซแข่งกับ Amazon ได้ แต่อาลีบาบา คือผู้สร้างและสนับสนุน “โครงสร้างพื้นฐาน” ทั้งหมด เพื่อช่วยให้ SME ทั่วโลกทำธุรกิจได้ง่ายและเร็วที่สุด

อาลีบาบา ลงทุนสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อทุกๆ SME ในการทำธุรกิจออนไลน์ ได้แก่ ระบบตลาดซื้อขายออนไลน์ การจ่ายเงินออนไลน์ การทำการตลาด บริการโลจิสติก การให้บริการด้านการเงินกับบริษัทขนาดเล็ก รวมถึง บริการการวิเคราะห์ฐานข้อมูล และ โครงสร้างพื้นฐานของข้อมูล เช่น ศูนย์ข้อมูล

แจ็ค หม่า กล่าวต่อว่า “Ant Financial Services” หรือ ปล่อยกู้และให้บริการด้านการเงินกับผู้กู้รายย่อย ซึ่ง Ant Financial Services ของ อาลีบาบา ปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจ 1.5 ล้านธุรกิจ ใช้คนพิจารณาอนุมติเพียง 200 คนเท่านั้น ทุกการขอกู้ยืม 5 พันดอลล่าร์ หากคุณสมบัติผ่าน Ant Financial Services จัดให้ธุรกิจได้ภายใน 3 นาทีเท่านั้น จากระบบการจ่ายเงินที่ถูกมองว่างี่เง่าที่สุดในปี 2003 กลายเป็นระบบจ่ายเงินที่เป็นมาตรฐานของเมืองจีนในปัจจุบัน

ทั้งนี้ แจ็ค หม่า กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า เซ็กเตอร์อีคอมเมิร์ซไทยน่าจะเกิดแน่ หากอาลีบาบา พา Ant Financial Services เข้ามา เรื่องการจ่ายเงินออนไลน์กับการให้สินเชื่อขนาดย่อมกับ SME ไทยน่าจะหมดปัญหา เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว และใหญ่มากในเมืองจีน

และในตอนจบ แจ็ค หม่า พูดไว้ชัดเจน “But we will definitely be in Thailand” แปลว่า แต่เราจะอยู่ในไทยอย่างแน่นอน

ชมคลิป>>>>>

ที่มา stock2morrow

ป๋าเปรมแนะนายกฯนำรักสามัคคีบริหารประเทศ

‘ป๋าเปรม’ เปิดบ้านปีใหม่ แนะ นายกฯ นำความรัก สามัคคี บริหารประเทศสู่ความสุข ย้ำ ขอให้ทุกคนทำความดี พร้อมให้กำลังใจ ‘อุดมเดช’ เชื่อคนดีไม่เป็นตามถูกกล่าวหา

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวว่า เรื่องความสามัคคีเป็นกระแสรับสั่งของในหลวงมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ต้องรู้จักความรัก ความสามัคคี ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องใช้ความรักความสามัคคีมาบริการประเทศ และกองทัพ ทั้งนี้ เข้าใจดีว่าทุกคนทำงานเหนื่อย ในกองทัพและวงการตำรวจต้องแสดงให้ทุกคนเห็น และเป็นตัวอย่างว่า ภายในมีความรักความสามัคคี โดยต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง เพราะประชาชนฝากความหวังไว้กับพวกเรา

131

ดังนั้น เราจึงต้องทำให้ได้ ต้องแสดงให้เห็นว่า เข้ามาไม่ได้ต้องการอำนาจ แต่เข้ามาทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง หากมีสิ่งใดที่พอจะช่วยได้ก็พร้อมจะช่วยในฐานะเพื่อนที่มีความรักความสามัคคี พร้อมได้ย้ำว่า ความดี คือ เกราะกำบัง ขอให้ทำความดี อย่างไรก็ตาม หวังว่านายกรัฐมนตรีจะนำพาประเทศไปสู่ความสุข

131-0

ทั้งนี้ พลเอกเปรม ได้เดินมาทักทาย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม โดยกล่าวให้กำลังใจ ว่า ขอให้ยึดมั่นในความดี และขอให้ความดี ปกป้องรักษา พลเอกอุดมเดช ให้พ้นภัย ซึ่งตนไม่เชื่อว่า พลเอกอุดมเดช จะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา เพราะเป็นคนดี อย่าท้อ ให้ยึดในความดี เราเอาใจช่วย

กรรมตามทัน! วิญญาณตามหลอน วัยรุ่นสารภาพฆ่าฝังศพรุ่นพี่

วัยรุ่นหนุ่ม อ้างถูกรุ่นพี่ปลุกปล้ำ จึงคว้ามีดกระหน่ำแทงดับ นำศพไปฝังอำพราง แต่กลับเจอวิญญาณตามหลอน จนต้องยอมมอบตัวต่อตำรวจ

วันนี้(30 ธ.ค.) พ.ต.ท.สมัย มงคลชู พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ตนพร้อมนายตำรวจในสังกัด ได้ควบคุมตัวนาย เจ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า นายวิชัยชิต สุเมม อายุ 54 ปี แล้วนำศพไปฝังอำพรางคดี ไปชี้จุดหาศพบริเวณป่าละเมาะ ด้านทิศตะวันตก พื้นที่ ต.ปอภาร อ.เมือง เพื่อขุดศพขึ้นมาชันสูตร และให้ผู้ต้องหาทำพิธีกราบขอขมา

ทั้งนี้ นายเจ ให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับผู้ตายผ่านทางโซเชียลมีเดีย จนสนิทกันในฐานะเพื่อนรุ่นพี่-รุ่นน้อง กระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ตายขับรถเก๋ง นิสสัน สีขาว รุ่นเก่า ไม่ทราบทะเบียนมาหาตนที่บ้าน ก่อนจะรับไปเที่ยวดื่มกินที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง แต่ระหว่างที่อยู่ในห้องสองต่อสอง ผู้ตายพยายามเล้าโลม และขอร่วมหลับนอน ซึ่งตนได้ปฏิเสธ พร้อมกับโทรศัพท์หาเพื่อนให้มารับกลับบ้าน แต่ผู้ตายไม่เลิกลา ขอนอนพักที่บ้านของตนด้วย

จากนั้นได้พยายามปลุกปล้ำลวนลาม และใช้กำลัง เพื่อขอร่วมหลับนอนอีก ทำให้ตนเกิดความโมโห คว้ามีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว กระหน่ำแทงผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่ ตนตกใจมากคิดอะไรไม่ออก จึงปิดบ้านออกไปตามหาเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาช่วยเหลือ นำศพไปฝังอำพรางคดีดังกล่าว

ต่อมาก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ซึ่งตนล้างมีดและพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดจนสะอาด ส่วนรถของผู้ตายได้เอาไปจำนำไว้ในราคา 4,000 บาท และปิดเรื่องนี้ไม่ให้พ่อ-แม่รู้ แต่ภายหลังปรากฏว่า มีเหตุการณ์แปลกประหลาดคล้ายวิญญาณผู้ตายตามมาหลอกหลอน จนเกิดความหวาดกลัวใช้ชีวิตไม่เป็นสุข จึงตัดสินใจเล่าเรื่องดังกล่าวให้พ่อ-แม่ฟัง และเข้ามอบตัวต่อตำรวจ เพื่อรับโทษตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา dailynews

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News